หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ชาวเน็ตแชร์ ! “ตอนใกล้ตาย” มันมีความรู้สึกอย่างไร? อาการของการ “ตาย” กับคนมีประสบการณ์ใกล้ตาย

บอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต โพสท์โดย Mariamma

“ตอนใกล้ตาย” มันมีความรู้สึกอย่างไร?

อาการของการ “ตาย” ที่คนอื่นได้ศึกษามาหรือเคยได้พูดคุย
กับคนมีประสบการณ์ใกล้ตาย (near-death experience) นั้นเป็นเช่นไร คุณหัชชา ณ บางช้าง เคยค้นคว้าเรื่องนี้มาเขียนใน “ภาวะหลังตาย” และเล่าว่า “กระบวนการตาย” ในระยะต่าง ๆ นั้นเป็นเช่นไร
ท่านบอกว่ามันมี 4 ขั้นตอนอย่างนี้

๑. ระยะแรก เป็นระยะที่ธาตุดินเริ่มสลายตัว
กลายเป็นน้ำ ผู้ตายจะรู้สึกอ่อนระโหย 
ไม่มีแรง การมองเห็นต่าง ๆ เริ่มเสื่อม 
มองอะไร ๆ ก็ไม่ชัด ทุกอย่างดูมัว ไปหมด
ทุกอย่างที่เห็น เหมือนมองไปกลางถนน
ขณะแดดจัดๆภาพต่างๆจะเต้นระยิบระยับ
เต็มไปหมด

๒. ระยะที่น้ำจะกลายเป็นไฟ ช่วงนั้น
น้ำในร่างกายเริ่มแห้งลง จะรู้สึก ชา ๆ ตื้อ ๆ
เริ่มหมดความรู้สึก ไล่จากปลายเท้าขึ้นมา
ประสาทหูเริ่มไม่รับรู้คือเริ่มไม่ได้ยินเสียง
อะไร มองไปทางไหนก็เห็นแต่ควัน
๓. ระยะนี้ไฟเปลี่ยนเป็นลม 
หูจะไม่ได้ยินอะไรอีกเลย รู้สึกหนาว
จับใจ ความรู้สึกนึกคิดต่าง ๆ หยุดหมด 
ลมหายใจอ่อนลงเรื่อย ๆ 
จมูกเริ่มไม่รับความรู้สึกเรื่องกลิ่น

๔. ระยะนี้ ธาตุลมจะเปลี่ยนเป็นอากาศธาตุ
ตอนนี้ เจตสิกทุกอย่าง รวมทั้งการหายใจ
จะหยุดหมดพลังงานทั้งหลายที่เคย
ไหลเวียนอยู่ในร่างกายจะไหลกลับคืนไปสู่
ระบบประสาทส่วนกลางหมด ลิ้นแข็ง 
ไม่รับรู้เรื่องรสชาติใดๆความรู้สึกสัมผัส 
หมดไป ความรู้สึกอยากโน่น อยากนี่ต่าง ๆ
ที่เคยมีก็หมดไป มีความรู้สึกเหมือน
อยู่กับแสงเทียนที่กำลังลุกโพลงอยู่เท่านั้น

ท่านบอกว่าตอนนี้แหละที่แพทย์จะประกาศว่า
ผู้ป่วยในความดูแล “ถึงแก่กรรม” แล้ว (clinical death)

นั่นก็คือจุดที่ “เวทนา” ทั้งหมดดับไป สมองและระบบไหลเวียนต่าง ๆ ของร่างกายหยุดทำงานหมด แปลว่ารูปและนาม หรือเบญจขันธ์ ตายไปแล้ว

ก็ต้องถกกันต่อไปว่า ถ้าเราเชื่อว่า วิญญาณยังอยู่ต่อเมื่อร่างกายสลายไป จะไปอยู่ที่ไหนอย่างไรต่อไป

อ่านเจออีกแหล่งหนึ่งเรื่อง “ลักษณะการตาย” ตามแนวคิดแบบ “เซน” ที่คุณ “โชติช่วง นาดอน” เคยรวบรวมไว้ในหนังสือ “จิตคือพุทธะ” เมื่อนานมาแล้ว

ท่านบอกว่าคนเราตายได้สองลักษณะ คือ “ตายอย่างปราศจากที่พึ่ง” และ
“ตายอย่างสมบูรณ์ด้วยที่พึ่ง”
คนที่ตายย่างแรกนั้นเวลาใกล้จะสิ้นลม มีอารมณ์ผิดไปจากปกติ จิตใจกลัดกลุ้มยุ่งเหยิง เรียกว่า “จิตวิการ” ซึ่งหมายถึงจิตเกิดความปวดร้าวทรมานเพราะ
ยัง “ยึดติด” กับหลายเรื่อง

หรือที่เรียกว่า “ไม่ยอมตายทั้ง ๆ ที่ต้องตาย” นั่นคือจิตใจยังติดข้องกับอุปาทาน ๔ ประการคือ

๑. ติดอยู่กับทรัพย์สินเงินทอง
๒. ห่วงใยอาลัยในสิ่งที่เป็นรูป และอรูป 
โดยเห็นว่าเป็นของเที่ยง
๓. มีนิวรณ์ความวุ่นวาย ฟุ้งซ่าน
มาห้ามจิตมิให้บรรลุความดี
๔. มีความดูแคลนเมินเฉยในคุณพระรัตนตรัย

เขาบอกว่าคนส่วนใหญ่ตายลักษณะอาการ
อย่างนี้ เรียกว่าตายอย่างอนาถา

ส่วนการตายอย่างสมบูรณ์ด้วยที่พึ่งนั้น
แปลว่าคนใกล้ตายมีสติอารมณ์ผ่องใส
ไม่หวั่นไหว และซาบซึ้งในวิธีของมรณกรรม และยึดหลัก ๔ ประการคือ
๑. มีอารมณ์เฉย ๆ 
ซาบซึ้งถึงกฎธรรมดาแห่งความตาย
๒. ซาบซึ้งถึงสภาพการณ์สิ่งในโลกของ
ความไม่เที่ยง ไม่เป็นแก่นสาร
๓. รำลึกถึงกุศลกรรมที่ได้ผ่านมาในชีวิต 
และเกิดปิติปลาบปลื้ม
๔. ยึดมั่นเอาคุณพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง
อยู่ตลอดเวลาจนสิ้นลมหายใจ

ด้วยเหตุนี้แหละ, จึงเห็นว่าการ
“ฝึกตายก่อนตาย”ดั่งที่ท่านพุทธทาส หรือ.. หลวงพ่อ หลวงปู่ ครูบาอาจารย์ โดยเฉพาะ..
หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี ท่านเคยสอนเรานั้น
เป็นเรื่องที่ประเสริฐสุดแล้ว

แต่คนส่วนใหญ่กลัวตาย แม้จะเอ่ยถึงคำว่าตายก็รับไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นการ “แช่ง” ทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครหนีความตายได้แม้แต่คนเดียว
การเรียนรู้ “มรณาอุปายะ” หรือ “ฝึกตายก่อนตาย” นั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญ
ทำให้มันสนุกเสีย ให้มันเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นน่ายินดี ก็จะทำให้ความทุกข์ระหว่างมีชีวิตอยู่นั้น
ลดน้อยถอยลง และเมื่อถึงเวลาที่ต้องจากโลกนี้ไปก็ไม่ตกใจ
ไมตื่นเต้น ไม่รันทดและทรมานเพราะ..
ความกลัวและความไม่ต้องการที่จะจากไป
ชาวพุทธที่ฝึกปฏิบัติธรรมในสาระจริง ๆ (ไม่ใช่แค่ทำบุญแล้วนึกว่าจะต้องไปสวรรค์
โดยไม่ต้องปฏิบัติธรรม) ก็จะเข้าใจว่า.. “ขันธ์ทั้งห้า” ล้วนไม่เที่ยง ไม่มีความแน่นอน เปลี่ยนแปลงและทรุดโทรม และท้ายสุดก็แตกดับไป และระหว่างที่มรณกาลมาถึงนั้น ขันธ์ห้าก็ย่อมจะแปรปรวน จึงควรจะเตรียมตัวและเตรียมใจไว้

เมื่อความตายมาถึง, เราก็จะได้ไม่ทุรนทุราย และตายอย่างมีสติ และ “รู้เท่าทันความตาย” ซึ่งเป็นสุดยอดของการมีชีวิตอยู่นั่นเอง..

ขอขอบคุณ คุณธนัฐณ์ สกุลธัญวีสิริ

โพสท์โดย: joo jung
แหล่งที่มา: อhttps://www.facebook.com/LuangPeekhai/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: Mariamma
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: John thongpoon, ไทยเฉย, ไปเซเว่นเอาอะไรไหม๊
 
ชาวเน็ตแชร์ ! “ตอนใกล้ตาย” มันมีความรู้สึกอย่างไร? อาการของการ “ตาย” กับคนมีประสบการณ์ใกล้ตาย
กระทู้ที่มีคอมเม้นต์ล่าสุด
แอบส่อง กล้องสอดแนมสมัยสงครามเย็น
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

พ่อสิงโตหมอบเมื่อพบกับลูกของมันเป็นครั้งแรก น่ารักน่าเอ็นดูที่สุด

ถ้าพระเอกดิสนีย์จะไปออกเดทในชีวิตจริง

VOLKSWAGEN เปิดบริการแปลงรถเต่าคลาสสิกเป็นรถพลังงานไฟฟ้า

ลมหนาวจะมาแล้ว กรมอุตุฯ ประกาศ ความกดอากาศสูงจากจีน อุณหภูมิลด 3-5 องศา

เพราะกลัวแฟนทิ้ง จึงไม่ล้างเครื่องสำอางนานถึง 11 ปี!! หลังเผยหน้าสด ทุกคนรุมถาม นี่ใช่คนเดียวกันเหรอ!?

เผยนาฬิกาอีกเรือน ในภาพจากกล้องวงจรปิด เจอหนุ่มปริศนาลูบไล้หน้า ลันลาเบล ไม่ใช่แค่น้ำอุ่น

11 เคล็ดลับง่ายๆ ที่เราต้องลองแล้วจะรู้ว่ามัน…เจ๋งแค่ไหน

ชาวเน็ตชี้ นาฬิกาอัจฉริยะเรือนนี้ จะบอกได้ว่า "ลัลลาเบล" ตายตอนไหน

ช็อคทั้งอินโด!! พ่อแม่เลี้ยงลูกด้วยกาแฟ วันละครึ่งลิตร ลั่นไม่มีเงินซื้อนมให้ลูกกิน

น่าสงสัย หรือว่า "น้ำอุ่น" จะเป็นแพะ? "ลัลลาเบล" อาจตายตั้งแต่ในบ้านปาร์ตี้ ชาวเน็ตขุดเบาะแสกันต่อเนื่อง

สาวบัณฑิตจบใหม่ ถูกกระบะชนจนเสียชีวิต คู่กรณีจ่ายแค่ 3,500

จัดปาร์ตี้่แบบนี้บ่อย!! ชาวบ้านทนไม่ไหว แฉบ้านปาร์ตี้มรณะ คดีน้องลัลลาเบล

แอบส่อง กล้องสอดแนมสมัยสงครามเย็น
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
ประทับใจ!! คนแรกของหัวใจ คนสุดท้ายของชีวิตทหารหนุ่มอเมริกันกับสาวเวียดนาม 50 ปีที่ไม่เคยลืมเธอ15 รอยสักแมว LOVELY CAT เพื่อทาสแมวความจริง 5 ประการที่การันตีว่าสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศสุดแปลกมารยาทบนโต๊ะอาหารต่างชาติที่แปลกสำหรับคนไทย
ตั้งกระทู้ใหม่