หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมกลิ่นถุงเท้ากับกลิ่นเต่าตัวเองถึงชวนให้แอบดม

เขียนโดย nattawat25800

ดมแล้วเบ้หน้า แต่ก็ยังดมซ้ำ


ลองนึกภาพถอดรองเท้าหลังกลับถึงบ้าน ถุงเท้ามีกลิ่นอับชัดเจน มือก็รู้ว่าไม่ควรเอาเข้าใกล้จมูก แต่สุดท้ายกลับยกขึ้นมาดมเอง แล้วทำหน้าเหม็นพร้อมคิดว่า “อื้อ กลิ่นมาเต็ม” ก่อนจะดมอีกรอบ พฤติกรรมแบบนี้ไม่ได้แปลว่าชอบของสกปรก และไม่ได้เกิดกับทุกคน จุดน่าสนใจอยู่ตรงที่สมองประเมิน กลิ่นจากร่างกายตัวเอง ต่างจากกลิ่นแบบเดียวกันที่มาจากคนอื่นพอสมควร

กลิ่นเต่ากับกลิ่นถุงเท้าไม่ได้มาจากเหงื่อล้วนๆ

เหงื่อสดจำนวนมากแทบไม่มีกลิ่นแรง กลิ่นรักแร้เกิดเด่นขึ้นเมื่อจุลินทรีย์บนผิว โดยเฉพาะแบคทีเรียบางกลุ่ม ย่อยสารตั้งต้นจากต่อมเหงื่อแล้วปล่อยโมเลกุลระเหยออกมา ส่วนกลิ่นเท้าและถุงเท้ามักเกี่ยวกับกรดไขมันระเหย เช่น กรดไอโซวาเลอริก ซึ่งให้โทนกลิ่นเปรี้ยว อับ คล้ายชีสหรือถุงเท้าเก่า พอเท้าอยู่ในรองเท้าที่อุ่น ชื้น และอากาศถ่ายเทน้อย กลิ่นก็สะสมในผ้าได้ง่ายขึ้น

ตรงนี้แหละที่ทำให้จมูกเจอสัญญาณแรง แต่สมองไม่ได้ตีตราว่า “อันตราย” เท่ากันทุกครั้ง

งานทดลองเรื่องกลิ่นเหงื่อพบว่า เมื่อให้ดมตัวอย่างเหงื่อของตัวเองเทียบกับของคนอื่น กลิ่นจากคนอื่นมักสร้างความรู้สึกรังเกียจมากกว่า แม้ผู้ทดลองจะไม่ได้ชี้ได้แม่นเสมอว่าตัวอย่างไหนเป็นของตัวเอง แปลแบบง่ายๆ คือ สมองอาจแยกความเป็น “ของตัวเอง” ได้บางส่วนในระดับที่เจ้าตัวไม่ทันสังเกต และความคุ้นเคยทำให้ระบบเตือนภัยไม่พุ่งสุดเหมือนตอนเจอกลิ่นไม่รู้ที่มา

จมูกชินกับกลิ่นประจำตัวตลอดทั้งวัน

ระบบรับกลิ่นมีทั้งการปรับตัวและความเคยชิน เมื่อเจอกลิ่นเดิมต่อเนื่อง ความแรงที่รับรู้มักค่อยๆ ลดลง นี่คือเหตุผลที่เข้าห้องใหม่แล้วได้กลิ่นน้ำหอมชัดมาก แต่ผ่านไปพักหนึ่งกลับแทบไม่รู้สึก ทั้งที่กลิ่นยังอยู่ กลิ่นตัวก็เจอกลไกคล้ายกัน จมูกสัมผัสกลิ่นจากผิว เสื้อผ้า เส้นผม และลมหายใจของเจ้าของร่างกายมาทั้งวัน จึงมีพื้นฐานความคุ้นเคยสูงอยู่แล้ว

พอเอาถุงเท้าที่เพิ่งถอดมาจ่อใกล้จมูก ความเข้มข้นกระโดดขึ้นทันที สมองจึงได้รับข้อมูลใหม่จากกลิ่นที่คุ้น แต่แรงกว่าเดิมมาก ความรู้สึกเลยออกมาเป็นส่วนผสมประหลาดระหว่าง คุ้นเคย รังเกียจนิดๆ อยากเช็ก และอยากรู้ว่ามันแรงแค่ไหน ไม่ใช่ความหอมแบบน้ำหอม แต่คล้ายการแตะลิ้นกับฟันที่ปวด หรือดมกล่องอาหารเพื่อเช็กว่ายังดีอยู่ไหม รู้ว่าอาจไม่เพลิน แต่สมองอยากได้คำตอบให้แน่

การดมตัวเองอาจเป็นระบบตรวจสภาพร่างกายแบบบ้านๆ

มีงานวิจัยเรียกพฤติกรรมนี้ว่า “การตรวจตัวเองด้วยกลิ่น” มนุษย์มักดมมือ เสื้อผ้า รักแร้ หรือส่วนต่างๆ ของร่างกายเพื่อเช็กสุขอนามัยและความเปลี่ยนแปลงของกลิ่นโดยไม่ต้องตั้งใจเป็นพิธี ลองคิดก่อนออกจากบ้าน หลายคนยกเสื้อขึ้นดมเองเพื่อดูว่าต้องเปลี่ยนหรือยัง นี่ไม่ใช่เรื่องพิสดาร แต่เป็นวิธีตรวจข้อมูลจากร่างกายที่เร็วมาก จมูกตอบได้ทันทีว่ากลิ่นวันนี้ใกล้เคียงเดิมหรือเปลี่ยนไป

กลิ่นคุ้น ทำให้สมองรู้สึกควบคุมสถานการณ์ได้มากกว่า

กลิ่นแรงแบบสมัครใจดม ต่างจากโดนกลิ่นไม่พึงประสงค์พุ่งใส่โดยไม่ตั้งตัว

ความรังเกียจต่อของตัวเองมักเบากว่า เพราะต้นทางชัดและคาดเดาได้

ความอยากรู้อยากเห็น ทำให้เกิดการดมซ้ำเพื่อเทียบว่า “รอบนี้แรงแค่ไหน”

คำว่า “ฟิน” จึงไม่จำเป็นต้องแปลว่าสมองชอบกลิ่นเหม็นโดยตรง หลักฐานตอนนี้ยังไม่ชี้ว่ามีกลไกรางวัลพิเศษสำหรับกลิ่นเต่าหรือถุงเท้าของตัวเองโดยเฉพาะ ความพอใจแปลกๆ น่าจะมาจากหลายอย่างประกอบกัน ทั้งความคุ้นเคย การควบคุมสถานการณ์ ความอยากรู้อยากเห็น และความโล่งใจหลังตรวจแล้วรู้ว่า “โอเค ยังเป็นกลิ่นเดิม”

แต่ถ้ากลิ่นตัวเปลี่ยนแบบชัดเจนและต่อเนื่อง ก็อย่าใช้การดมเล่นแทนการสังเกตสุขภาพ
กลิ่นที่เปลี่ยนหลังออกกำลังกาย กินอาหารบางอย่าง หรือใส่รองเท้านานๆ เกิดขึ้นได้ตามปกติ แต่ถ้ามีกลิ่นผิดจากเดิมมากร่วมกับผื่น แผล อาการคัน เจ็บ หรือปัญหาผิวที่ไม่หาย ควรหาสาเหตุให้ชัด เพราะกลิ่นเป็นเพียงข้อมูลชิ้นหนึ่ง ไม่ใช่เครื่องวินิจฉัยโรค

ดังนั้นภาพคนหยิบถุงเท้ามาดมแล้วทำหน้าพิลึกไม่ได้ขัดแย้งกันเลย จมูกกำลังบอกว่า “กลิ่นนี้แรง” ขณะที่สมองอีกส่วนกำลังบอกว่า “รู้จักกลิ่นนี้ดี ขอเช็กอีกที” แล้วมือก็ดันยกขึ้นไปใกล้จมูกอีกรอบซะงั้น

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nattawat25800's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 66 ครั้ง
เขียนโดย nattawat25800
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 จุดหมายในบังกลาเทศที่คนไทยอาจยังไม่รู้จักจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดแม่วัย 35 เปิดอุทาหรณ์สุดผวา! ตรวจมะเร็งหลังคลอด แต่ผ้าก๊อซค้างในช่องคลอด รพ.โทรตามให้กลับมาเอาออก ซ้ำรอหมอไม่ไหวต้องไปอีก รพ.เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6บุกกุฏิ! พระลูกวัดวัย 21 ปี ถูกล่อซื้อเคตามีน นัดส่งยาถึงที่ ตำรวจรวบพร้อมหนุ่มวัย 19 พบของกลาง-แชตสั่งซื้อเพียบเปิดสถิติ "เลขยอดฮิต" บนเป๋าตัง: ทำไมเลขชุดนี้ถึงขายหมดไวที่สุดในทุกงวด!5 ทริคซักผ้าให้หอมฟุ้งเหมือนร้านซักอบรีด ด้วยเงิน 20 บาทเปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?5 คณะที่เรียนจบแล้วอาจต้องเจอกับการแข่งขันสูงในยุค AIระทึกก่อนนายกฯ ถึง! รถเจ้าหน้าที่เสียงดังสนั่น-ควันพุ่งจากห้องเครื่อง กลาง ครม.สัญจรสงขลา เจ้าหน้าที่ EOD รีบเข้าตรวจสอบ5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สัตว์ที่เกือบจะสูญพันธุ์จากประเทศไทย แต่กลับมาพบเพิ่มจำนวนได้อีกครั้งบุกกุฏิ! พระลูกวัดวัย 21 ปี ถูกล่อซื้อเคตามีน นัดส่งยาถึงที่ ตำรวจรวบพร้อมหนุ่มวัย 19 พบของกลาง-แชตสั่งซื้อเพียบนายก อบต.บ้านติ้ว ถูกมีดทำร้ายดับในบ้าน ภรรยาเจ็บด้วย ตำรวจเร่งคลี่ปม ช่วงก่อนเกิดเหตุยังนั่งคุยกับคนก่อเหตุเปิดสถิติ "เลขยอดฮิต" บนเป๋าตัง: ทำไมเลขชุดนี้ถึงขายหมดไวที่สุดในทุกงวด!"น้ำลาย" ของเหลวธรรมดาที่มีพลังรักษาและป้องกันโรค
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
การให้แก่คนใกล้ตัว - คือทานที่ทุกคนมองข้าม (สร้างกับ เอไอ)เปิดสถิติ "เลขยอดฮิต" บนเป๋าตัง: ทำไมเลขชุดนี้ถึงขายหมดไวที่สุดในทุกงวด!ไม่ใช่แค่เรื่องสวย! เผย 5 อันดับสีรถยอดนิยมของคนไทย ทำไมสีพวกนี้ถึงครองถนน?10 จุดเที่ยวระนองที่คนไทยอาจยังไม่เคยไป
ตั้งกระทู้ใหม่