ไทยมีของดี!! ยาดีของไทยไม่แพ้นอก ยาเขียว กินแทนยาพารา ถูกและดีต่อตับมากกว่าเยอะ
ถ้าเรามีอาการ ปวดหัว ตัวร้อน เป็นไข้ ไม่สบายตัว ก็จะหยิบยาขึ้นมากินก็คงจะนึกถึงยาพาราเซตามอล 500 mg. แต่ทุกคนทราบกันดีหรือไม่ ว่าการกินยาชนิดนี้นั้น เมื่อเรากินสะสมเข้ามากๆก็จะเกิดผลเสียต่อร่างกายของเราได้ วันนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับ ยาเขียว ที่เป็นยาสมุนไพรไทยของเรา ที่มีส่วนช่วยในเรื่องของอาการเหล่านี้ได้ดีมากๆ ที่สำคัญไม่มีโทษต่อร่างกายของเราอย่างแน่นอน โดยสรรพคุณดั้งเดิมของยาเขียวนั้น แก้ได้ตั้งแต่เป็นไข้ ร้อนใน ง่ายๆว่าถ้ารู้สึกตัวรุมๆ เหมือนจะเป็นไข้ ตากฝน เพลียแดด ปวดหัวตึ้บๆ สามารถกินยาเขียวได้เลย ซองละ 5 บาทเท่านั้น แถมยังช่วยบำรุงตับ บำรุงร่างกาย ไม่สร้างผลเสียเหมือนยาทั่วไปที่เรากินกันอยู่ทุกวันล้านเปอร์เซ็นต์
ทางเพจ สมุนไพรหมอศุภ ยังบอกเคล็ดลับการแก้คัดจมูกมาด้วย วิธีง่ายๆ บ้านๆ คนเฒ่าคนแก่ใช้มานานนมนั่นก็คือการทุบหอมแดง 2-3 หัว ใส่แก้ว เติมน้ำร้อน แล้วเอามาดมแทนการกินยา จมูกโล่งเฉยเลย! อาการปวดหัวนี้ เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่ทราบหรือไม่ว่าอาการปวดหัวนั้นสามารถจำแนกได้เป็น 8 ประเภทหลักๆ ด้วยกัน ตามสาเหตุและอาการ สำหรับอาการปวดหัวทั้ง 8 ประเภทนี้มาฝากกันค่ะ เพื่อเวลาที่พบคุณหมอจะได้อธิบายกันได้ง่ายๆ และคุณหมอจะได้ช่วยให้คำแนะนำได้อย่างตรงจุดมากขึ้นอีกด้วย
1. อาการปวดหัวที่มาจากความเครียด อาการปวดหัวประเภทนี้ จะรู้สึกปวดขมับทั้งสองข้างเหมือนมีแรงกดจากภายใน แต่จะไม่ปวดแบบตุบๆ บางรายจะรู้สึกปวดที่บริเวณต้นคอ หลัง และไหล่ร่วมด้วย
2. อาการปวดหัวที่มาจากเส้นประสาทฟัน หากมีปัญหาสุขภาพฟันก็อาจจะทำให้มีอาการปวดหัวร่วมด้วย โดยจะให้ความรู้สึกปวดหัวได้ทั้งสองข้างหรือข้างเดียวก็ได้ และจะปวดเหมือนมีอะไรมารัดที่ศีรษะ และมีอาการปวดรอบกระบอกตา ร้าวไปจนถึงแถวกรามและขากรรไกร
3. อาการปวดหัวแบบไมเกรน จะมีอาการปวดหัวข้างเดียว และจะปวดมากจนอาจมีอาการเวียนศีรษะและอาเจียนร่วมด้วย แต่ในบางรายก็อาจจะปวดหัวได้ทั้งสองข้าง แต่จะปวดแบบตุบ ๆ ติดต่อกันเป็นเวลานาน
4. อาการปวดหัวจากการขาดคาเฟอีน เป็นอาการปวดหัวหากไม่ได้รับสารคาเฟอีนในชาหรือกาแฟในช่วงเวลาที่เคยรับประทาน ซึ่งจะทำให้เกิดอาการปวดหัวตื้อๆ และรู้สึกหนักหัว ร้าวไปจนถึงบริเวณกระบอกตา ในบางรายอาจจะมีอาการเวียนศีรษะร่วมด้วย
5. อาการปวดหัวจากโรคไซนัสอักเสบ จะมีอาการคล้ายตอนเป็นหวัด แต่อาการปวดหัวนี้จะปวดแบบหน่วง ๆ บริเวณหน้าผาก กระบอกตา รวมทั้งบริเวณโหนกแก้มด้วย
6. อาการปวดหัวแบบเรื้อรัง จะมีอาการปวดหัวแบบหน่วง ๆ ติดต่อกันมากกว่า 15 วันต่อเดือน หรือจะมีอาการปวดหัวมากกว่า 3 เดือน ร่วมกับมีอาการเป็นไข้ และจะปวดเมื่อร่วมกับบริเวณคอและไหล่ร่วมด้วย
7. อาการปวดหัวช่วงเป็นประจำเดือน ฮอร์โมนก็มีส่วนสำคัญทำให้เกิดอาการปวดหัวได้เช่นกัน ซึ่งจะมีอาการปวดหัวเมื่อมีประจำเดือน และมีไข้ทับระดู ซึ่งอาการปวดหัวนี้จะมีก่อนหรือหลังประจำเดือนมา ประมาณ 2 – 3 วัน ซึ่งอาจจะถือว่าเป็นอาการไมเกรนในระยะเริ่มแรกได้อีกด้วย
8. อาการปวดหัวแบบรุนแรงและเฉียบพลัน จะรู้สึกปวดหัวเหมือนได้รับแรงกระแทกที่หัว จะรู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง รวมทั้งมีอาการชาบริเวณใบหน้า ลิ้น และปาก รวมทั้งมีอาการหน้ามืดแบบเฉียบพลัน ซึ่งอาจมีผลมาจากความดันโลหิตสูง หรือเนื้องอกก็ได้ แต่ทั้งนี้ แม้อาการปวดหัวอาจจะเป็นอาการที่ใครก็สามารถเป็นได้ แต่ถ้าเป็นกันบ่อยๆ หรือหลายวันติดกัน แนะนำให้รีบไปพบแพทย์จะดีกว่านะคะ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโรคร้ายแรงใดๆ ตามมานั่นเอง
แหล่งที่มา: http://darasod.com
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
วิเคราะห์พฤติกรรม "ป้าหมอฟันมหาภัย": เมื่อเพื่อนบ้านกลายเป็นภัยคุกคามในมุมมองจิตวิทยา
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
ขยี้ตาซ้ำ! เปิดโพย 26 ชื่อ-นามสกุลไทยสุดพีค ไวรัลสะเทือนทะเบียนราษฎร์ที่มีอยู่จริง
นักวิทย์ค้นพบแหล่งน้ำที่เก่าแก่ที่สุดบนโลก อดใจไม่ไหวจึงลองดื่มดู
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้
ส่องสถิติ 10 เลขดังมาแรง "แม่ทำเนียน" งวดรับวันครู 17 มกราคม 2569
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
AI พลิกโฉมวงการ "หนังสั้นของจีน"..ไม่รู้งานนี้มีคนตกงานหรือไม่ ?
นกแก้วที่ไม่สามารถบินได้ ที่มีเพียงสายพันธุ์เดียวเท่านั้นบนโลก







