เสียงที่เจ้าตูบกลัวและวิธีที่จะไม่ทำให้เจ้าตูบของเรากลัวเสียงนั้น
เสียงที่สุนัขกลัวมากที่สุด
(1) ฟ้าร้อง ฟ้าผ่า เมื่อมีพายุ ฝนฟ้าคะนองมาเป็นเสียงที่มิเพียงแต่หมากลัวเท่านั้น เจ้าของเองก็เป็นไปด้วย
(2) ดอกไม้ไฟ พลุ ตะไล ประทัด ฯลฯ นอกจากเสียงที่เกิดแล้วมันยังให้กลิ่นควันจำเพาะที่มาจากดินปืนอีกด้วย
(3) ปืน เสียงปืนทั้งดังและแผดความถี่แหลมคม ทำให้มีความตกอกตกใจหนักขึ้นไปอีก
(4) เครื่องรถจักรยานยนต์ หรือเสียงมอเตอร์ไซค์ แค่เสียงท่อไอเสียปกติก็แย่พอแล้ว นี่ยิ่งไปเจอพวกแต่งทะลวงท่อเข้าให้ไปใหญ่
(5) เครื่องรถยนต์ มีหลากหลายและก็เช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ที่มีการแต่งซิ่งต่างๆ นานา
(6) เครื่องดูดฝุ่น บ้านเรายุคนี้ส่วนใหญ่มีเครื่องดูดฝุ่นใช้กันแล้ว หมาไทยจึงมีของส่งเสียงให้กลัวเพิ่มมากอีก
(7) เครื่องบิน ก็ต้องเป็นบ้านที่อยู่ใกล้สนามบิน เช่น สุวรรณภูมิ หรือดอนเมือง ฯลฯ รวมถึงเมื่อมีเครื่องบินเจ็ตทหาร เมื่อทำโซนิคบูม หรือบินผ่านกำแพงเสียง หูคนยังแทบดับ และสะดุ้งเหยง
(8) ลมพัด เมื่อเกิดพายุ รวมไปถึงเสียงลู่ไหวของใบไม้ ต้นไม้ ที่ลมพัดผ่าน ฟังแล้วน่ากลัว
(9) สัญญาณเตือนภัย แม้ไม่ได้ยินบ่อยนัก แต่เมื่อได้ยินละก็สมชื่อเลย เพราะประสงค์จะให้ตกใจเพื่อตื่นตัว
5 ข้อห้าม
“ห้ามปลอบ ห้ามโอ๋ ห้ามกอด ห้ามใช้เสียงสอง ห้ามสัมผัสแบบปลอบประโลมโดยเด็ดขาด”
1. ฝึกให้เข้มแข็ง เจ้าของต้องทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ถ้าเขากลัวก็บอกไปด้วยโทนเสียงเรียบ ๆ ว่า ไม่เห็นมีอะไรเลย หรือไม่มีอะไร เก่ง ๆ พร้อมตบไหล่เบา ๆ
2. หาสายจูงมาใส่ไว้ เริ่มฝึกโดยการหาสายจูงมาใส่ไว้เพื่อกันไม่ให้เขาวิ่งเตลิด หรือวิ่งไปหลบ หมุดใต้โต๊ะ ใต้โซฟา หรือซุกตามมุมประจำที่เขาคุ้นเคย แต่ถ้าเขาหลุดไปก็ให้พยายามพาเขาออกมาแล้วให้ขนมเป็นรางวัล แต่ห้ามให้กระโดดขึ้นตัก หรือปลอบประโลม และห้ามทำอะไรที่ทำให้เขาเข้าใจว่าเราเห็นด้วยกับการกระทำนี้โดยเด็ดขาด
3.เสริมความมั่นใจ ทำได้โดยการฝึกท่าพื้นฐานง่าย ๆ เช่น ท่านอนตะแคง เพราะท่านี้เป็นท่าที่สุนัขจะทำต่อเมื่อรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ หรือ ต้องการอ้อนเจ้าของเท่านั้น ดังนั้นการฝึกให้เขาทำท่านี้บ่อย ๆ จะเป็นการสร้างความเชื่อใจให้เขารู้จักผ่อนคลายเวลามีเสียงดังเกิดขึ้น และในขณะที่ฝึกอาจลองใช้เสียงแปลก ๆ เสียงดัง หรือใช้วิธีอัดเสียงมาเปิดเพื่อจำลองสถานการณ์ โดยเจ้าของต้องให้สุนัขคงอยู่ในท่านอน แล้วผ่อนคลายเขาด้วยการเกา หรือนวดไปด้วย
4.ฝึกให้ชินกับเสียง สร้างความคุ้นชินกับเสียงฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ด้วยการเปิดเสียงเหล่านี้ให้เขาฟัง โดยเริ่มจากระดับเสียงที่เบา ๆ ก่อน แล้วจึงเพิ่มให้ดัง ขึ้น สลับกับเสียงเพลง ทำแบบนี้ซ้ำ ๆ เรื่อย ๆ พอของจริงมา เขาก็จะไม่แสดงอาการตื่นกลัว
5.สัมผัสบำบัด วิธีการ : ในขณะที่น้องหมาตัวสั่นและกลัว ให้เราเข้าไปนั่งใกล้ ๆ โดยไม่ต้องเรียกชื่อ หรือส่งเสียงปลอบโยน ให้ใช้ความสงบของเราช่วยให้พวกเขาสงบลง จากนั้นให้เราวางมือที่บริเวณหัวไหล่ หรือหน้าอกของน้องหมานิ่ง ๆ ถ้าจะลูบก็ให้ลูบลงช้า ๆ ซึ่งในช่วงแรกน้องหมาอาจจะยังตื่นกลัวอยู่ แต่สักพักก็จะรู้สึกวางใจขึ้นเอง และถ้าเป็นไปได้ให้เปิดเพลงดนตรีเบา ๆ หรือใช้กลิ่นวานิลลาช่วยบำบัดร่วมด้วย และในขณะเดียวกันเจ้าของควรอยู่ในอารมณ์สงบ ผ่อนคลาย แต่มั่นคง เพราะถ้าเราตื่นกลัวไปกับเขา โอ๋ หรือ สงสาร ก็จะยิ่งกระตุ้นให้เขาวิตกกังวล หรือเรียกร้องความสนใจมากยิ่งขึ้น
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
นอนดึกเป็นประจำ อาจกระทบมากกว่าความง่วงที่เห็นตอนเช้า
สืบสวน สภ.ปลายพระยา ลุยกวาดล้างยาเสพติด รวบ 5 คดี จับผู้ต้องหา 5 ราย
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
หวยลาว 30 มิถุนายน 2569รวมเลขเด่นในกระแสโซเชียล
3 ปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวฝรั่งเศสไม่นิยมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ
คลื่นความร้อนสูงระดับประวัติศาสตร์ถล่มยุโรป ยอดเสียชีวิตพุ่งเกินพันราย
สสารมืดคืออะไร? ทำไมสิ่งที่มองไม่เห็นจึงสำคัญต่อจักรวาล
ต้อง Restart มือถือทุกวันไหม? คำตอบที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนควรรู้
รวมไอเดียตั้งชื่อสุนัขสุดกวน ฟังแล้วจำง่าย ไม่ซ้ำใครแน่นอน
ทำไมกระเป๋าเดินทางรุ่นใหม่ถึงใช้ 4 ล้อ? เรื่องเล็กที่คนเดินทางบ่อยถึงรู้ว่าต่างกันมาก
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
4 สะพานที่แหวกแนวที่สุดในโลก




