หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

หมอชวนรู้ ตอนที่ 5 " กินฉี่ตัวเอง...ดีจริงหรือ? "

โพสท์โดย ลูกสาวอบต

หมอชวนรู้ ตอนที่ 5 " กินฉี่ตัวเอง...ดีจริงหรือ? "

กินฉี่ตัวเอง...ดีจริงหรือ?

>>กินฉี่ตัวเอง Urophagia หรือ urine therapy มีตำนานความเชื่อมานับพันปี ว่าใช้รักษาโรคบางอย่างได้ รวมไปถึงมะเร็ง แต่เป็นความเชื่อปรัมปรา myth มากกว่าเป็นความจริง(fact)

เมื่อไปค้น จาก google หรือ PubMed ไม่มีหลักฐานทางวิชาการอะไรที่เชื่อถือได้ มา สนับสนุน

>>ในปัสสาวะ นอกจากน้ำแล้วมีอะไรบ้าง ?
ปัสสาวะมีน้ำมากกว่า 95 % โดยน้ำหนัก ที่เหลือเป็นสารต่างๆที่ร่างกายขับออกมา การที่ต้องขับออก เพราะเป็นของเสียที่ร่างกายไม่ต้องการ. และถ้าคั่งค้างในร่างกาย จะเกิดผลเสีย.

ส่วนประกอบในปัสสาวะมีสามประเภทใหญ่ๆ

1.ประเภทแรก คือ metabolic waste ที่เกิดจากการเผาผลาญของการสันดาป (metabolism) ในร่างกาย ที่มากที่สุดคือ urea จากการเผาผลาญ สาร protein and amino acid นอกจากนี้ก้อมี acid phosphate , sulphate compounds จากการเผาผลาญโปรตีน ซึ่งมี free H+ ออกมา ทำให้ปัสสาวะเป็นกรด มี Uric acid จากการสลายสารอาหารกลุ่ม purine มี ketone compounds จากการสลายสารพวกไขมัน มี organic acid อีกมากมาย เนื่องจากสารเหล่านี้ มักมีคุณสมบัติเป็นกรด จึงมี free H+ อยู่ และเนื่องจากคนเป็นสัตว์บก terrestrial animals มี antidiuretic hormone คอยดูดน้ำจากไตกลับเข้าสู่ systemic circulation ปัสสาวะจึงมีความเข้มข้นสูงกว่าน้ำพอควร

ถามว่าปัสสาวะมีน้ำถึงกว่า 95% แล้วยังจะถือว่าปัสสาวะมีความเข้มข้นอีกหรือ ? คำตอบก็คือใช่. ถือว่าปัสสาวะเเข้มข้นเพราะสรีระวิทยาของสัตว์บก คือจำเป็นจะต้องเก็บน้ำและเกลือโซเดียมไว้ ในตัวเพื่อให้รักษาปริมาตรของ circulating blood and plasma volume ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
ปริมาณของพลาสม่าที่กรองผ่าน glerulus ที่เรียกว่า glomerular filtration rate มีจำนวนถึง 140 ลิตรต่อวัน
แต่เรามีน้ำปัสสาวะเพียงหนึ่งถึง 2 ลิตรต่อวัน. แปลว่าอีก 138 ลิตร ของน้ำจะถูก ดูดซึมกลับ reabsorbed at Renal tubules กลับเข้าสู่ systemic circulation แต่ของเสียจากน้ำพลาสมา 140 ลิตร จะมารวมอยู่ในน้ำปัสสาวะ 1-2 ลิตร ดังกล่าวนี้

เหตุนี้ ปัสสาวะจึงมี corrosive action มากพอควร

ความเป็นกรดของปัสาวะ. (มีค่า pH ประมาณ 5 -6.5) หากทานเข้าไปในช่วงท้องว่าง. อาจทำให้เกิดผลเสียต่อเยื่อบุผนังลำคอ หลอดอาหาร กระเพาะอาหารได้อีกด้วย

ลองสังเกตดูผู้ป่วยที่ใส่ผ้าอ้อมที่เปียกชุ่มน้ำปัสสาวะอยู่ตลอด. ไม่ช้าไม่นาน ก็จะเกิดแผลที่บริเวณก้น bed sore ไม่ใช่เพราะเป็นแผลกดทับ อย่างเดียว. แต่เป็นผลจากการกัดกร่อนด้วยปัสสาวะที่หมักหมมในผ้าอ้อมด้วย

ลองพิจารณาดูด้วยตรรกะของหลักการวิวัฒนาการว่า. ธรรมชาติของสิ่งที่มีชีวิตจะพัฒนาไปเพื่อความอยู่รอดของเผ่าพันธุ์. ในเมื่อสารของเสียในปัสสาวะเหล่านี้เป็นสารที่ธรรมชาติได้วิวัฒนาการมานาน ร่างกายจัดทำระบบเซลล์และเนื้อเยื่อไว้ ให้มาทำหน้าที่กำจัดมันออก(จากร่างกาย) ทางปัสสาวะ แสดงว่าร่างกายไม่ต้องการ. ถ้ามีสะสมมากจะไม่ดี

ถ้าของเสียในปัสสาวะมันเป็นของดีจริง ธรรมชาติจะไม่ปล่อยทิ้งไปหรอก. ด้วยวิวัฒนาการจากสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่นๆมาจนเป็นลิงและคน เป็นเวลานับล้านปี. หากว่าของเสียในปัสสาวะมีประโยชน์_ธรรมชาติจะพัฒนาสร้าง ระบบมา reclaim นำกลับเข้ามาใช้ใหม่. แต่นี่ร่างกายขจัดออก แสดงว่าไม่มีประโยชน์

แล้วเราจะเอาปัสสาวะ(ที่มีของเสียผสมอยู่)มาทานเข้าไปใหม่เพื่ออะไร ?

ในคนไข้โรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย. ไตขับของเสียเหล่านี้ไม่ได้. เพราะปัสสาวะน้อยลงมาก ทำให้มีของเสียคั่งในร่างกาย เช่น urea, phosphate organic acid อื่นๆ จนทำให้ร่างกายมีอาการแสดงต่างๆ

ภาวะไตวายรุนแรง จนไม่สามารถขับน้ำปัสสาวะออกมา. มีชื่อเรียกว่าภาวะ Uremia เป็นภาษาลาติน แปลตรงตัวว่า การมี urine อยู่ในกระแสเลือด คนไข้กลุ่มนี้ จะเสียชีวิตในที่สุด. เพราะมีการสะสมของของเสีย(ซึ่งควรถูกขับออกทางปัสสาสวะ) มาคั่งอยู่ในกระแสเลือด

แล้วเราจะทานน้ำปัสสาวะเข้าไป เพื่ออะไร?

2.องค์ประกอบส่วนที่สองที่อาจมี คือยาหรืออนุพันธ์ของยา ที่ทานเข้าไป. ยาชนิดละลายได้่ในน้ำ water-soluble drugs จะถูกขับออกจากร่างกายทางไต

ยาชนิดละลายได้ในสารไขมัน fat-soluble drugs จะถูกขับทางตับ

การทานปัสสาวะ จึงมีโอกาสได้รับ metabolites ของยา กลับเข้าสู่ร่างกายอีก ก็จะมีความเสี่ยงที่จะมีการสะสมของยาอยู่ในร่างกายมากเกิน

ตัวอย่าง เช่น การตรวจยาเสพติด หรือ ยาโด๊ป ก็ตรวจจากปัสสาวะ

3.ปัสสาวะอาจมีเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อไวรัสอื่นปนเปื้อนออกมาได้. การดื่มน้ำปัสสาวะจึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับเชื้อโรคเหล่านี้กลับเข้าสู่ร่างกายอีกครั้งหนึ่งซึ่งไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย

>>ในปัสสาวะมีสารที่ยังมีประโยชน์อยู่บ้างหรือไม่ ?

...ก็น่าจะมีบ้าง. แต่มีจำนวนน้อย เช่น มีสาร prostaglndin บางจำพวกอยู่ สาร prostaglandin เป็นสารในสกุล fatty acid กลุ่ม arachidonic acid ซึ่งมีลักษณะโครงสร้างจำเพาะ. พบ PG ครั้งแรกจากสารคัดหลังของต่อมลูกหมาก(prostate gland). จึงเรียกชื่อสารกลุ่มนี้ว่า prostaglandin.

นอกจากนี้ ก็มี urokinase ที่มีคุณสมบัติละลายลิ่มเลือดได้ ( fibrinolysis) ฮอร์โมนหลายตัวก็ถูกขับออกทางปัสสาวะ เช่น estradiol , progesterone, erythropoietin แต่อย่างที่อธิบายว่า มีน้อยมาก. ก็ไม่คุ้มที่จะกินปัสสาวะตัวเอง. เพียงเพราะเสียดายฮอร์โมนเหล่านี้_เข้าทำนอง. “ได้ไม่คุ้มเสีย”

สรุป การดื่มน้ำปัสสาวะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดี. ที่สำคัญคือทำให้มีการสะสมของของเสีย(ซึ่งร่างกายต้องการขจัดทิ้งไปแล้ว)กลับเข้าไปหมุนเวียนเข้าสู่ร่างกายอีกครั้งหนึ่ง

โดย ศาสตราจารย์ กิตติคุณ นายแพทย์เกรียง ตั้งสง่า*
*อายุรแพทย์โรคไต,
อดีตประธานราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย,
อดีตนายกสมาคมโรคไตแห่งประ​เทศไทย,
อาจารย์ดี​เด่นของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย​,
อาจารย์ดี​เด่นแห่งชาติ

โพสท์โดย: joo jung
อ้างอิงจาก: https://www.facebook.com/thaimedcouncil/photos/a.1532175813713985/2340728586192033/?type=3&theater
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ลูกสาวอบต's profile


โพสท์โดย: ลูกสาวอบต
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มี อุทยานมากที่สุดในไทยพลิกแฟ้มประวัติศาสตร์! ทูตทหารไทยในปารีสพบสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส หลักฐานใหม่สะเทือนปมชายแดนท่าทางที่มักจะทำตอนเผลอ บอกได้ว่าคุณเป็นคนแบบไหนโซเชียลลาวกระหึ่ม! เรียกร้อง “แบนเขมร” หวั่นใช้เป็นทางผ่านลักลอบทำงานในไทย"นกตาทิพย์": เปิดแนวทางข้อมูลบนเน้น ๆ งวดวันที่ 1 มีนาคม 2569"เสาร์ 5" ฤกษ์พิธีสุดขลัง กับข้อสงสัยปี 2569 ใช่ของจริงหรือไม่?กัมพูชารื้อแผนที่ปี 1907 เปิดเกมทวงสิทธิ์บนรอยแผลยุคอาณานิคมจังหวัดที่มีพื้นที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์มากที่สุดในประเทศไทย สนามบินของไทยที่มีผู้ใช้บริการน้อยที่สุดประเทศที่ใช้เงินบาทไทยได้อย่างสะดวก"เลือดสุพรรณ" วาทกรรมอำนาจและการสร้างนิยามความรักชาติผ่านหยาดเลือด"ฮุนเซน" รำลึกถึงอดีตกับเหล่า "ผู้นำอาเซียน" ลั่น! สมัยรัฐบาล "ประยุทธ์" ไทย-กัมพูชา สงบสุขราบรื่นดี ไม่มีปัญหา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มองว่าคนวัย40+นี่แก่หรือยัง ถ้ายังทำตัววัยรุ่นนี่น่าเกลียดไหมจังหวัดที่ได้ค่าแรงน้อยที่สุด 7 อันดับแรกของประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าวโซเชียล
รู้ที่มาถึงกับฮาลั้น!! ฮือฮากลายเป็นไวรัล “โหบี๋” คำนี้มากจากไหนกันดราม่าหนัก!! การเลือกตั้ง สส. ไทย ปี69 ความโปร่งใสมีอยู่จริง??สุดอึ้ง!! ลุงๆ ชาวญี่ปุ่น เปลี่ยนร่างเป็นหญิงสาวสวย งดงามจนจำไม่ได้จริงๆ'โซระ เอเรน' ยอมรับว่า เป็นคลิปของตนเองจริงที่หลุด
ตั้งกระทู้ใหม่