ทานยาคุมต่อเนื่อง 5 ปี อันตราย เสี่ยงเป็นโรคหลายอย่าง
ทานยาคุมต่อเนื่อง 5 ปี อันตราย
การกินยาคุมกำเนิด เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการคุมกำเนิดที่สาว ๆ นิยมใช้ เพราะเป็นวิธีที่สะดวกและมีประสิทธิภาพ หลายคนเลยเผลอใช้อย่างต่อเนื่อง โดยหารู้ไม่ว่าการกินยาคุมกำเนิดมากเกินไปอาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพต่าง ๆ ได้แบบไม่คาดคิด โดยมีการศึกษาพบว่า ผู้หญิงไม่ควรใช้ยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นเวลานานกว่า 5 ปี แต่ถ้าหากมีความจำเป็นต้องใช้ก็ควรเว้นระยะในการใช้อย่างน้อย 6 เดือน วันนี้เราจะพา ไปเรียนรู้ภัยเสี่ยงสุขภาพจากการรับประทานยาคุมกำเนิดติดต่อกันนาน ๆ เพื่อให้ได้ระมัดระวังในการใช้มากขึ้น
โรคหัวใจและหลอดเลือด
การกินยาคุมกำเนิดติดต่อกันนาน ๆ สามารถเพิ่มความเสี่ยงภาวะหลอดเลือดอุดตัน โดยเฉพาะกับคนที่สูบบุหรี่ หรือมีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไป ซึ่งอาการหลอดเลือดอุดตันเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน ดังนั้นจึงต้องมีการสังเกตอาการในช่วงที่ใช้ยาคุมกำเนิดอย่างใกล้ชิด โดยถ้าหากมีอาการเจ็บหน้าอก ไอเป็นเลือด หน้ามืด ปวดศีรษะบ่อย ๆ หรือเริ่มพูดไม่ชัด ควรรีบหยุดใช้ยา และไปพบแพทย์ด้วย เพราะนั่นอาจเป็นอาการของโรคหลอดเลือดอุดตัน
โรคต้อหิน
ต้อหินถือเป็นโรคอันตรายสำหรับดวงตา เพราะอาจจะทำให้ถึงขั้นตาบอดได้ และการใช้ยาคุมกำเนิดติดต่อกันเป็นเวลานาน ๆ ก็เพิ่มความเสี่ยงในการเกิดต้อหินได้เช่นกัน โดยจากการศึกษาของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ในเมืองซานฟรานซิสโก และมหาวิทยาลัยดุ๊ก พบว่าจากการสอบถามข้อมูลจากผู้หญิงวัย 40 ปีขึ้นไปจำนวน 3,046 คน เกี่ยวกับการมองเห็นและการคุมกำเนิด พบว่าผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิด 3 ปีขึ้นไปมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคต้อหินมากกว่าผู้หญิงที่ใช้ยาคุมกำเนิดน้อยกว่านั้นหรือไม่เคยใช้เลย ซึ่งนักวิจัยสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการที่ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนมากผิดปกติ แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมต่อไปในอนาคต
เนื้องอกในสมอง
วารสารทางการแพทย์อย่าง British Medical Journal of Clinical Pharmacology ได้ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับความเสี่ยงในการเกิดเนื้องอกในสมองและยาคุมกำเนิด โดยจากการศึกษาได้พบว่า ผู้หญิงวัย 15-49 ปี ที่มีการใช้ยาคุมกำเนิดไม่ว่าจะชนิดใดก็ตาม ต่างมีความเสี่ยงที่จะเกิดเนื้องอกในสมองชนิด Giloma ซึ่งเป็นชนิดที่หายาก โดยความเสี่ยงนั้นจะมากกว่าผู้หญิงทั่วไปที่ไม่เคยใช้ยา และยังมีความเสี่ยงสูงที่ก้อนเนื้อเหล่านั้นจะกลายเป็นโรคมะเร็งอีกด้วย
โรคกระดูกพรุน
การกินยาคุมกำเนิดแม้จะทำให้ได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจน แต่หากกินติดต่อกันนาน ๆ อาจส่งผลต่อมวลกระดูกได้ โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน จะมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียมวลกระดูกได้มากกว่าคนที่ไม่เคยใช้ยาคุมกำเนิด แต่ก็ยังพอสามารถป้องกันได้ด้วยการรับประทานอาหารที่มีวิตามินดี และแคลเซียมสูง เพื่อให้ร่างกายได้รับแคลเซียมไปเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกได้อย่างเพียงพอ
ใครที่ใช้ยาคุมกำเนิดอย่าใช้ยาติดต่อกันนานเกินไป เพราะอาจได้รับความเสี่ยงอย่างที่กล่าวมา ส่วนใครที่จำเป็นต้องกินยาคุมกำเนิดก็ควรใช้ในปริมาณที่แพทย์กำหนด
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
"นาร์วาฬ" ยูนิคอร์นแห่งมหาสมุทร กับความจริงของ "เขาในตำนาน" ที่แท้คือฟันทะลุริมฝีปาก
ทำไมเราไม่ได้กลิ่นบ้านตัวเอง แต่คนที่เพิ่งเดินเข้ามากลับได้กลิ่นทันที?
ทำไมกระจกประตูเครื่องซักผ้าฝาหน้าถึงโค้งเข้าไปข้างใน? มันไม่ได้มีไว้แค่ให้มองเห็นผ้า
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
เกาะของประเทศไทย ที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากชายฝั่งมากที่สุด
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลัง
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
มูลนิธิองค์กรทำดีชี้แจง บุคคลปริศนาไม่ใช่ทีมงานและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกัน
มูลนิธิองค์กรทำดีชี้แจง บุคคลปริศนาไม่ใช่ทีมงานและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
"นาร์วาฬ" ยูนิคอร์นแห่งมหาสมุทร กับความจริงของ "เขาในตำนาน" ที่แท้คือฟันทะลุริมฝีปาก
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ





