หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ผลไม้ประหลาดมาร์เบิลเบอร์รี วัตถุจากธรรมชาติที่สว่างสดใสที่สุดในโลก

เขียนโดย Man

ผลไม้ประหลาดมาร์เบิลเบอร์รี วัตถุจากธรรมชาติที่สว่างสดใสที่สุดในโลก

วันนี้เราจะมานำเสนอผลไม้จากธรรมชาติที่สว่างสดใสที่สุดในโลก

มันจะสว่างสดใสขนาดไหนเรามาดูกัน

ผลของต้น Pollia condensata หรือที่รู้จักกันในชื่อ มาร์เบิลเบอร์รี (Marble Berry) เป็นพืชที่เติบโตในป่าของแอฟริกากลางและได้รับการยอมรับทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นสารอินทรีย์ที่มีความสว่างสดใสที่สุดในธรรมชาติ

มาร์เบิลเบอร์รีเป็นพืชหายากที่มีความสูงของต้นประมาณ 1 เมตร และแตกหน่อเป็นกลุ่มเล็ก ๆ ราว ๆ 40 ผล ซึ่งมีสีสันสว่างสดใส โดยเฉพาะเมื่อคุณมองผลของมันใกล้ ๆ จะเห็นความแวววาวราวกับถูกเคลือบด้วยชั้นเมทัลลิกสีน้ำเงิน มันดูคล้ายกับลูกบอลตกแต่งต้นคริสต์มาสขนาดจิ๋วที่ส่องแสงระยิบระยับท่ามกลางแสงแดด

ถึงแม้ว่าโลกเราจะเต็มไปด้วยผลไม้ที่มีสีสันสวยงามมากมาย แต่ผลไม้ชนิดไหนที่มีความระยิบระยับเท่ากับมาร์เบิลเบอร์รี ซึ่งหลังจากที่นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการทดสอบมาแล้วหลายครั้ง จึงได้ข้อสรุปว่า ผลมาร์เบิลเบอร์รี ไม่ได้เป็นแค่เพียงผลไม้ที่สว่างสดใสที่สุดในโลก แต่ยังเป็นสารอินทรีย์ที่สว่างสดใสที่สุดในโลกอีกด้วย

ในประเทศต่าง ๆ เช่น เอธิโอเปีย โมซัมบิก แทนซาเนีย หรือกานา ผลมาร์เบิลเบอร์รีมีชื่อเสียงมายาวนานในด้านรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสดใสแวววาวสะดุดตา

แต่ในที่สุดนักวิทยาศาสตร์ก็ได้เรียนรู้ถึงสิ่งที่ทำให้มันสว่างไสวเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมื่อทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์กำลังมองหาพืชที่หักเหแสงได้ และพวกเขาก็บังเอิญไปสะดุดตากับผลมาร์เบิลเบอร์รีที่สวนพฤกษศาสตร์ Kew Gardens ในอังกฤษ ซึ่งมันถูกนำเข้ามาจากกานาตั้งแต่ปี 1974 แต่ยังคงมีสีสันที่น่าประทับใจ
ตามปกติแล้ว พืชที่มีสีสันสว่างสดใสต่างก็พึ่งพาเม็ดสีสำหรับรูปลักษณ์ของพวกมัน และเมื่อมันเริ่มเน่าเปื่อยสีสันของมันก็จะหายไป

แต่สำหรับมาร์เบิลเบอร์รีนั้นต่างออกไป เพราะมันยังคงมีสีสันแบบนั้นได้นานหลายทศวรรษ นั่นเป็นเพราะว่าสีสันของมันไม่ได้เกิดจากเม็ดสี แต่เกิดจากโครงสร้างเซลล์ที่มีลักษณะเฉพาะซึ่งสะท้อนแสงในรูปแบบพิเศษจนสร้างเอฟเฟกที่น่าทึ่งนี้ออกมา
นักวิทยาศาสตร์เรียกสีประเภทนี้ว่า “สีเชิงโครงสร้าง” ซึ่งสามารถพบเห็นได้ในสัตว์หลายชนิด เช่น นกยูงซึ่งมีขนเป็นสีน้ำตาลแต่สะท้อนแสงเป็นสีน้ำเงิน เทอร์ควอยซ์ และสีเขียว รวมไปถึงผีเสื้อและแมลงปีกแข็งหลายชนิด และถึงแม้จะมีพืชบางชนิดที่มีสีเชิงโครงสร้างแต่ก็ไม่มีชนิดไหนที่น่าประทับใจเท่ากับมาร์เบิลเบอร์รี

แต่สิ่งที่แย่ที่สุดของมาร์เบิลเบอร์รีก็คือ มันเป็นผลไม้ที่ไม่สามารถรับประทานได้ เพราะว่านอกจากภายนอกที่ดูสวยงามแล้ว ภายในของมันส่วนใหญ่ล้วนเต็มไปด้วยเมล็ด ข้อดีที่เห็นได้ชัดที่สุดก็คือ มันสามารถรักษารูปร่างและสีสันที่สดใสเอาไว้ได้นานหลายสิบปี

แปลโดย: Man
ที่มา: odditycentral
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Man's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 887 ครั้ง
เขียนโดย Man
Man บอร์ดรวมสาระความรู้แบ่งปันกัน สาระที่นำเสนอมาเพื่อแบ่งปันความรู้ และเป็น ข้อมูล เพื่อ เป็นสาธารณประโยชน์ หวังว่า สาระความรู้ ต่างๆ คงจะมี ประโยชน์พอสมควร.. นะครับ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
20 VOTES (5/5 จาก 4 คน)
VOTED: taewsa, lo73l1, Vaishya, แหวนดอกไม้วงนั้น
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 256910 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำวัดความจนจากอะไรได้บ้างประเทศไทยมีศาลอะไรบ้าง10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัวมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569เกาะกระแสเลขดัง! แนวทาง หวยลาว 21 กรกฎาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์?ใครเป็นคนกำหนดเงินเยียวยาประชาชน10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัวสิวหัวช้างทำไมเจ็บและทิ้งรอยง่ายแม่เรียกเงินจากร้านสัก หลังเด็ก 14 แอบแม่ไปสักลายเต็มขา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด รวมสาระบทความแบ่งปั่นกัน
เมื่อคุณแสดงอคติต่อศาสนาใด ศาสนานั้นกลับจะยิ่งเจริญรุ่งเรืองในประเทศของคุณยุโรปอากาศร้อนผิดปกติ ถ้าวันหนึ่งกลายเป็นเขตร้อนจะเกิดอะไรขึ้นรู้ไว้ใช่ว่า...แผนหลอกของกลุ่มมิจฉาชีพ "จีนเทา" ในวงการขายของออนไลน์ไข่เกิดก่อนไก่ หรือว่า ไก่เกิดก่อนไข่..วิทยาศาสตร์มีคำตอบ
ตั้งกระทู้ใหม่