หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“แก่นกลาสี” หนังไทยมาแปลก! ไปรับเรือรบที่อิตาลี จอดเมืองไหนเอาทหารขึ้นไปถ่ายกับแหม่ม ได้หนังมาอีกเรื่อง!!


โพสท์โดย ลูกสาวอบต


...

การสร้างภาพยนตร์ เป็นงานที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก แต่ตลาดหนังไทยสมัยก่อนยังอยู่ในวงแคบ ขณะเดียวกันคนดูก็ต้องการความบันเทิงจากภาพยนตร์ในรสชาติไทยๆ ผู้สร้างหนังไทยจึงต้องหาวิธีการต่างๆมาสร้างหนังให้ได้รสชาติถึงใจคนดู แต่ใช้เงินลงทุนต่ำที่สามารถทำได้ จึงต้องมีวิธีสร้างกันแบบแปลกๆ อย่างที่นักสร้างฮอลลีวูดพากันตะลึงมาแล้วในเรื่องการพากษ์พร้อมทำซาวด์เอฟเฝคประกอบกันสดๆของ รุจิรา-มารศรี ในงานมหกรรมภาพยนตร์นานาชาติ เมื่อปี ๒๕๐๕ อย่างที่เขียนเล่าในคอลัมนี้มาแล้วในชื่อ “เปิดตำนานการพากย์หนังไทย! เขย่างานประกวดที่ซานฟรานซิสโกตะลึง! ฮอลลีวูดยอมรับเป็นความมหัศจรรย์ของโลกภาพยนตร์

อีกวิธีการหนึ่งคือ ในปี พ.ศ. ๒๔๗๘ กองทัพเรือได้ส่ง ร.ล.เจ้าพระยา ไปอิตาลี นอกจากจะนำนักเรียนนายเรือไปฝึกภาคต่างประเทศแล้ว ยังไปเพื่อรับเรือตอร์ปิโดใหม่ ๒ ลำ คือ ร.ล.ตราด และ ร.ล.ภูเก็ต ที่สั่งต่อไว้กลับมาด้วย และได้ขอตัว หลวงกลการเจนจิต (เภา วสุวัต) หัวหน้าแผนกภาพยนตร์ของกรมโฆษณาการ ไปถ่ายภาพยนตร์บันทึกประวัติศาสตร์ของกองทัพเรือช่วงนี้ไว้ เพราะเป็นการเดินเรือข้ามมหาสมุทรด้วยความรู้ความสามารถของทีมลูกนาวีไทยล้วนเป็นครั้งแรก จากอ่าวไทยข้ามมหาสมุทรอินเดียไปอิตาลีและกลับสู่มาตุภูมิ รวมระยะทางราว ๑๕,๐๐๐ ไมล์ ใช้เวลารอนแรมไปในทะเลกว่า ๔ เดือน

หลวงกลการเจนจิตผู้นี้ เป็นคนหนุ่มที่ฉลาดปราดเปรื่องและมีฝีมือทางงานช่างหลายประเภท ทั้งช่างเครื่องยนต์ ช่างไฟฟ้า ช่างวิทยุ และช่างภาพภาพยนตร์รุ่นบุกเบิกของไทย ต่อมาได้ร่วมกับพี่น้องตระกูลวสุวัตก่อตั้งบริษัทภาพยนตร์เสียงศรีกรุงขึ้น ซึ่งเป็นผู้สร้างภาพยนตร์ไทยเสียงในฟิล์มเป็นรายแรก ในขณะนั้นแม้หนังต่างประเทศที่เข้ามาฉายในเมืองไทยมีเสียงในฟิล์มแล้ว แต่ก็ยังไม่มีเครื่องฉายที่ฉายภาพยนตร์เสียงได้ หลวงกลการเจนกิจก็ได้สร้างอุปกรณ์เสริมให้ฉายภาพยนตร์เสียงขึ้นมา ทั้งยังเป็นผู้สร้างเครื่องมือบันทึกเสียงในการถ่ายหนังเสียงเองด้วย

เมื่อต้องเดินทางไปต่างประเทศหลายเมืองพร้อมด้วยกล้องถ่ายภาพยนตร์คู่มือ หลวงกลฯผู้มีจิตวิญญาณของนักสร้างหนังก็เห็นว่า น่าจะถือโอกาสถ่ายภาพยนตร์เพื่อความบันเทิงมาฉายด้วย โดยเป็นเรื่องเที่ยวเตร่ของทหารเรือตามเมืองท่าต่างๆ จึงได้เสนอขออนุญาตจากกองทัพเรือ ซึ่งก็ได้รับคำอนุญาต

หลวงกลฯเลือก จ.ท.เอื้อม ชีวะกานนท์ เป็นพระเอก และ จ.ท.ว่อง โลหิตนาวี เป็นพระรอง ถ่ายการใช้ชีวิตของทหารในเรือระหว่างการเดินทาง พอขึ้นท่าเมืองไหนเห็นแหม่มสวยๆ ก็ทาบทามขอแสดงหนังให้หน่อย ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือด้วยดีเพราะเห็นเป็นเรื่องสนุก เริ่มตั้งแต่สิงคโปร์ โคลอมโบ ปอร์ตเสด เอเดน โรม และเวนิช โดยหลวงกลฯแสดงฝีมือวันแมนโปรดักชั่นเสร็จสรรพ ทั้งช่างภาพ เขียนบทสด และกำกับการแสดง ทหารเรือและนักเรียนนายเรือต่างช่วยกันคนละไม้คนละมือ ตั้งแต่แบกกล้อง แบกอุปกรณ์ บันทึกเสียง และช่างเทคนิคต่างๆ ตามแต่หลวงกลฯจะขอแรง ต่อมาลูกมือหลวงกลฯเหล่านี้ก็ได้เป็นนายพลเรือกันหลายคน

เมื่อกลับมาถึงเมืองไทย ก็เอาหนังที่ถ่ายจากต่างประเทศมาฉายดู แล้วเขียนบทให้เรื่องที่จะถ่ายใหม่กลมกลืนกับเรื่องที่ถ่ายมา จนเป็นภาพยนตร์ที่ออกฉายในโรงได้ ทั้งยังได้รับความสนใจจากคนดูอย่างมากมาย ถือว่าเป็นหนังไทยเรื่องแรกที่ไปถ่ายทำในต่างประเทศหลายเมืองจนถึงยุโรป

ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือ “แก่นกลาสี” ของบริษัทภาพยนตร์เสียงศรีกรุง เข้าฉายที่ศาลาเฉลิมกรุงและเฉลิมบุรีเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๔๗๙ และเป็นหนังทำเงินเรื่องหนึ่ง

เนื้อเรื่องย่อของ “แก่นกลาสี” มีว่า จ่าโทว่อง นักเรียนใหม่ของโรงเรียนชุมพลทหารเรือ มีเรื่องเขม่นไม่ถูกชะตากับจ่าโทเอื้อม ทั้งสองมีเรื่องชกต่อยกันเป็นประจำ ต่างคนต่างไม่ทราบว่ากำลังจีบผู้หญิงคนเดียวกัน คือ ศรีสวาท ต่อมาทั้งสองได้รับคัดเลือกให้ไปปฏิบัติราชการรับเรือตอร์ปิโดลำใหม่ที่อิตาลี ระหว่างเดินทางจ่าโทเอื้อมประสบอุบัติเหตุ ทั้งสองจึงเลิกทะเลาะกันตั้งแต่นั้นมา และต่างเปิดใจต่อกันเรื่องคนรัก ทำให้รู้ว่ารักผู้หญิงคนเดียวกัน จ่าโทว่องจึงขอเป็นฝ่ายเสียสละให้เพื่อน แต่ขณะขึ้นแวะตามเมืองท่าต่างๆนั้น จ่าโทเอื้อมสนุกกับการจีบแหม่มสาวไปทุกเมือง จ่าโทว่องจึงแอบถ่ายรูปไว้แล้วส่งมาให้ศรีสวาท เมื่อศรีสวาทเห็นรูปบาดตาบาดใจจึงหันไปหา เสี่ยเซ้ง ที่พี่ชายแนะนำ เมื่อลูกนาวีทั้งสองกลับมาถึงเมืองไทย ต่างก็ตรงไปหาศรีสวาท แล้วก็รู้ความจริงว่าแห้วด้วยกันทั้งคู่

ส่วนภาพยนตร์บันทึกการเดินทางไปรับเรือตอร์ปิโดทั้ง ๒ ลำ ซึ่งมีความยาว ๗๙.๔๗ นาทีนั้น ก็ได้นำออกฉายในโรงภาพยนตร์ให้ประชาชนชมด้วย ขณะนี้เก็บรักษาไว้อย่างดีที่หอภาพยนตร์แห่งชาติ

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://www.facebook.com/ruangkaolaosanuk/photos/pcb.2684157321859327/2684156841859375/?type=3&theater
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ลูกสาวอบต's profile
โพสท์โดย ลูกสาวอบต
ลูกสาวอบต วิเคราะห์ รวมทั้งสรุปเรื่องราว เรื่องแปลกหายากและเรื่องทั่วไปให้เข้าใจง่าย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
32 VOTES (4.6/5 จาก 7 คน)
VOTED: bakup, zerotype, taewsa, fm, แสร์, TomNk, เลดี้สีน้ำตาล
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 จังหวัดที่ มีอากาศดีที่สุดในไทย อยู่สบายทั้งปีเมืองไร้สายไฟแห่งแรกของไทย ทำไมที่อื่นยังทำไม่ได้จังหวัดเดียวในไทย ที่ ไม่มีนิคมอุตสาหกรรมเลยแม้แต่แห่งเดียวจังหวัดไหน “ร้อนนานที่สุดในไทย” ไม่ใช่แค่ร้อนแรง แต่ร้อนยาวทั้งปี10 จังหวัดที่ “อากาศร้อนที่สุดในไทย” ร้อนจนอยู่ยากแค่ไหนจังหวัดที่มีโรงงานอุตสาหกรรมมากที่สุดในไทยสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/4/69จังหวัดที่มีภูเขาเยอะที่สุดAI วิเคราะห์สถิติหวยออกวันพุธ งวด 1 เมษายน..มีเลขเด่นอะไรน่าสนใจบ้าง!สรุปเลขเด่น 3 ตัวจากทุกสำนัก งวดวันที่1เม.ย.69โรงแรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทยประเทศที่ร่ำรวยที่สุดในโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
หนังที่ทำเงินจากการฉายในประเทศไทย มากสุดเป็นอันดับหนึ่งตลอดกาลสัมผัสเสน่ห์ "แมวโคราช" แมวมงคลไทยแท้ ที่ทั่วโลกต่างหลงรักสงกรานต์ 2569 “นางกิริณีเทวี” คือใคร ทำไมต้องเปลี่ยนทุกปี“ปลาน้ำเงิน” ดาวรุ่งตัวใหม่ เพาะพันธุ์สำเร็จ เตรียมดันสู่สัตว์น้ำเศรษฐกิจรีวิวหนังดัง WAR MACHINEเด็ก 10 ขวบที่สวยที่สุดในโลกเมื่อ 8 ปีก่อน ตอนนี้อายุเกือบ 18 ปี เป็นสาวเต็มตัว สวยพุ่งขนาดไหน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บันเทิง ดารา
เต็นท์ปริศนาโผล่กลางเมือง สาวแซ่บผลุบเข้า-ออก หน้าเหมือนสาว AV ใช่อย่างที่คิดไหมรีวิวหนังดัง WAR MACHINEเด็ก 10 ขวบที่สวยที่สุดในโลกเมื่อ 8 ปีก่อน ตอนนี้อายุเกือบ 18 ปี เป็นสาวเต็มตัว สวยพุ่งขนาดไหน"นิกกี้ พิ้ม" เจ้าพ่อหนัง AV ไทย สมัยยังละอ่อน..กับฉายาไม่ธรรมดา "นิกกี้ 9 นิ้ว"
ตั้งกระทู้ใหม่