ระวังอันตรายจากการใช้หูฟังนานๆ เสี่ยงเป็นโรคร้ายได้นะเธอ
ระวังหูตึงหูหนวกเอานะ ถ้ายังใช้หูฟังกันแบบผิดวิธีอยู่อย่างนี้
นอกจากมือถือซึ่งเป็นของใช้ที่เราใช้กันจนติดมือแล้ว หูฟังก็นับว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะคนที่ติดการฟังเพลง แค่ออกจากบ้านก็จะต้องเปิดเพลงฟังแล้ว ทั้งด้วยเพราะชอบฟังเพลงให้ได้ยินเสียงชัดๆ และไม่อยากให้เสียงไปรบกวนคนอื่น แต่บางทีก็เริ่มใช้มากจนแทบจะไม่เอาออกจากหูกันเลยทีเดียว ซึ่งมักไม่เป็นผลดีกับคุณเองแน่ๆ มีอะไรซึ่งเป็นอันตรายซึ่งเกิดจากการใช้หูฟังได้บ้างนะ
1. เสี่ยงต่อการเป็นหูตึง หูหนวกได้
คนที่ใช้หูฟังไปนานๆ มักจะต้องเพิ่มเสียงในการฟังให้ดังขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะประสิทธิภาพในการได้ยินลดลง จะได้ยินสิ่งต่างๆ รอบข้างเบาลง หรือฟังอะไรได้ผิดเพี้ยนมากขึ้น ถ้าแย่มากกว่านั้นแม้แต่เสียงพูดของตัวเอง ก็ยังจะต้องตะโกนเพื่อให้ได้ยินมากขึ้นไปด้วย รวมถึงสร้างความลำบากให้คนอื่นจะต้องใช้เสียงดังเพื่อพูดคุยด้วยมากขึ้นไปอีกนะ บางคนอาจจะได้ยินเสียงแปลกๆ ในหู หูอื้อ หรืออาจจะสูญเสียการได้ยินตั้งแต่อายุน้อยๆ จากพฤติกรรมการใช้หูฟังที่มีเสียงดังเกินไปได้
2. ทำให้เป็นโรคหูอักเสบได้
หูคนเรามีขีดจำกัดในการรับฟังความดังของเสียง โดยเฉพาะการเปิดเสียงดังๆ ฟังอยู่ตลอดเวลานั้น จะทำให้กระดูกหูสั่นอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดการปวดหูและหูอักเสบได้ ซึ่งเป็นอาการที่มักพบได้กับคนที่ใช้หูฟังแบบ In Ear ที่เปิดฟังเสียงดังนานๆ และติดนิสัยเปิดฟังตอนนอนด้วย เหมือนเพิ่มแรงสั่นสะเทือนให้กับหูตลอดเวลา จนสร้างความเจ็บปวดให้กับหูของตัวเอง ซึ่งบางทีก็อาจจะส่งผลกับการทรงตัวเพราะน้ำในหูผิดปกติไปด้วย
3. รบกวนระบบประสาท
หูฟังจะคอยรบกวนไม่ว่าจะเป็นการนอนหลับ โดยเฉพาะสำหรับคนที่ติดนิสัยชอบเปิดหูฟังขณะที่นอนไปด้วย ซึ่งบางทีอาจจะเปิดฟังไว้ตลอดทั้งคืนเลย กระดูกหูก็จะมีการสั่นสะเทือนอยู่ตลอดเวลา แม้ว่าเราจะหลับไปแล้ว แต่ก็จะทำให้รู้สึกนอนหลับได้ไม่สนิท ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้าอ่อนเพลีย เพราะประสาทถูกกระตุ้นและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ส่งผลต่อให้มีความดันโลหิตสูง และหัวใจเต้นผิดปกติได้
4. ทำให้ขาดสมาธิ
คนที่ชอบฟังเพลงนานๆ โดยใช้หูฟังจะมีโลกส่วนตัวสูง จนทำให้ขาดความสนใจในสิ่งรอบข้างอาจเกิดอุบัติเหตุได้ เช่น ถูกรถชน เดินตกบันได แม้แต่ทำงานผิดพลาดได้ง่าย เพราะสมาธิสั้นลง เสียสมาธิมากขึ้น อีกทั้งยังขาดความสนใจ ขาดคิดวิเคราะห์ในรายละเอียดต่างๆ ด้วยมักทำให้เกิดข้อผิดพลาดจากการทำงาน โดยที่ไม่รู้ตัว
5. ทำให้หงุดหงิดง่าย อารมณ์ก้าวร้าวรุนแรง
คนฟังเพลงไม่ใช้ว่าจะมีอารมณ์ที่ดีกันเสมอไป การฟังเพลงโดยใช้หูฟังและเปิดเสียงดังๆ อยู่ตลอดนั้น จะมีเสียงเบส เสียงกีต้าร์ที่เป็นการเร่งเร้าอารมณ์ให้มีความรุนแรง ทำให้มีความอดทนกับสิ่งต่างๆ รอบตัวน้อยลง เป็นคนขี้หงุดหงิดง่ายขึ้นด้วย เพราะเสียงดังจากหูฟังนั้นจะส่งผลต่อความดันเลือดของเรา รวมถึงอาการนอนไม่พอด้วยนั่นเอง
ดังนั้นหูฟังจึงเหมาะกับการใช้แค่เพียงบางสถานการณ์เท่านั้น และไม่ควรที่จะเปิดฟังเสียงดังเกินไปในระยะเวลาที่นานด้วย หากรู้ตัวว่ากำลังมีพฤติกรรมเหล่านี้ ควรรีบแก้ไขโดยด่วน ก่อนที่อาจจะหูตึง หรือหูหนวกตั้งแต่อายุยังน้อยๆ นะคะ ลดการใช้หูฟังเป็นระยะเวลานานๆ หรือถ้าใช้ควรคำนึงถึงความสะอาด การเปิดวอลลุ่มที่ไม่ดังจนเป็นอันตรายกับหูมากเกินไปเท่านี้ก็ปลอดภัยแล้วล่ะค่ะ
ชอบใช้หูฟังกันมากแค่ไหน?
✪ บทความ โดย : Akine_noxx
✿ เผยแพร่ครั้งแรกในเว็บ Spice/Pepper
❀ ฝากติดตาม กดไลค์ กดแชร์ คอมเม้นท์เป็นกำลังใจกันด้วยนะคะ
เขียนโดย Noxx
5 สัญญาณเตือนภาวะ Burnout จากการทำงาน
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
นักบินไม่ได้มีหน้าที่แค่บิน เปิดเบื้องหลังอาชีพที่ต้องรับผิดชอบมากกว่า 1,500 ชั่วโมงบิน
หมู่บ้านของไทยมีคนไม่ถึง 100 คน เปิดข้อมูลจริง บางแห่งเหลือไม่ถึง 10 คน
เห็นคำว่า “ต่ออีก 2 เดือน” อย่าเพิ่งคิดว่าได้ 2,000 — ไทยช่วยไทย พลัส เล็ง 1,000 บาทใช้ ต.ค.–พ.ย.
"ถั่วแระกับถั่วเหลือง" ใช่ถั่วชนิดเดียวกันไหม? ความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
มัดรวมจับเลขชน สัตว์นำโชค 1 ตุลาคม 2569
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
ทำไมบ้านเลขที่ 23–24 Leinster Gardens จึงไม่มีห้องอยู่ด้านหลัง
หลวงพ่อปากแดง งวด 1 ต.ค. 69 เลขเด่น 6 - 8
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
5 สัญญาณเตือนภาวะ Burnout จากการทำงาน
นักบินไม่ได้มีหน้าที่แค่บิน เปิดเบื้องหลังอาชีพที่ต้องรับผิดชอบมากกว่า 1,500 ชั่วโมงบิน
เห็นคำว่า “ต่ออีก 2 เดือน” อย่าเพิ่งคิดว่าได้ 2,000 — ไทยช่วยไทย พลัส เล็ง 1,000 บาทใช้ ต.ค.–พ.ย.
"ถั่วแระกับถั่วเหลือง" ใช่ถั่วชนิดเดียวกันไหม? ความจริงที่หลายคนอาจไม่เคยรู้




