รัฐฯแจกเงินดีหรือเสียต่อเศรษฐกิจไทย
มีหลายพรรคการเมือง กำลังออกนโยบายที่เกี่ยวกับการแจกเงินให้กับประชาชน
บางพรรคจะแจกให้ประชาชนทุกคนที่อายุมากกว่า 16 ปี คนละ 10,000 บาท แต่จำกัดว่าต้องใช้ภายใน 4 กิโลเมตรรอบที่อยู่ตามบัตรประชาชน
บางพรรคเลือกแจกเฉพาะกลุ่ม ให้เดือนละ 1,000 บาท โดยไม่จำกัดระยะทาง
ตอนนี้คำถามที่หลายคนสงสัย ก็คงจะเป็น
1. รัฐแจกเงินแบบนี้ แจกได้ด้วยเหรอ รัฐจะมีต้นทุนที่ต้องชดใช้ตามมาหรือไม่ ?
2. ด้วยเงินก้อนเดียวกันนี้ ถ้านำไปทำอย่างอื่น จะได้ผลที่ดีกว่าการแจกเงินหรือไม่
3. เศรษฐกิจของประเทศจะได้รับผลกระทบอย่างไร กับนโยบายเหล่านี้
เริ่มที่เรื่องแรก รัฐนำเงินที่ไหนมาแจก เงินนี้มีต้นทุนไหม ?
แน่นอนว่า รัฐต้องทำบัญชีรายรับรายจ่าย การที่รัฐเอาเงินมาแจก มันก็แปลว่ารายการนี้จะเป็นรายจ่ายของภาครัฐ
เรามาดูตัวเลขกัน ในปี 2565 รัฐบาลไทยมีรายรับสุทธิที่ 2.5 ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ก็มาจากการเก็บภาษีอากร
สำหรับนโยบายการแจกเงินเหล่านี้จะใช้เงินประมาณ 500,000 ล้านบาท ซึ่งถ้าคิดง่าย ๆ ก็ประมาณ 20% ของรายรับสุทธิของรัฐในปีที่แล้ว
ซึ่งถ้าถามว่าพอจะจ่ายได้ไหม ก็น่าจะทำได้ภายใต้เงื่อนไขเหล่านี้
1.รัฐต้องมีรายได้มากขึ้น
2.รัฐต้องนำงบประมาณจากส่วนอื่นมาจ่าย
3.รัฐต้องกู้เงินเพิ่มเพื่อมาจ่าย ในกรณีที่รายได้ของรัฐไม่มากขึ้น และไม่ตัดงบประมาณส่วนอื่น
รัฐบาลสามารถหารายได้เพิ่ม เช่น การขึ้นอัตราภาษีได้ทั้งจากเงินได้บุคคลธรรมดา นิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาษีสรรพสามิต ที่เก็บจาก น้ำมัน รถยนต์ เหล้า เบียร์
หรือรัฐสามารถลดงบประมาณกระทรวงอื่น ๆ เพื่อมาจ่าย เช่น ลดงบกระทรวงกลาโหม 500,000 ล้าน เพื่อมาแจกเงินให้ทุกคนคนละ 10,000 บาท (แค่ยกตัวอย่างเท่านั้น)
นอกจากนั้น รัฐบาลก็สามารถก่อหนี้เพิ่มได้ ตราบเท่าที่ยังต่ำกว่าเพดานหนี้ ปัจจุบันเพดานหนี้สาธารณะไทยถูกขยับขึ้นจาก 60% เป็น 70% ของ GDP ไปเมื่อ ปี 2021 เป็นการชั่วคราว 10 ปี
ซึ่งตัวเลขหนี้สาธารณะล่าสุดของไทยอยู่ที่ 61% และ GDP ไทยอยุ่ 17.4 ล้านล้านบาท
ถ้าให้คิดว่าไทยก่อหนี้เพิ่ม 5 แสนล้านบาทจากโครงการนี้ ก็จะทำให้ หนี้สาธารณะไทยขยับขึ้น 3% ของ GDP เป็น 64% ของ GDP ซึ่งก็ยังอยู่ต่ำกว่าเพดานหนี้
สรุปแล้ว รัฐสามารถหาเงิน 500,000 ล้านบาทมาแจกประชาชนได้ ตัวเลขนี้ถึงแม้จะดูมากก็จริง แต่เป็นตัวเลขที่สามารถจัดการได้ เมื่อเทียบกับฐานะทางการเงินของรัฐบาลไทยในปัจจุบัน
แต่ทั้งนี้ก็อยู่ในเงื่อนไขที่ว่าเป็นการ “แจกครั้งเดียว” เพราะถ้ารัฐบาลแจก รัว ๆ แจกแบบนี้อีกแค่ 2 ครั้ง ก็อาจทำให้ติดเพดานหนี้สาธารณะแล้ว
ดังนั้นต้องระวังไว้ว่า รัฐแจกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่ถ้าแจกรัว ๆ จะทำให้ถังแตก ได้เหมือนกัน
และนอกจากนั้นการที่ให้ทุกคนมีอุปสงค์ (Demand) เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้าผู้ผลิตไม่สามารถเพิ่มอุปทาน (Supply) ได้ทัน ก็จะทำให้ราคาสินค้าบริการปรับตัวสูงขึ้น และทำให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อตามมา เหมือนกับที่เคยเกิดขึ้นในหลายประเทศ
10 ประเทศในทวีปเอเชีย ที่มีกองกำลังทหารแข็งแกร่งมากที่สุด
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มีชาวต่างชาติมาเรียนมากที่สุด
ดราม่าชายแดนเดือด! เครือข่าย ‘จีนเทา’ ไม่พอใจไทยตั้งตู้คอนเทนเนอร์กั้นพรมแดน ลั่นไม่ให้อภัย จุดกระแสถกเถียงสองฝั่ง”
อำเภอพิเศษของประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นพร้อมกัน
เปิดแนวทางตัวเลข "อาจารย์เบียร์ คนตื่นธรรม" งวดวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569
แมวเพียงชนิดเดียวในประเทศไทย ที่ถูกขึ้นบัญชีให้เป็นสัตว์ป่าสงวน
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
4 ตำนานแอ็กชันกับเงาสะท้อนของกาลเวลาโดย AI
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
ฟรันซ์ ไรเชลต์: ช่างตัดเสื้อผู้เดิมพันด้วยชีวิตสู่ตำนาน "นกมนุษย์" แห่งหอไอเฟล
5 ยี่ห้อน้ำปลาร้าที่คนไทยนิยมมากที่สุด
การอพยพครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์กำลังจะเกิดขึ้น!!
อาคารสำนักงานใหญ่ที่ใช้เงินลงทุนมากกว่าหนึ่งแสนหกหมื่นล้าน
5 ประเทศในเอเชียที่มีการบริโภค ข้าวเหนียว มากที่สุด
ใจปลาซิว: เมื่อวิทยาศาสตร์เฉลยความจริงเบื้องหลังสำนวนไทยที่ฝังรากลึก
7 ต้นไม้ปลูกต้นไม้ในแจกัน ปลูกในน้ำได้
ฟรันซ์ ไรเชลต์: ช่างตัดเสื้อผู้เดิมพันด้วยชีวิตสู่ตำนาน "นกมนุษย์" แห่งหอไอเฟล
ทำไม PlayStation 2 ถึงเป็นเครื่องเกมที่มียอดขายอันดับ 1 ตลอดกาล? (แม้แต่ PS5 ก็ยังโค่นไม่ลง!)
เปิดวาร์ป 3 จุดที่ "แคบที่สุด" ในแผนที่ประเทศไทย! อยู่ตรงไหน มาดูกัน
จังหวัดล่าสุดของประเทศไทยที่ถูกยุบเลิก (ในทางประวัติศาสตร์)
5 จังหวัดภาคอีสาน ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากเป็นอันดับหนึ่ง



