หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“The Holy Crown of Thorns” “อภินิหารมงกุฎหนามศักดิ์สิทธิ์" บุรุษผู้ที่ต้องแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่..ที่ต้องเจอกับคำดูหมิ่นและเจ็บปวดบนไม้กางเขน

ถ้าทุกคนเชื่อว่าทุกศาสนาสอนให้คนเรานั้นเป็น "คนดี" ดังนั้นศาสนาคริสต์ก็คงเป็นอีกหนึ่งศาสนาบนโลกใบนี้ ที่มีหลักคำสอนที่ดีเช่นกัน และถ้าคุณเชื่อว่าทุกศาสนาก็ย่อมมีเรื่องราวอภินิหารสิ่งอัศจรรย์ตามความเชื่อแล้วละก้อ ศาสนาคริสต์ตามความเชื่อและความศรัทธาของศาสนิกชนก็คงจะมีเฉกเช่นเดียวกัน

จากบุรุษที่ต้องแบกรับภาระอันยิ่งใหญ่จากเบื้องบน ด้วยการต้องถูกดูหมิ่นเหยียดหยาด และการได้รับความเจ็บปวดแสนทรมาน จนสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน จนถูกยกย่องให้เป็น "พระศาสดาในนามพระเยซูคริสต์"

พระองค์ถูกประหารเมื่อปี ค.ศ.33 หลังจากนั้นมงกุฏหนามนี้ก็ถูกส่งต่อไปยังผู้ถือครองต่างๆ ในกรุงเยรูซาเล็ม ซึ่งในอดีตผู้คนเชื่อว่าหนามของมงกุฏนี้มีอิทธิฤทธิ์ช่วยปกป้องผู้ที่ครอบครองไม่ให้บาดเจ็บได้ จึงเป็นที่มาของ...

อภินิหารมงกุฎหนามศักดิ์สิทธิ์ (The Holy Crown of Thorns)
มงกุฎหนามนี้เป็นวัตถุศักดิ์สิทธิ์เป็น 1 ใน 3 ชิ้นที่สำคัญคือ..
1. มงกุฎหนาม
2. เศษเสี้ยวของไม้กางเขนองค์จริง
3. ตะปูศักดิ์สิทธิ์

โดยถูกเก็บรักษาไว้ที่ "มหาวิหารนอเทรอดาม" (Cath drale Notre-Dame de Paris) ที่จัดอยู่ในหมวด Super rare items ที่เรียกว่า First class relics เพราะมันคือวัตถุที่ได้สัมผัสโดนตัวพระเยซูโดยตรง และมีอายุประมาณ 2,000 กว่าปีมาแล้วนั้นเอง

งั้นเรามาย้อนกลับไปในอดีตกันว่ามงกุฎหนามนี้มีที่มาที่ไปยังไง ? 

ซึ่งในพระธรรมยอห์น บทที่ 19 (พระเยซูถูกสวมมงกุฎหนาม)
19:1 ฉะนั้นปีลาตจึงเอาพระเยซูไป และโบยตีพระองค์
19:2 และพวกทหารได้ทอมงกุฎหนาม และสวมมงกุฎนั้นบนพระเศียรของพระองค์ และพวกเขาสวมเสื้อคลุมสีม่วงให้พระองค์
19:3 และกล่าวว่า “ขอทรงพระเจริญ กษัตริย์ของพวกยิว” และพวกเขาได้ตบพระองค์ด้วยมือของพวกเขา

นี่คือสิ่งที่ทหารโรมันได้กระทำกับพระองค์ ทั้งทรมานร่างกายอย่างเจ็บปวด การถ่มน้ำลายใส่ และการพูดจาดูถูกเหยียดหยาม และบังคับให้สวมใส่มงกุฎหนามให้ทิ่มศีรษะอย่างแสนทรมาน พร้อมกับเอาไม้ฟาดลงไปที่ศีรษะของพระองค์

ก่อนจะให้พระองค์เดินแบกไม้กางเขนของตนไปยังแดนประหาร โดยให้เดินรอบเมืองเยรูซาเล็มเพื่อเป็นการประจาน เพื่อนำไปสู่สถานที่ที่ชื่อว่า "กลโกธา" (หมายถึงกะโหลก) ที่ซึ่งเป็นสถานที่ตรึงพระองค์จนสิ้นพระชนม์ (ในช่วงอายุ 33 ปี)

พอพระองค์สิ้นพระชนม์แล้วมงกุฎหนามไปอยู่ไหน ?
มงกุฎหนามยังคงวนเวียนอยู่ในกรุงเยรูซาเล็ม (ประเทศอิสราเอล) และได้เปลี่ยนมือไปหลายเจ้า จนหลักฐานที่แน่ชัดก็ปรากฎว่าตัวมงกุฎถูกอารักขาไว้ที่ภูเขาศิโยน (Mount Zion) (จนถึงปี คศ. 870)

แต่ตัวมงกุฎก็ไม่ได้อยู่อย่างดีเท่าไหร่ เพราะหนามของมงกุฎหลายชิ้นถูกหักออกจากมงกุฎ และส่งไปเป็นของกำนัลแก่กษัตริย์นักรบชื่อดังในสมัยนั้นหลายต่อหลายคน ไม่ว่าจะเป็น "Charles The Bald", "Duke of Frank", หรือ "Athelstan" (กษัตริย์ของแองโกล-แซกซอน) แต่ที่น่าจะโด่งดังสุดก็คือ "Chalemagne the Great" (พระเจ้าชาเลอมาญมหาราช)

แล้วทำไมมงกุฎหนามนี้จึงมีความสำคัญ ?
เพราะว่ากันว่าหนามจากมงกุฎนี้มีอิทธิฤทธิ์ในการช่วยคุ้มภัยอันตรายได้ ไม่ให้เสียเลือดเนื้อในยามออกรบออกศึกนั้นเอง เลยพากันตามหากันใหญ่ ขนาดจักรพรรดินโปเลียนผู้ยิ่งใหญ่ยังต้องหามาครอบครองให้ได้เลย

แต่อย่างว่าเมื่อของมันขลังมีดี มีชื่อเสียงก็ย่อมมีคนอยากครอบครอง
พอเกิดสงครามครูเสดขึ้น ตัวมงกุฎก็ถูกชิงไปจากเยรูซาเล็ม และไปอยู่ในมือของอาณาจักรไบแซนไทน์ ในปี 1063 (ประเทศตุรกีในปัจจุบัน)

มงกุฎหนามอยู่อย่างสงบเป็นเวลาถึง 175 ปี จนมาถึงรัชสมัยของพระเจ้า "Baldwin II" อาณาจักรไบแซนไทน์ก็เจอกับปัญหาเศรษฐกิจอย่างหนัก เพราะต้องกู้เงินจากสหภาพยุโรปเป็นหลัก จึงต้องตัดสินใจเอาสมบัติของบรรพบุรุษออกมาปล่อย ไปจำนำกับพวก Venetian (นครเวนิซในปัจจุบัน) เป็นทองคำจำนวน 13,134 Hyperpyron ซึ่งเยอะมากๆทีเดียว

การไถ่มงกุฎหนามโดยพระเจ้าหลุยส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส
เพราะเมื่อพวก Venetian ได้ไป ก็ย่อมรู้ว่าพระเจ้า Baldwin II ไม่มีปัญญามาไถ่มงกุฎคืนแน่นอน ข่าวก็รู้ไปถึง "พระเจ้าหลุยส์ที่ 9 แห่งฝรั่งเศส" จึงเข้าไปไถ่มงกุฎหนามนี้ด้วยทองคำมหาศาล เพื่อนำมงกุฎสู่ดินแดนฝรั่งเศส

โดยสั่งให้ช่างสร้างมหาวิหารแซงต์ แชแปล (Sainte-Chapelle) แล้วเสร็จในปี 1248 เพื่อเอาไว้เก็บมงกุฎหนาม และของศักดิ์สิทธิ์อื่นๆในอนาคตด้วย 

และสิ่งแรกที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 9 ทรงกระทำก็คือการหักหนามส่วนใหญ่ออกจากมงกุฎทั้งหมด แล้วก็เอาตัวมงกุฎที่มีหนามอยู่เล็กน้อยไปใส่ในวัตถุทรงกลมให้กลายเป็นรัดเกล้า (Circlet) แทน (ตามภาพด้านล่าง)

ส่วนตัวหนามที่ถูกหักออกก็ถูกเอาไปแจกจ่ายเป็นของกำนัลให้แก่ประเทศพันธมิตรต่างๆ รวมถึงคนในราชวงศ์หลุยส์ด้วย เพราะเชื่อว่าเป็นเครื่องรางศักดิ์สิทธิ์

แต่สุดท้ายมงกุฎหนามก็ต้องโดนปล้นอีกครั้ง
เพราะพอผ่านไป 553 ปี (ในปี 1801) ฝรั่งเศสก็เกิดการปฎิวัติรัฐประหารขึ้น สมบัติที่เคยเป็นของราชวงศ์ก็ถูกรื้อค้นปล้นกันไปเป็นการใหญ่ รวมถึงมงกุฎหนามนี้ก็ถูกปล้นไปเช่นกัน แต่พอหลังจากถกเถียงกันมาเป็นเวลายาวนานในที่สุดก็ตกลงกันว่า จะนำมงกุฎหนามนี้ไปเก็บไว้ที่ "มหาวิหารนอเทรอดาม (Cath drale Notre-Dame de Paris)" ซึ่งถือว่าทางฝรั่งเศสนั้นเก็บรักษาสมบัติทางประวัติศาสตร์ชิ้นนี้ไว้ได้เป็นอย่างดี

มหาวิหารนอเทรอดามถูกเพลิงไหม้
จนเมื่อวันที่ 16 เมษายน 2562 ก็เกิดอัคคีภัยกับมหาวิหารฯ ซึ่งมีอายุกว่า 850 ปี ในกรุงปารีสของฝรั่งเศส สร้างความสะเทือนใจไปทั่วโลก แต่ยังดีที่บาทหลวงฟูร์นีย์กับเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ก็เสี่ยงชีวิตฝ่าเปลวไฟบุกเข้าไปในมหาวิหารฯ เพื่อเอาวัตถุที่ศักดิ์สิทธิ์และสิ่งของสำคัญๆ ที่ประเมินค่ามิได้ออกมาได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็รวมถึง "มงกุฎหนาม" ชิ้นนี้ด้วย และรวมถึงเสื้อคลุมของนักบุญหลุยส์ด้วยที่ไม่โดนเพลิงไหม้ไปในครั้งนี้

และนี่ก็คือที่มาของ "มงกุฎหนามศักดิ์สิทธิ์" นี้ที่คือสัญลักษณ์ "แห่งความเจ็บปวด ความอดทน และการให้อภัย" ซึ่งถือเป็นสามสิ่งที่มีความหมาย เป็นสิ่งที่คอยเตือนใจให้เหล่าชาวคริสต์ได้เห็นถึงความรักของพระเจ้า โดยผ่านบุรุษที่ต้องยอมทนทุกข์ทรมานเพื่อการยอมเป็นเครื่องบูชา "ไถ่บาป" แทนมวลมนุษยชาติบนโลก ด้วยใจบริสุทธิ์ โดยที่พระองค์เองไม่ได้ทรงกระทำผิดอะไรเลย แต่ต้องยอมสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ในนาม "เยซูชาวนาซาเร็ธ" พระคริสต์พระผู้ไถ่บาปนั่นเอง

เนื้อหาโดย: amity 86
ขอบคุณภาพและเนื้อหาต่างๆจาก : กูลเกิล, วิกิพีเดียร์
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: amity 86
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
10 VOTES (5/5 จาก 2 คน)
VOTED: ลูกสาวอบต, focus44
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
กระบะซิ่ง!! ชนแบริเออร์ถังน้ำมันระเบิด ติดในรถย่างสดดับ 2ดวงชะตาปี 2565 หลัง "ดาวพระมฤตยู" ย้ายราศีสู่ราศีพฤษภ ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2565 กับ "หมอจิณณะ (โหรกบ)"ย้อนรอยอดีตหนังดังในตำนาน "หนุมานพบ 7 ยอดมนุษย์" ท่านใดที่อายุ 50 ขึ้นไปน่าจะได้ชมภาพยนตร์เรื่องนี้กันบ้างขนมที่ไหนๆ ก็ไม่สู้ขนมพื้นบ้านแบบของเราได้หรอก บอกได้เลยว่าเป็นขนมพื้นบ้านแท้ๆเด้อเปิดโฉมหน้า "น้องสายป่าน" สาวเต้นสู้ หลังรถแห่เล่นเพลงแอ๊วเจ้าของบ้านช็อก หลังพบว่าบ้านที่ให้เช่า มีแต่กองขยะเต็มบ้าน!!ปะทะเดือดราวกับในหนังสงครามกลางเมือง‼️ ชาวบ้านหนีตาย ที่ อ.พบพระ ตาก (คลิป)เป็นเรื่อง!! กทม.รื้อถอนป้าย หาหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด จ่อดำเนินคดีคนเปลี่้ยนชื่อสะพานR.I.P."อิ๋งอิ๋ง สิทธิณี" พิธีกรชื่อดังยุค90s เสียชีวิตแล้ว ในวัย 57 ปี"ซี-นุนิว" โทรศัพท์มาขอโทษแล้ว จากดราม่า #ไล่ศิลปินคนอื่นทำไม "บลู พงศ์ทิวัตถ์" ไม่ติดใจใช่ๆพื้นนอกบ้าน ล้างแล้วมันก็สะอาด จกข้าวกันได้เน่อ นี่ล่ะ Street Food ที่แท้จริงชาวเน็ตตอบชัด!! จ้างเทรนเนอร์ออกกำลังกาย หรือ ออกกำลังกายตามเบเบ้ดีคะน้ำรั่วฝนเทอีกแล้ว!! รัฐสภาไทย!! ลมพัด น้ำไหล กระจุยกระจาย!มิติใหม่อาหารตามสั่ง! ข้าวถังสุดอร่อย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สุดไฮเทค นวัตกรรมคนไทย เครื่องกรีดยางอัตโนมัติใบย่านาง ถูกบรรจุให้เป็นพืชสมุนไพรในตำรับยาโบราณ และได้รับฉายาว่า “ราชินีแห่งสมุนไพร” เพราะอะไร ?วิบากกรรม"เมียนมา" หลังการล่มสลายของราชอาณาจักร เผชิญกับการต่อสู้ชาติพันธุ์ที่รุนแรง และเผด็จการทหารพม่าวัฒนธรรมของ สัตว์เลื้อยคลาน ที่มันคือกิ้งก่าขนาดใหญ่
ตั้งกระทู้ใหม่