ยูทูบเบอร์หนุ่มญี่ปุ่นถูกด่าไม่รับผิดชอบสังคม หลังจับแมงกระพรุนพิษมาต้มซุปกิน อ้างทำโดยมีผู้เชี่ยวชาญแนะนำทุกขั้นตอน พร้อมเตือนอย่าทำตาม
เขียนโดย chop read
เรื่องราวเกิดเมื่อยูทูบเบอร์หนุ่มญี่ปุ่นชื่อว่า homosapi (ホモサピ) ที่ทำคอนเทนต์ลงยูทูป โดยจับแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส (Portuguese man-o-war) ซึ่งเป็นสัตว์มีพิษมาต้มซุปกิน เขาถูกชาวเน็ตด่าว่าทำตัวไม่รับผิดชอบต่อสังคม และเป้ตัวอย่างที่ไม่ดี คนอาจลอกเลียนแบบได้
โดยเขาและเพื่อนไปเที่ยวชายหาดแห่งหนึ่งและเห็นแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกสเกยตื้นเต็มหาด ก็เลยเก็บมาต้มในน้ำเดือด และเติมผักพร้อมปรุงรสเสร็จสรรพ จากนั้นเขาลองชิมซุป เขาบอกว่ารสมันคล้ายหอยเชลล์ ซึ่งหลังจากชิมซุปเขาก็ไม่มีอาการใด ๆ เพราะตนอ้างว่าเขาทำโดยมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำแนะนำทุกขั้นตอน และยังเตือนไม่ให้ทำตาม
ทางด้านนักเพาะพันธุ์แมงกะพรุนท่านนึง ได้ออกมาเตือนให้ระวังการสูดดมละอองไอพิษจากการต้มแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกสด้วย และถึงแม้การต้มจะทำลายสารพิษได้ แต่ยังเสี่ยงมากอยู่ดี เพราะถ้าต้มในอุณหภูมิหรือระยะเวลาไม่นานพอ ก็ไม่สามารถกำจัดพิษได้หมด กินเข้าไปถึงไม่ตาย แต่ก็อาจทำให้เกิดอาการแพ้และหายใจลำบากได้
นอกจากนี้พิษของแมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส จะมีฤทธิ์ทำลายระบบประสาท ผิวหนัง หัวใจ ถ้าใครที่ถูกพิษของมันจะปวดแสบปวดร้อนมากๆ และข่าวร้ายที่สุดคือคนส่วนใหญ่ที่โดนพิษจะช็อกและหัวใจล้มเหลวก่อนที่จะกลับเข้าถึงฝั่ง น่ากลัวนะมันไม่ใช่เล่นๆ เลย คลิปของเขามียอด 3.5 ล้านวิวแล้วนะ ดูเพื่อเป็นความรู้ได้ เเต่อย่าไปหาทำตามเด้อ
ดูคลิปที่ https://www.youtube.com/watch?v=wg0XLw6oMrM&t=1s
https://www.youtube.com/watch?v=wg0XLw6oMrM&t=1s
6 ประเทศที่ไม่มีกลางวัน
จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?
เมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทย
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 16 พฤษภาคม 2569 รางวัลที่ 1 ออก 107387
5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”
ไม่น่าเชื่อว่ามีจริง! เมืองที่ฝนไม่ตกเป็นสิบปี แต่คนยังอยู่รอด
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/5/69
สลัมลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
กายอมตะแห่งไซบีเรีย การท้าทายจารีตธรรมชาติจนกลายมาเป็นความศักดิ์สิทธิ์
ก่อนเปลี่ยนรถ ลองดูค่าใช้จ่าย 3 ปี EV ไฮบริด น้ำมัน แบบไหนคุ้มกว่า
เขื่อนดินที่มีความยาวสันเขื่อนมากที่สุดในประเทศไทย
“อัลกอริทึม” มรดกพันปีจากโลกโบราณสู่ลายเซ็นดิจิทัลที่ขับเคลื่อน AI







