หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

เรื่องลับๆ ของ "อูฐ" ที่คุณอาจไม่เคยรู้

บอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้ โพสท์โดย มารคัส

ย้อนกลับไป 400 ปีก่อนคริสตกาล มีการบันทึกถึงการค้นพบ "อูฐ" เป็นครั้งเเรกในดินแดนประเทศซาอุดิอาราเบีย และต่อมาได้มีการย้ายถิ่นฐานไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นแถบเอเชียกลาง ยุโรป และออสเตรเลีย ชาวอาหรับเชื่อว่าอูฐเป็นสัตว์มหัศจรรย์แห่งดินแดนทะเลทราย และ "เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของมนุษย์"
 


อูฐมีทั้งหมด 3 สายพันธุ์หลัก คือ อูฐหนอกเดียว อูฐสองหนอก และอูฐป่า (สองหนอก) อูฐที่พบมากที่สุดในโลกคือ อูฐหนอกเดียว จํานวนประชากรอูฐชนิดนี้คิดเป็น 94% ของจํานวนอูฐทั่วโลก โดยพบมากที่สุดในประเทศแถบตะวันออกกลาง บางครั้งอูฐชนิดนี้ถูกเรียกสั้นๆ ว่า "อูฐอาหรับ"

อูฐเป็นสัตว์ที่มีอายุค่อนข้างยืนยาว โดยมีอายุเฉลี่ย 40 – 50 ปี มีส่วนสูงประมาณ 1.85 เมตร สามารถวิ่งได้ด้วยความเร็ว 50 – 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ลักษณะพิเศษของอูฐคือ มีหนอกอยู่ที่กลางหลัง ซึ่งเป็นเเหล่งเก็บสะสม "ไขมัน" เพื่อให้ร่างกายของอูฐค่อยๆ นํามาใช้เป็นพลังงาน
 


จากการที่อูฐสามารถเก็บสะสมไขมันไว้ที่หนอก และมีร่างกายที่มีการดึงนํ้ามาใช้น้อยกว่าสัตว์อื่นๆ ทําให้อูฐสามารถอยู่ได้ประมาณสองอาทิตย์โดยไม่ต้องกินอาหารหรือดื่มนํ้า ทั้งนี้อูฐยังเป็นสัตว์ที่สามารถทนต่อสภาพอากาศรุนเเรงได้ดี ทั้งสภาพอากาศร้อนจัดเเละเย็นจัด อูฐจึงถูกนําไปใช้เป็นพาหนะในการเดินทาง และขนส่งสินค้าข้ามทะเลทรายไปยังประเทศต่างๆ นั่นเอง
 


ชาวอาหรับเชื่อว่า "อูฐคือของขวัญจากพระเจ้า" อูฐเป็นสัตว์ที่ให้คุณประโยชน์กับมนุษย์มากมาย และไม่มีส่วนใดของอูฐที่ไม่สามารถนํามาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ เราสามารถใช้อูฐเป็นพาหนะ นําขนอูฐมาทําเครื่องนุ่งห่ม นํานํ้านมและเนื้ออูฐมาบริโภค ส่วนอูฐที่เสียชีวิตกลางทะเลทราย ชาวอาหรับก็จะนํามาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการก่อไฟแทนการใช้ฟืนอีกด้วย

เเม้ว่าอูฐจะไม่ได้ใช้เป็นพาหนะหลักในการขนสินค้าข้ามทะเลทรายอีกต่อไปแล้ว แต่สัตว์ชนิดนี้ยังถูกอนุรักษ์ไว้อย่างดีในประเทศแถบตะวันออกกลาง และถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้เข้าประเทศเป็นจํานวนมาก
 


ในปัจจุบันการบริโภคนมอูฐมีความนิยมมากขึ้นทั่วโลก ทั้งนี้เนื่อจากนมอูฐมีวิตามินซีมากกว่านมวัวถึง 20 เท่า มีโปรตีนย่อยง่าย และมีแร่ธาตุที่สําคัญต่างๆ มากมาย ทําให้นมอูฐถูกนําไปใช้เพื่อการบริโภค และในอุตสาหกรรมความงาม ยิ่งไปกว่านั้นสํานักวิจัยเมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาราเบีย ยังมีการนํา "ฉี่อูฐ" มาสกัดและทําการวิจัยในเบื้องต้นพบว่า ฉี่อูฐมีสารสําคัญที่สามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งได้

นอกจากนี้ อูฐยังเป็นสัตว์ที่ใช้เป็นสัญลักษณ์ในเชิงท่องเที่ยว ในหลายๆ ประเทศแถบตะวันออกกลางยังคงอนุรักษ์ประเพณีการเเข่งขันวิ่งอูฐ และมวยปลํ้าอูฐเอาไว้ เพื่อเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมระหว่างมนุษย์และสัตว์มหัศจรรย์นี้ให้สืบต่อไปในอนาคต
 

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: http://www.amwaytodaythai.com/amway-business/we-touch-the-world/camel-desert.html
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: มารคัส
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: MsFour
 
เรื่องลับๆ ของ "อูฐ" ที่คุณอาจไม่เคยรู้
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

สไตล์โมเดิร์น สีสันสวยงามลงตัว 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ใช้งบก่อสร้าง 1.1 ลบ

“ชาวบ้าน” รับจ้างขุด “มันสำปะหลัง” วันนึงขุดพบกล่องเหล็ก เปิดดูข้างในแทบช็อก

หนุ่มหิวจัด!! นั่งโซ้ยมื้อเย็นจนลืมพายุข้างหลัง ต้นไม้ล้มก็ยังไม่ยอมลุก

เซลล์สาววัย 36 ปีหายตัวนานถึง 3 ปี พบอีกทีเป็นศwอยู่ในรถเก๋ง

บริษัทที่เก่าแก่ที่สุดในโลก 1,400 ปี แต่กลับล่มสลายอย่างน่าเศร้า

6เซียนในตำนานถ่ายรูปพร้อมหน้า อรอุมา คว้าทอง สั่งลาซีเกมส์ครั้งสุดท้าย

“ไก่หัวขๅด” ไม่สลบ และไม่ตาย ยังใช้ชีวิตได้ปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เปิดบ้าน “โหน่ง ชะชะช่า” ตลกชื่อดัง โชว์หมดยันห้องนอนลูก

15 อาชีพ ที่ “ดึงดูด” เwศตรงข้ามสุดๆ

หญิง ธิติกานต์ ประกาศขายรีสอร์ทด่วน พร้อมพาครอบครัวไปอยู่บ้านนอกแล้ว

รวมภาพวิธีการแก้ปัญหาสุดฮา จนหาสาระอะไรไม่ได้เลย

เพจดังเมาส์แหลก พระเอกหนุ่มหน้าเด็กซุ่มคบนักร้อง

“แจ๊ค-หญิง” อัพเดทอาการป่วย พร้อมเปิดใจสุดซึ้งถึง “อั้ม” หลังโอนเงินช่วยเหลือ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จริยธรรมอิสลาม : เรื่องความสัตย์จริง (Islamic ethics: honesty)7 เมือง ที่กำลังจะหายไปจากโลกใบนี้ในอนาคตอันใกล้ (มีไทยด้วย)10 ปัจจุยที่จะทำให้คุณผู้หญิง เกิดแรงสวาทจนเสร็จสมอารมณ์หมายกับท่านชายการจัดเก็บภาษีอากรในสมัยกรุงศรีอยุธยา (พ.ศ. 1893 - พ.ศ. 2310)
ตั้งกระทู้ใหม่