เหตุผลใดที่เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลม
เชื่อว่าพ่อแม่หลายท่านอาจจะเคยเห็นเด็กเล็กๆ ดื่มน้ำอัดลม
และอาจจะเกิดคำถามในใจว่าเด็กเล็ก โดยเฉพาะในช่วงวัยที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี
สามารถดื่มน้ำอัดลมได้จริงหรือ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้ เพราะน้ำอัดลมคือน้ำที่ถูกผสมด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
และสารต่างๆ อีกมากมาย มาดูกันดีกว่าว่าเหตุผลใดที่เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลม
1.ส่งผลให้ฟันผุและกระดูกพรุน
เนื่องจากน้ำอัดลมเกิดจากการนำน้ำมาผสมกับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
ซึ่งเป็นกรดคาร์บอนิก ซึ่งกรดเหล่านี้จะไปทำลายฟลูออไรด์ที่เคลือบฟัน
จึงทำให้ฟันของเด็กเกิดความอ่อนแอลง นั่นจึงเสี่ยงต่อการทำให้เกิดฟันผุ
อีกทั้งยังก่อให้เกิดอาการเสียวฟันอีกด้วย แต่ทั้งนี้กรดดังกล่าวก็ยังถือว่าไม่ใช่ตัวการสำคัญที่ทำให้ฟันผุ
แต่คือน้ำตาลที่อยู่ในน้ำอัดลมต่างหากที่ถือเป็นตัวการสำคัญที่คอยทำลายฟันของเด็กๆ
จากการดื่มน้ำอัดลม ทั้งนี้ยังมีผลการวิจัยค้นพบว่า น้ำอัดลมมีความสัมพันธ์กับความหนาแน่นของมวลกระดูกของมนุษย์
เพราะมีฟอสฟอรัส ทำให้ร่างกายขับแคลเซียมออกมาทางปัสสาวะ
นั่นจึงทำให้ร่างกายขาดแคลเซียมที่จะไปเสริมสร้างกระดูก ส่งผลให้เกิดกระดูกพรุนตามมา
2.ทำให้นอนไม่หลับ
อย่าลืมว่าน้ำอัดลมมีส่วนผสมของคาเฟอีนอยู่ ซึ่งบางยี่ห้อก็ไม่ได้ระบุไว้บนฉลาก
แต่ก็มั่นใจได้ว่าน้ำอัดลมล้วนมีส่วนผสมของคาเฟอีนอย่างแน่นอน
ซึ่งเราต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่า คาเฟอีนเป็นสารที่มีฤทธิ์ในการกระตุ้นประสาทส่วนกลาง
ทำให้ร่างกายเกิดการตื่นตัว จึงลดความง่วง ซึ่งในเด็กที่อยู่ในวัยกำลังเจริญเติบโต
จำเป็นที่จะต้องนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ จึงไม่ควรให้ดื่มน้ำอัดลมจะดีที่สุด
3.มีก๊าซในกระเพาะอาหารจำนวนมาก
น้ำอัดลมมีส่วนทำให้ก๊าซในช่องท้องมีมากจนเกินไป เนื่องจากเครื่องดื่มชนิดนี้ถูกอัดไปด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
รวมทั้งมีกรดคาร์บอนิกที่สามารถย่อยสลายหินปูนได้ แถมยังมีกรดฟอสฟอริกที่สามารถละลายตะปูได้ภายใน 4 วันอีกด้วย
จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเด็กๆ จึงมีอาการปวดท้องหลังดื่มน้ำอัดลม
นั่นเพราะกรดเหล่านี้อาจไปกัดกร่อนกระเพาะน้อยๆ ของเด็กๆ นั่นเอง
4.ระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร
เหตุผลที่น้ำอัดลมมีส่วนทำให้ระบบทางเดินอาหารเกิดการระคายเคือง
เพราะเป็นเครื่องดื่มที่มีสารกันบูดที่ใช้ในการรักษาอาหารนั่นเอง ซึ่งสารกันบูดที่นิยมใช้ในน้ำอัดลมคือ
กรดซิตริกที่สามารถผลิตได้จากน้ำผลไม้หรือจากการหมัก มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและยีสต์ได้
ซึ่งกรดชนิดนี้ยังมีฤทธิ์ทำให้เกิดการระคายเคืองระบบทางเดินอาหารอีกด้วย
5.เสี่ยงเป็นโรคอ้วนในเด็ก
เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปีที่ดื่มน้ำอัดลม มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วนได้ง่าย
เนื่องจากในน้ำอัดลมจะมีปริมาณน้ำตาลอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังไม่มีสารอาหารอื่นๆ
ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย และน้ำตาลที่อยู่ในน้ำอัดลมยังเป็นซูโครสซึ่งจะทำให้การดื่มน้ำอัดลมของเด็กๆ
ในแต่ละครั้งอยู่ที่ปริมาณมาก จึงไม่แปลกที่จะทำให้เสี่ยงเป็นโรคอ้วนได้

รู้อย่างนี้แล้ว หวังว่าพ่อแม่จะมีวิธีการหลีกเลี่ยงไม่ให้ลูกดื่มน้ำอัดลมตั้งแต่ยังเด็กนะคะ
หากลูกอยากดื่มน้ำหวาน แนะนำให้เป็นน้ำผลไม้หรือไอศกรีมจะดีกว่า
แต่ทั้งนี้ก็ควรให้กินในปริมาณที่พอดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียต่อร่างกายตามมานั่นเอง
ข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทย
ซองกันชื้น ในซองขนม เอาไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย
5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”
โรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
เมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดในประเทศ
5 ประเทศจิ๋ว สุดน่าอยู่ ที่หลายคนไม่เคยรู้ว่ามีอยู่บนโลก
ก่อนเปลี่ยนรถ ลองดูค่าใช้จ่าย 3 ปี EV ไฮบริด น้ำมัน แบบไหนคุ้มกว่า
ไขคำตอบ "ลูกเห็บ"มาจากไหน และจริงๆ กินได้ไหม?
สลัมลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ไม่น่าเชื่อว่ามีจริง! เมืองที่ฝนไม่ตกเป็นสิบปี แต่คนยังอยู่รอด
รู้แล้วสะเทือนใจ! เปิดอายุ 2 ผู้เสียชีวิต หลังรถไฟชนรถเมล์สาย 206
One Day Trip เที่ยวภูผาม่าน ดินแดนสวรรค์ของนักท่องเที่ยวในจังหวัดขอนแก่น แบบครบจบในวันเดียว
รู้แล้วสะเทือนใจ! เปิดอายุ 2 ผู้เสียชีวิต หลังรถไฟชนรถเมล์สาย 206
ตำนาน 5 เมืองโบราณไทยที่ขลังและชวนหลอน
เกาะของไทยขนาดใหญ่ที่สุด ที่ไม่มีประชากรอาศัยอยู่แบบถาวร
YouTube รู้ได้ยังไงว่าเราจะดูอะไรต่อ?... เบื้องหลังระบบ AI ที่ไม่ได้ “อ่านใจ” แต่กำลังสแกนนิสัยคนดูแบบเงียบๆ จนน่าขนลุก!
"ทำไม 'ความเบื่อ' ถึงดีต่อสมองกว่าการดูโทรศัพท์ — วิทยาศาสตร์ของการไม่ทำอะไร"
สายซาดิสม์ทางอาหาร! ทำไมบางคน "ยิ่งกินเผ็ด ยิ่งมีความสุข" ปากพองน้ำตาไหลแต่หยุดไม่ได้?
เปิดสายรถเมล์ ที่ยาวที่สุดในกรุงเทพฯ ผ่านเป็นร้อยป้าย ก็ยังไม่ถึงสักที