กัญชา-ประเทศอื่น ๆเดินไปในทิศทางใด?
ในขณะที่ประเทศไทยเริ่มเดินหน้าเรื่องกัญชาว่าจะยังคงเป็นสารเสพติดอยู่ต่อไปหรือไม่? ท้ายที่สุดพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ 7 พ.ศ. 2562 ลงในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 136 ตอน 19 ก (18 กุมภาพันธ์ 2562) เปิดช่องให้นำยาเสพติดประเภท 5 “กัญชา-กระท่อม” ไปใช้ทางการแพทย์ ครอบคลุมถึงยาแผนโบราณและยาสมุนไพร แต่เป็นระยะเวลา 5 ปีแรก อนุญาตเฉพาะหน่วยงานรัฐ หรือรัฐร่วมกับหน่วยงานอื่นเท่านั้น ผู้ลักลอบครอบครองและจำหน่ายยังคงได้รับโทษเหมือนเดิม ส่วนผู้เสพถ้าไม่ใช่เพื่อใช้ในการรักษาโรค มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกระท่อมมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ในต่างประเทศกัญชาอยู่ในสถานะใดบ้าง? จะเห็นได้ว่าประเทศ/รัฐต่าง ๆ ก็ให้สถานะของกัญชาแตกต่างกันไป ดังภาพต่อไปนี้
จะเห็นได้ว่าบางประเทศ/รัฐให้กัญชาถูกกฎหมาย ทั้งการใช้ในทางการแพทย์และการใช้ในการสันทนาการ, บางประเทศให้การใช้ทางการแพทย์ถูกกฎหมาย การใช้ทางสันทนาการไม่ถูกกฎหมาย แต่ถือว่าไม่เป็นอาชญากรรม, บางประเทศให้การใช้ทางการแพทย์ถูกหมาย ใช้ทางสันทนาการผิดกฎหมาย แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่บังคับใช้กฎหมาย, บางประเทศให้การใช้ทั้งทางการแพทย์และสันทนาการผิดกฎหมาย, บางประเทศให้การใช้ทั้งทางการแพทย์และสันทนาการผิดกฎหมาย แต่ไม่ถือว่าเป็นอาชญากรรม, บางประเทศให้การใช้ทั้งทางการแพทย์และสันทนาการผิดกฎหมาย แต่ไม่บังคับใช้กฎหมาย และบางประเทศให้การใช้ทั้งทางการแพทย์และสันทนาการผิดกฎหมาย ยังมีบางประเทศที่ยังไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้
* บางประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา การใช้กัญชาในระดับประเทศถือว่าผิดกฎหมาย แต่ในแต่ละมลรัฐสามารถกำหนดสถานะทางกฎหมายได้เองอย่างเป็นอิสระ

สเปนและเนเธอร์แลนด์ ขายกัญชาในสถานประกอบการที่ได้รับอนุญาตได้
พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 กำหนดการกระทำความผิดและบทลงโทษเกี่ยวกับกัญชา ดังนี้
(1) ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 4 หรือในประเภท 5 เว้นแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะได้อนุญาต โดยการเสนอแนะของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดให้โทษเป็นราย ๆ ไป ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง
(2) ห้ามมิให้ผู้ใดเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 หรือในประเภท 5
ข้อหาและโทษทางอาญาในความผิดเกี่ยวกับกัญชา ได้แก่
(1) ผลิต นำเข้า หรือส่งออก มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 - 15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 200,000 - 1,500,000 บาท (มาตรา 75 วรรค 1)
(2) จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย
- จำนวนไม่ถึง 10 กิโลกรัม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 2 - 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 40,000 - 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 76/1 วรรค 1)
- จำนวนตั้งแต่ 10 กิโลกรัมขึ้นไป ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 - 15 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 - 1,500,000 บาท (มาตรา 76/1 วรรค 2)
(3) ครอบครอง มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 76 วรรค 1)
(4) เสพ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (มาตรา 92 วรรค 1)
ประเทศไทยควรจะเดินไปทิศทางใด กรุณาแสดงความคิดเห็น
เขียนโดย Fukurou
มนุษย์ยุคน้ำแข็งเอาตัวรอดจากความหนาวสุดขั้วได้อย่างไร
จระเข้ปีนต้นไม้ได้จริง ความสามารถที่หลายคนอาจไม่เคยรู้
จัดอันดับ 5 สินทรัพย์เสื่อมค่าเร็ว ยิ่งผ่อนนานยิ่งเสี่ยงจ่ายแพงเกินมูลค่า
ปริศนาโบสถ์หินลาลิเบลา ใครสร้างวัดทั้งหลังด้วยการแกะภูเขาจากบนลงล่าง?
10 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด
ทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้
วิเคราะห์เลขเบิ้ลย้อนหลัง 20 ปี เลขซ้ำคู่ไหนเคยออกแล้ว และคู่ไหนยังไร้สถิติ
จัดอันดับ 5 ประเภทประกัน แบบไหนจำเป็น แบบไหนควรคิดให้รอบคอบก่อนซื้อ
4 รถแห่ที่มีค่าจ้างที่แพงที่สุด
ปลาปิรันยาแดง นักล่าฟันคมแห่งแอมะซอน ที่ไม่ได้กระหายเลือดอย่างในภาพยนตร์
อ่านจบแล้ว คุณอาจไม่เข้าร้านเหล้า ผับ หรือสถานบันเทิงแบบเดิมอีก
ร้านเล็กมีลูกจ้างแค่คนเดียว ต้องขึ้นประกันสังคมหรือไม่? นายจ้างควรรู้ก่อนเกิดปัญหาย้อนหลัง
Why Automatic Pet Feeders Can Fail When Pets Need Them Most
ยุงกัดเหมือนกัน ทำไมบางจุดถึงบวมและคันมากกว่าจุดอื่น?
อย่างน้อย 27 ศพสังเวยไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว
ฟิลิปปินส์เคยอยู่ใต้อาณานิคมตะวันตกเกือบ 400 ปี เหตุใดความเจริญจึงไม่ได้ส่งต่อโดยอัตโนมัติ?
ไม่ว่าจะยากดีมีจนเพียงใด "คุณคือคนที่รวยที่สุด" สำหรับสุนัขของคุณเสมอ
ปภ.ติดตั้งเซ็นเซอร์เพิ่ม 11 ตัว เฝ้าระวังอาคารวงเวียนใหญ่ทรุด