หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ เกมถอดรหัสภาพ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่
ลงโษณาตำแหน่งนี้

4 เรื่องเล่าสยองในมหาลัย (ภาค 2)

ตัวผมเองไปลองของมานี่แทบจะพูดได้ว่าเกือบทุกมหาลัยในกรุงเทพแล้วครับ ด้วยความเป็นคนไม่เชื่อเรื่องผีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
ที่นั่นที่นี่เค้าว่าเฮี้ยน เค้าว่าเดือด ไปลองทำตามมาทุกอย่าง ไม่เคยเจออะไร

จะมีก็ที่สวนสุนันทานี่ล่ะครับ ที่รู้สึกว่าใกล้เคียงกับการโดนผีหลอกมากที่สุด

โหดไม่โหด ก็น้องคนหนึ่งของผมที่เรียนที่นั่นมันบอกผมว่า
“เป็นลูกพระนางต้องทำใจพี่ กลัวผีมั้ยก็กลัว แต่มันเคยชิน มันอยู่กับอย่างนี้มาตลอด”

ประวัติคร่าวๆของที่นี่ พอได้ฟังก็ไม่น่าแปลกใจที่เฮี้ยนครับ
ที่นี่ก่อนจะมาเป็นมหาวิทยาลัย เดิมเคยเป็นวังเก่าของ สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี
ซึ่งเป็นนางสนมของรัชกาลที่ 5 (ข้อมูลตรงนี้ผิดพลาดยังไงขออภัยครับ)

เด็กนักศึกษาที่นี่ส่วนมากจะเรียกตัวเองว่า “ลูกพระนาง” ครับ
คำว่าพระนางในที่นี้ ก็หมายถึง สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ พระบรมราชเทวี นั่นเอง

เริ่มที่เรื่องแรกกันเลย

1. ใต้ดินตึกศิลปกรรม : ว่ากันว่าที่ชั้น G ตึกศิลปกรรม หรือก็คือชั้นใต้ดินนั่นเอง ในสมัยยังเป็นวังนั้นที่ตรงนี้เป็นคุกเก่า
(ตอนที่ผมไปบอกเลยว่าน่ากลัวมาก ช่วงตีนบันไดก็ยังพอมีไฟฟ้าอยู่บ้าง แต่พอเดินไปลึกๆนี่มืดตื๋อเลย
ตามสองข้างทางก็จะเป็นห้องเรียน ลองมองส่องเข้าไปห้องนึง ป๊ะเข้ากับหุ่นเขียนแบบ หัวใจเกือบวาย)
ดึกๆเห็นว่ายามจะได้ยินเสียงโซ่ตลอด (น่าจะเป็นโซ่ตรวนที่ล่ามขานักโทษ)
เด็กจิตรกรรมคนหนึ่งได้เล่าให้ฟังว่าเคยอยู่ดึกๆเขียนงานไปดูดบุหรี่ไป ยังเคยเจอแม่ (พระนางสุนันทา) มาเตือนให้เลิกดูดบุหรี่
จนสุดท้ายทุกวันนี้ไม่มียามกล้าอยู่เฝ้าชั้นใต้ดินตอนดึกๆเลยแม้แต่คนเดียว

http://www.youtube.com/watch?v=HKDfXnEgO_Y

2. ห้องแกรนด์เปียโน :
เรื่องเกิดจากเด็กนาฏศิลป์กลุ่มหนึ่งได้ขึ้นมาทำกิจกรรมให้ห้องแกรนด์เปียโน
แล้วเหมือนว่าไม่ได้มีการบอกกล่าวหรือไหว้ขอนุญาติใดๆในห้องนี้ก่อน
(มหาวิทยาลัยนี้ ทุกห้องทุกตึกจะมีบรมครูอยู่ทุกๆที่)
นักศึกษาหญิงคนนึงในกลุ่มที่เป็นคนมีเซนส์อยู่ดีๆก็เกิดชัก อารมณ์ประมาณว่าของเข้า
ขณะที่ทุกคนกำลังพยายามช่วยเพื่อนที่โดนของเข้าอยู่นั้นเอง ก็มีนักศึกษาหญิงอีกคนเห็นเงาผู้ชายแก่ๆยืนอยู่ข้างๆเปียโนในห้อง

3. พี่จุก :
ที่ห้องดนตรีไทยของมหาวิทยาลัย อะไรก็ตามที่เป็นไทยๆ จะถูกรวบรวมนำมาเก็บไว้ในห้องนี้
โดยของบางอย่างในห้อง ว่ากันว่าเก่าแก่ขนาดตกทอดมาตั้งแต่สมัยยังเป็นตำหนักเลยทีเดียว

ในห้องจะมีกุมารทองอยู่ 2 ตน สีแดงกับสีชมพู สีแดงคือพี่จุก สีชมพูคือเพื่อนเค้า
ครั้งหนึ่งระหว่างการรับน้องของคณะ เด็กปี 1 คนนึงเกิดกรี๊ดสนั่นขึ้นมา ก่อนจะตะโกนว่า
“กูจะเอาไปด้วย กูจะเอาไปด้วย”
มารู้ตอนหลังว่าเป็นพี่จุกที่ไปเข้าสิง เค้าโกรธที่ย้ายห้องดนตรีขึ้นมาบนตึกแล้วไม่เอาเค้าขึ้นไปด้วย เค้าเหงา

4. ครูฮอน :
ชั้น 4 ตึกศิลปกรรม เป็นชั้นของศิลปะการแสดง ประกอบไปด้วยนาฏศิลป์ไทยกับการละครไทย
ครูฮอนเป็นศิษย์เก่าของมหาลัยนี้ เอกนาฏศิลป์
ด้วยความที่รักและผูกพัน ครูฮอนจึงได้กลับมาเป็นอาจารย์สอนที่นี่
ครูฮอนเสียชีวิตไปด้วยโรคปลอดติดเชื้อ เรื่องเล่าต่อมา เมื่อประมาณราวๆ 4 ทุ่ม
พี่ยามสองคนก็ได้ขึ้นลิฟต์มาชั้น 4 เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยและไล่เด็กกลับบ้าน
มาถึงชั้น 4 ลิฟต์ก็เปิดออก (ปิดไฟมืด เป็นทางเดินยาวๆ) พี่ยามทั้งสองก็เห็นเป็นเงาคนยืนอยู่ที่สุดฝั่งทางเดินอีกฝั่ง

พี่ยามก็ตะโกนบอก
“ทำไมยังไม่กลับบ้าน ตึกปิดแล้วครับ”

คนที่ยืนอยู่อีกฝั่งก็ไม่ตอบอะไร ยามทั้งสองคนก็เริ่มโมโห เดินเข้าไปหา
พอใกล้จะถึงก็ส่องไฟฉายเข้าใส่ พบเป็นผู้ชายยืนอยู่ ยืนแบบปกติเลย ไม่มีเลือดไม่มีอะไร

แต่ผู้ชายคนนั้นไม่มีท่อนล่าง ตั้งแต่เอวลงไปไม่มีอะไรเลย

แล้วสักพัก ผู้ชายคนนั้นก็รำ

คาดกันว่า ผู้ชายคนนั้น น่าจะเป็นครูฮอนนั่นเอง

http://www.youtube.com/watch?v=B0jXsrjm40E

5. เนินพระนาง (ใหม่) :
เป็นเรื่องเล่าของชมรมเชียร์ลีดเดอร์ครับ น้องเค้าเล่าให้ฟังว่ามีตอนใกล้แข่งที่ต้องอยู่ซ้อมกันดึกๆ
ฝ่ายเต้นก็จะหันหน้าเข้าหาเนินพระนาง หันหลังให้ตึก
ระหว่างที่เต้นๆอยู่ น้องอีกกลุ่มที่นั่งดูเพื่อนเต้น ก็เห็นที่ตึกฝั่งตรงข้ามมีเงาคนมายืนดูอยู่เต็ม
บ้างก็ยืน บ้างก็นั่งห้อยขา

6. เนินพระนาง (เก่า) :
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมโดนมากับตัวเลยครับ น่าจะเป็นประสบการณ์เฉียดผีที่สุดแล้ว
คือผมเนี่ย ต่อให้เห็นผีมาปรากฏแลบลิ้นปลิ้นตาต่อหน้าจริงๆ ยังไม่แน่ใจว่าจะเชื่อว่าโดนผีหลอกเลยครับ
เผลอๆตื่นเช้ามาจะบอกตัวเองด้วยซ้ำว่าแค่ตาฝาด คิดไปเอง (จิตปรุงแต่ง)

แต่เรื่องที่ผมไปโดนมาที่สวนสุนันทานั้น บอกได้เลยว่าใกล้เคียงกับคำว่าปาฏิหาริย์เลยล่ะ

ตอนแรกเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เพื่อนผมโดนมาก่อนครับ น้องมายด์ สตรอว์เบอรี่ชีสเค้ก
เธอเรียนนิเทศอยู่ที่มหาลัยนี้ ครั้งหนึ่งตอนรับน้องก็ได้ซื้อธูปมากะจะไปไหว้พระนางกัน
ระหว่างเดินในช่องทางเดิน (เนินพระนางเก่าจะอยู่หลังตึกนิเทศ ช่องทางเดินที่ว่าจะลอดผ่านตึกนิเทศไปยังเนินพระนาง
เด็กนิเทศจะเรียกหลืบนิเทศ)
เพื่อนมายด์เค้าก็จุดเทียนขึ้นมาลอง 1 ดอก
มายด์เป็นคนเหม็นธูปก็เลยโวยวาย ก่อนจะดึงธูปในมือเพื่อนมาปักลงดินที่หน้าเนินพระนาง
มายด์เล่าให้ฟังว่าทันทีที่ปักธูปลมพัดแรงมาก พัดแรงปานพายุย่อมๆจนเพื่อนๆต้องรีบขอขมาแม่กันยกใหญ่

ผมมีโอกาสได้ไปลองทำเลียนแบบเรื่องนี้มาครับ
เวลาประมาณ 4 ทุ่มเกือบๆ 5 ทุ่ม จะเจอผีก็ประมาณนี้แหละกำลังดี

ยืนหน้าเนินพระนาง จุดธูปขึ้นมา 1 ดอก (จุดธูป 1 ดอกตำราว่าคือการเรียกผี)
ก่อนจะปักก็เช็คสภาพลมรอบตัวอย่างดีครับ สงบนิ่งเลย ไม่หือไม่อือใดๆทั้งสิ้น

แต่พอปักดินเข้าเท่านั้นล่ะครับ อย่างกับพลอตหนังสยองขวัญ ลมพัดมาทันที
แล้วไม่ใช่แบบค่อยๆพัดด้วย มาแบบกระโชกโฮกฮากเลย

บอกตั้งแต่ต้นแล้วว่าผมไม่เชื่อเรื่องผีครับ มาเป็นตัวก็ไม่เชื่อ
แต่กรณีนี้ยังไงก็ไม่มีทางคิดไปเองได้แน่ๆครับ นี่เข้าข่ายวิทยาศาสตร์อธิบายไม่ได้แบบจะแจ้ง

ถึงตรงนี้ทำอะไรไม่ถูกครับ โทรถามเพื่อนเลย เพื่อนผมบอกอย่าดับธูปเด็ดขาด
ถ้าดับธูปเหมือนเรียกเค้ามาแล้วไล่เค้ากลับแบบหมูแบบหมา ต้องลาเค้าดีๆก่อน
ผมก็ซื้อน้ำแดงซื้อดอกไม้มาขอขมาตามสเต็ป ก่อนรอให้ธูปดับไปเองตามธรรมชาติของมันครับ

ที่เล่ามานี่ไม่ใช่ให้ไปลองของที่เนินพระนางกันนะครับ คือที่มหาลัยนี้นี่เค้านับถือแม่กันมาก
ไปลองสุ่มสี่สุมห้าอาจจะไม่ได้เจอแค่ผี อาจจะโดนตีนเด็กนักศึกษาที่นั่นเอาได้ 55555

พระนางศักดิ์สิทธิ์มากครับ เด็กที่นี่คนไหนมีคิวจะทำกิจกรรมอะไรเค้าจะมาไหว้แม่ตั้งแต่ตีห้า
น้องคนหนึ่งเล่าให้ผมฟังตอนที่ไปลองปักธูป น้องเค้าบอกเดินมาตอนตีห้ากะมาไหว้แม่
มองขึ้นไปบนเนินเห็นนางรำ รำอยู่ห้าคน
ผมก็ถาม เฮ้ย! เห็นแล้วทำไงต่อ น้องมันบอกก็ยืนดูจนเค้ารำเสร็จ แล้วเค้าก็ค่อยๆจางหายไป
(แหม่... เป็นกูนี่วิ่งตั้งแต่เห็นละ)

http://www.youtube.com/watch?v=d6fnQEwYaDY

ข้อสุดท้ายละ ในสวนสุนันทามีหลุมหลบภัยด้วยนะครับ คาดว่าน่าจะสร้างไว้รับมือตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 นั่นเอง

สุดท้ายก็ขอทิ้งไว้ด้วยประโยคของรุ่นพี่ผมคนหนึ่ง ที่เรียนจบจากที่มหาลัยนี้

แกพูดเป็นปรัชญาไว้ตอนแกเมาว่า
“คำว่า หลุมหลบภัย คำว่าสงคราม... มันก็ใกล้เคียงกับคำว่าความตาย”

ขอบคุณทุกท่านที่อ่านมาถึง ณ ตรงนี้ครับ

โพสท์โดย: NpN
อ้างอิงจาก: pantip youtube
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: Leon N
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
4 เรื่องเล่าสยองในมหาลัย (ภาค 2)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
กอล์ฟ เบญจพล ตอกกลับทันควัน หลัง เคน ธีรเดช โผล่คอมเม้นต์! พูดถึงหน้าใหม่ ที่เปลี่ยนไปจากเดิมซาแวง ฤกษ์ดีควงสามีจดทะเบียนสมรส ณ.เขตลาดกระบัง หลังรอโควิดเพจดังแฉอีก รถ i8 สุดหรูของ ฌอน สวมทะเบียนปลอม?จับพิรุธ "ฌอน"เหตุเกิดที่เวียงจันทน์ สปป.ลาว มีการเสนอปิดร้านปิ้งเป็ด “เอ-วัน” โฆษณาบ่ถูกต้องฝนตกหนักที่ดอยสะเก็ดเชียงใหม่น้ำท่วมขังในพื้นที่10 หลุมที่ใหญ่ที่สุดและลึกที่สุดในโลกส้มตำพม่าขุดล้อมยางนายักษ์ภูเก็ต: ต้นทุน & มูลค่าสุดทน! อากาเซจัดให้ "รถแห่หน้า JYP" #FairTreatmentForGOT7เปิดหน้า น้องจีน่า เมียเด็กของนักแสดงรุ่นใหญ่ โอ๊ต วรวุฒิ ที่อายุห่างกันถึง21ปีรีวิว พรหมลิขิต ภาคต่อ บุพเพสันนิวาส #ออเจ้า2บ่อน้ำเดือด บลูลากูนเมืองไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
เล่าเรื่องผี EP 23.77 | พรานป่าเมืองลับแล 77 สุชาติพรสวรรค์ 1 ใน ล้าน|นิยายผี| จับเข่าเล่าเรื่องผีเกิดใหม่ทำไมต้องเป็นตัวร้ายนะ ตอนที่ 1หลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ผจญยักษ์ในถ้ำสาริกานิยายรักวัยว้าวุ่น สายเหงาสาวปลายทาง ตอนที่ 5
ตั้งกระทู้ใหม่