ท่านมหาสิลา วีระวงส์ นักปราชญ์สองฝั่งโขง
ท่านมหาสิลา วีระวงส์ นักปราชญ์สองฝั่งโขง ชาวบ้านหนองหมื่นถ่าน อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด นายสิลา วีระวงส์ มีผลงานเป็นที่รู้จักในแวดวงนักปราชญ์อาจารย์แห่งลุ่มแม่น้ำโขงนับย้อนหลังไปประมาณ ๗๕ ปีเป็นต้นมา อันได้แก่ การถอดคำประพันธ์วรรณคดีลุ่มน้ำโขงจากหนังสือผูกใบลานเป็นอักษรไทยและลาว ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่เป็นที่รู้จักมากมาย โดยเฉพาะมหากาพย์แห่งอุษาคเนย์เรื่องท้าวฮุ่งท้าวเจือง ผลงานการแต่งกลอนลำทำให้บรรดาหมอลำมีชื่อเสียงมากมาย แต่งตำรา เรื่องพุทธศาสนา ประวัติศาสตร์ ผลงานการเรียบเรียงแบบแต่งกลอนไทเวียงจันทน์อันเป็นฉันทลักษณ์คำประพันธ์ลุ่มน้ำโขงที่สืบทอดจากยุคโบราณจนถึงปัจจุบัน รวมทั้งพจนานุกรมอีกด้วย ถือได้ว่าท่านเป็นปราชญ์ที่รอบรู้ รู้ลึก และชอบศึกษาค้นคว้าเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา ทำให้ปราชญ์รุ่นต่อ ๆ มาต้องไม่ผ่านเลยที่จะต้องศึกษาและอ้างอิงผลงานของท่านอยู่เสมอ นายสิลา วีระวงส์ เป็นปราชญ์แห่งสองฝั่งลุ่มน้ำโขงอย่างแท้จริง กำเนิดเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๔๘ เป็นลูกชาวนาบ้านหนองหมื่นถ่าน อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด อายุได้ ๑๔ ปี บรรพชาเป็นสามเณรเนื่องจากบิดาเสียชีวิต สนใจศึกษาเล่าเรียนมากทั้งหนังสือธรรม ขอม ไทย ไทยน้อย และอักษรโบราณที่วัดบ้านห้างหว้า อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด แล้วย้ายไปจำพรรษาในวัดตัวเมืองร้อยเอ็ด ได้รับความเมตตาอุปถัมภ์จากสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ และได้เดินทางไปศึกษาปริยัติธรรมที่กรุงเทพฯ จนได้เปรียญธรรม ๕ ประโยค จึงกลับมาเป็นครูสอนภาษาบาลีที่เมืองร้อยเอ็ด พอสืบรู้รากเหง้าว่าสืบเชื้อสายมาจาก พระยาเมืองปาก อันเป็นปู่ทวดแห่งนครจำปาสัก ปี ๒๔๗๓ จึงเดินทางไปจำพรรษาที่กรุงเวียงจันทน์ และต่อมาลาสิกขามีครอบครัวอยู่ที่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงนั้น เข้าทำงานเป็นเสมียนหอสมุดแห่งชาติ และสอนที่โรงเรียนปาลี วัดสีสะเกด ต่อมาย้ายไปสอนที่โรงเรียนช่างศิลป์ วัดจัน ในทางการเมืองได้เข้าร่วมกับขบวนการลาวอิสระ ของเจ้าอุปราชเพชรราช เมื่อเกิดข้อพิพาททางการเมืองกับฝรั่งเศส จึงต้องข้ามแม่น้ำโขงมาลี้ภัยในประเทศไทย และได้ทำงานในหอสมุดแห่งชาติ แผนกวรรณคดีภาคเหนือและอีสาน ได้ค้นพบวรรณคดีเก่าแก่มากมายจึงได้ปริวรรตถ่ายทอดออกมาเผยแพร่มากมายซึ่งรวมทั้งเรื่องมหากาพย์ท้าวฮุ่งท้าวเจือง ปีพุทธศักราช ๒๔๙๑ ลาวได้รับเอกราชจึงกลับไปทำงานในประเทศลาว ปีพุทธศักราช ๒๔๙๕ ดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้ากองวรรณคดี และปีพุทธศักราช ๒๕๐๘ เกษียณอายุราชการ แต่ยังได้รับเชิญรับราชการในอัตราจ้างพิเศษของกระทรวงธรรมการ และแม้เปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปลายปี พุทธศักราช ๒๕๑๘ ก็ได้รับเชิญเป็นที่ปรึกษาของกระทรวงศึกษาและกีฬา และที่ปรึกษาสถาบันค้นคว้าวิทยาศาสตร์สังคมจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิต วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๓๐ เวลา ๑๖.๐๐ น. ท่านถึงแก่กรรม ที่บ้านนาคำท่ง เวียงจันทน์ สิริอายุรวม ๘๒ ปี
บั้นปลายชีวิตไม่ยึดติด ขอใช้ชีวิตในบ้านสวน
4 คำถามเช็กชีวิตยุค AI เมื่อความเร็วเริ่มกินพลังเราเงียบ ๆ
รูเล็ก ๆ บนห่วงเปิดกระป๋องน้ำอัดลม มีไว้ทำอะไรกันแน่?
โรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติ
รู้ไหม ทำไมสัญลักษณ์ร้านตัดผม ต้องเป็นไฟหมุนติดหน้าร้าน?
เลิกพยายามเป็นยอดมนุษย์" เทรนด์ใหม่คนวัยทำงานยุค 2026 เมื่อความสำเร็จไม่ได้แปลว่าต้องถวายชีวิตให้งานเสมอไป!
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
วัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย
"เวนิส" เมือง 1000 ปี บนตอไม้
ฮาเร็มรัก นายบำเรอ องค์หญิงซานอิน
1 จังหวัดที่คนหนีออกมากที่สุดในไทย
"ช้อปปิ้ง" ความสุขชั่วคราวที่อาจนำมาซึ่งความทุกข์ระยะยาว
5 ความเชื่อเรื่องน้ำมะพร้าวที่ยังถูกพูดถึง ดื่มแล้วดีจริงแค่ไหน
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
ผีตาโขนจังหวัดเลย ทำไมถึงดังระดับประเทศ
ทำไมล้อรถเข็นซูเปอร์มาร์เก็ตมักมีล้อหนึ่งหมุนอิสระ? เรื่องเล็กที่ช่วยให้เข็นง่ายขึ้นกว่าที่คิด
กวาดล้างยาเสพติด รวบหนุ่มพัทลุงพร้อมยาบ้า
ฮาเร็มรัก นายบำเรอ องค์หญิงซานอิน



