หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ถึงเวลาร่วมแรงร่วมใจช่วยปศุสัตว์ไทยขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาด


เขียนโดย

สาริทธิ์ สันห์ฤทัย

การปรับขึ้นของราคาน้ำมันดีเซลตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.เป็นต้นมา เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบกับต้นทุนการผลิตของสินค้าอุปโภคบริโภคทุกชนิด ยิ่งภาคปศุสัตว์ไทย เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ต้องแบกรับปัญหาต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นมาตั้งแต่กลางปี 2563 เรื่อยมาถึงปัจจุบัน จากราคาวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารสัตว์ โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์

ธัญพืชทุกประเภทที่ปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้ เป็นปัญหาที่ภาคปศุสัตว์ทั่วโลกกำลังประสบอยู่ ยิ่งในส่วนของภาคปศุสัตว์ โดยเฉพาะผู้เลี้ยงสุกรที่ประสบปัญหากับการระบาดของASF ในสุกร เมื่อปลายปี 2564 ที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันกรมปศุสัตว์สามารถควบคุมในวงจำกัด

ล่าสุด ข้อมูลสำรวจโดยกรมปศุสัตว์พบว่า จำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและข้อมูลประชากรสุกรในช่วงเมษายน 2565 ประเทศไทยมีจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรเหลือเพียง 109,942 ราย เป็นผลมาจากภาระขาดทุนสะสมตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ที่เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีต้นทุนค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าน้ำมัน ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการเลี้ยง รวมทั้งสภาพอากาศที่มีผลต่อการเลี้ยงสุกร

ยิ่งช่วงนี้สภาพอากาศแปรปรวน เกษตรกรต้องดูแลสภาพอากาศในโรงเรือนเพื่อคงประสิทธิภาพความเย็นในโรงเรือนให้อยู่ในระดับคงที่ตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ โดยต้องเปิดระบบทำความเย็นแทบทั้งวัน จึงจำเป็นต้องใช้น้ำและไฟฟ้าเพื่อเดินระบบมากขึ้น บางฟาร์มมีระบบปั่นมอเตอร์พัดลมโดยใช้น้ำมัน ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายด้านพลังงานเพิ่ม

สำหรับต้นทุนสำคัญ อย่างธัญพืชหลัก ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และกากถั่วเหลือง ได้ปรับสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จากราคาเฉลี่ยในปี 2563 ที่ 8.97 บาทต่อกิโลกรัม และ 12.71 บาทต่อกิโลกรัม เป็นเกือบ 13 บาทต่อกิโลกรัม และ 21.30 บาทต่อกิโลกรัม ตามลำดับ เช่นเดียวกับวัตถุดิบอาหารสัตว์อื่นๆ อาทิ รำข้าว ก็ปรับสูงขึ้น ทำให้ต้นทุนการเลี้ยงสูงขึ้นกว่า 30-40%

ขณะที่การเลี้ยงสุกรที่มีอยู่ขณะนี้ ทั้งแม่พันธุ์สุกร ลูกสุกรหย่านม และสุกรขุน หายไปจากระบบมากกว่า 50% จากการที่เกษตรกรเลิกเลี้ยงและหยุดการเลี้ยงไปมากกว่าครึ่งของประเทศ ล่าสุดราคาสุกรหน้าฟาร์มทั่วประเทศที่ 100 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาที่พอให้เกษตรกรหนีต้นทุนที่ 98.81 บาทต่อกิโลกรัม นายปรีชา กิจถาวร นายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคใต้ บอกว่า ผู้เลี้ยงจำเป็นต้องปรับราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์ม ตามกลไกตลาดที่เกิดขึ้นจริงในขณะนี้ ซึ่งเกษตรกรทั่วประเทศ ยังคงให้ความร่วมมือกับภาครัฐ ในการร่วมดูแลค่าครองชีพประชาชนในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ต่อไป

 

ที่สำคัญ เกษตรกรผู้เลี้ยงคัดค้านอย่างถึงที่สุดกับแนวคิดการนำเข้าสุกร เพราะต้องไม่ลืมว่าอุตสาหกรรมการเลี้ยงสุกร ทำหน้าที่ปกป้องพี่น้องเกษตรกรผู้เพาะปลูกพืชวัตถุดิบอาหารสัตว์ ทั้งข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง และปลายข้าว ร่วม 7 ล้านครัวเรือน รวมไปถึงเป็นห่วงโซ่สำคัญของภาคเวชภัณฑ์ ผู้ผลิตอุปกรณ์การเลี้ยง ระบบขนส่ง และภาคธุรกิจอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ถ้าปล่อยให้มีการนำเข้าสุกรมาทำลายผู้เลี้ยงสุกรในประเทศ เกษตรกรต้องล่มสลาย ย่อมส่งผลกระทบต่อเนื่องเป็นโดมิโนอย่างแน่นอน

ส่วนนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรภาคเหนือ นายสุนทราภรณ์ สิงห์รีวงศ์ บอกว่า ต้องยอมรับว่าเกษตรกรผู้เลี้ยงอยู่ในช่วงยากลำบากที่สุดในอาชีพ แต่ก็ยังมีขบวนการปั่นราคาสุกร และให้ข้อมูลด้านเดียวว่า เนื้อสุกรหน้าเขียงมีราคาสูงถึง 250 บาทต่อกิโลกรัม และใช้หลักจิตวิทยากดดันให้เกษตรกรขายสุกรมีชีวิตในราคาต่ำกว่าราคาประกาศของสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ รวมทั้งอาจหวังหากำไรจากส่วนต่าง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว สถานการณ์ในพื้นที่ภาคเหนือแม้จะขาดแคลนเนื้อสุกรค่อนข้างมาก แต่ราคาในร้านค้าจำหน่ายทั่วไปราคายังอยู่ที่กว่า 160 บาทต่อกิโลกรัม และราคาหน้าฟาร์มขายกัน 100 บาทต่อกิโลกรัมก็เป็นราคาที่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง จากผลกระทบ ASF ในสุกร

นอกจากนี้ ผู้เลี้ยงสุกรทั่วประเทศยังคงมุ่งมั่นให้ความร่วมมือกับกรมปศุสัตว์ และผู้เชี่ยวชาญเดินหน้าให้ความรู้กับผู้เลี้ยงรายย่อยทั่วประเทศ ให้เกษตรกรสามารถกลับมาเลี้ยงสุกรด้วยความมั่นใจ เพื่อให้มีซัพพลายกลับเข้าระบบตามเป้าหมายของภาครัฐ

“สุกร” จัดเป็นสินค้าคอมอดิตี้ ที่ราคาขึ้นลงตามภาวะอุปสงค์อุปทาน การปล่อยให้กลไกตลาดได้ทำงานอย่างเสรี จะทำให้สามารถปรับสมดุลที่แท้จริงได้ และยังจะช่วยให้เกษตรกรที่เกี่ยวข้องในวงจร ตลอดห่วงโซ่สามารถประกอบอาชีพได้ต่อไป

เนื้อหาโดย: Napha Tamee
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Napha Tamee's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 106 ครั้ง
เขียนโดย Napha Tamee
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ลงทุนน้อย ไม่เน่าไม่เสีย! เปิดวาร์ป 5 ไอเดีย "ของขายตลาดนัด" ซื้อง่ายขายคล่อง เก็บได้ยาวๆ ไม่มีขาดทุนจังหวัดที่มี "หอนาฬิกา" ที่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทยรายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่โรงเรียน"ลอยน้ำ"แห่งเดียวในประเทศไทย5 จังหวัด ค่าครองชีพโหดที่สุดในไทย เงินเดือน 3 หมื่นบางที่ยังเกือบไม่รอดรู้ไหม? มีจังหวัดในไทยที่มีแค่ 3 อำเภอเท่านั้น เล็กแต่มีเสน่ห์เกินตัว10 ขนมไทยโบราณ หาทานยาก แต่รสชาติยังตราตรึง10 มหาวิทยาลัยรัฐฯ ที่เก่าแก่สุดในไทย5 อันดับห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยย้อนวันวานโรงหนัง “โคลีเซี่ยม” ปี 2517 เปิดโปรแกรมหนังดัง “ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ” เริ่มฉาย 16 มีนาคมจังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิล
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ความเชื่อโบราณ "ผีบ้านผีเรือน ผีบันได ผีประตู ผีเตาไฟ ผีตะล่อมข้าว"ประโยชน์ของว่านหางจระเข้ ที่คุณอาจไม่รู้จักจังหวัดที่มี "หอนาฬิกา" ที่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศประชาชนกว่า 400 คนต้องอพยพ หลังเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ทำลายบ้านกว่า 200 หลังแจกฟรี 30 แคปชั่นสวัสดี 7 วัน อวยพรจากใจ ส่งต่อความสุขยามเช้า สไตล์คลาสสิก ไม่ซ้ำใครพระนางศุภยาลัต ทรราชหญิงแห่งกรุงมัณฑะเลย์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด อาหาร
เปิดโผ "สุดยอดไก่ทอด" ที่อร่อยที่สุดจากทั่วโลก! งานนี้ 'ไก่ทอดหาดใหญ่' ของไทยเราติดไหม?รวม 5 ดอกไม้กินได้ ปลูกง่าย แต่งบ้านสวย เพิ่มมูลค่าเมนูสวรรค์สายกรอบ! เปิดโผ 5 ประเทศ "คลั่งรักของทอด" ที่สุดในโลก ประเทศไหนยืนหนึ่งเรื่องความกรุบ?เส้นขาวกลมยาวๆ ทำไมถึงเรียกขนมจีน
ตั้งกระทู้ใหม่