บิตคอย ( Bitcoin )
บิตคอย (Bitcoin) เป็นสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ที่ถูกสร้างขึ้นโดยบุคคลหรือกลุ่มคนภายใต้นามปากกา "ซาโตชิ นาคาโมโต" ในปี 2008 และถูกเปิดตัวในปี 2009 เป็นสกุลเงินที่ไม่ได้มีหน่วยงานหรือองค์กรใดเป็นเจ้าของหรือควบคุม แต่ถูกกำหนดขึ้นโดยระบบเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ที่ทำหน้าที่เป็นสมุดรายการที่เก็บบันทึกธุรกรรมทั้งหมดของบิตคอยไว้เป็นล๊อกเชนที่มีความปลอดภัยและทนทาน
บิตคอยมีคุณสมบัติที่สำคัญคือการเป็นสกุลเงินที่ไม่ได้รับการควบคุมจากธนาคารกลางหรือรัฐบาลใด ๆ ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงและความผันผวนสูงในการลงทุน ค่าบิตคอยสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามตลาดโลก และมีการซื้อขายแลกเปลี่ยนที่เรียกว่า "เว็บบราวเซอร์" ซึ่งช่วยให้คนทั่วไปสามารถซื้อขายบิตคอยได้
เนื่องจากธุรกิจและการลงทุนในบิตคอยเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและมีความเสี่ยง ควรทราบคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญก่อนที่จะมีการลงทุนใด ๆ ในบิตคอยหรือสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ อย่างมีการศึกษาและเข้าใจความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องให้ดีก่อน
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
เรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปี
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
จาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุก
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
สรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึก
สาธารณรัฐกอทูเล "เพื่อนบ้านใหม่" ติดกับไทย
ข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงคราม
รสชาติจากความขัดแย้ง: "แฟนต้า" เครื่องดื่มที่ถือกำเนิดในยุคนาซีเยอรมันเพราะวิกฤตสงคราม
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
"ไม้หนานมู่" (楠木 - Nánmù) ราชาแห่งไม้สีทอง มรดกอันล้ำค่าจากอดีต ราคาสูงมากๆ ไม้ที่ใช้กับคนระดับจักรพรรดิกับเชื้อพระวงศ์จีนในอดีตเท่านั้น
ทึ่งทั่วโลก : "หอคอยกินเนสส์" (The Guinness Tower) หอคอยที่ดูราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย
ชีวิต Digital Nomad – วันนี้บาหลี พรุ่งนี้ไม่รู้!
จิตวิทยา:ทำไมข่าวร้ายถึงดึงดูดความสนใจคนมากกว่าข่าวดีถึงร้อยละ70