หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย วันที่ 1 สิงหาคม 2564 รางวัลที่1 910261
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ความเกลียดชัง เป็นเชื้อโรคทางจิต อีกโรคที่ร้ายแรงที่สุด

 

๑. ความเกลียดชัง เป็นอารมณ์หนึ่งของมนุษย์ที่แสดงถึงความไม่ชอบ หรือ ปฏิกิริยาที่แสดงความไม่เห็นด้วย กับผู้อื่น 
ความเกลียดชังไม่ใช่ เป็นอาการที่เกิดจากจากการถูกข่มเหงรังแก อย่างเดียว บางครั้งเกิดจาก การรู้สึกถึงการคุกคาม หรือ ความรู้สึกที่เกิดจากความไม่มั่นคงทางจิตใจ ก็เป็นได้

๒. ความเกลียดชัง เป็นอารมณ์ส่วนบุคคล เป็นเรื่องปกติของอารมณ์ของ มนุษย์ บางครั้งเป็นอารมณ์ร่วมของสังคม ประเทศ เชื้อชาติ นิกาย ผิวสี หรือ แม้กระทั่ง ความเชื่อทาง ศาสนา และที่น่ากลัวในเวลานี้ คือ เป็นอารมณ์ร่วม ของ โลก ของเราไปแล้ว

๓. ในระยะนี้ หากใครติดตามสถานการณ์ของโลก จะพบกระแสความเกลียดชัง แพร่กระจายไปทุกหนทุกแห่ง บางที่พร้อมที่จะจับอาวุธ เข้ามาประหัตประหารกัน โดยที่ไม่มีข้อขัดแย้ง หรือรู้จักกันมาก่อน มีระเบิดพลีชีพกลางฝูงชน ที่มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งเลย 
ในประเทศไทย มีการวางระเบิดในชุมชนทางภาคใต้ มีการไล่ล่า ทำร้าย ประชาชน ที่ใช้ชีวิตตามปกติ มีการไล่ยิง ครู พระสงฆ์ อิหม่าม ผู้นำศาสนามุสลิม ระเบิด วัด มัสยิด โบสถ์ และ สถานที่ต่างๆ 
สถานการณ์เหล่านี้ ไม่เพียงสร้างความหวาดกลัวในหมู่ประชาชน แล้วยังสร้างความเกลียดชัง แยกพวก แยกเหล่า กัน มานาน จนไม่ทราบว่าอันใดคือเหตุ อันใดคือผล

๔. ความขัดแย้งต่างๆย่อมต้องมีสาเหตุ 
บางอย่างแก้ได้ เช่น การไม่ได้รับความเป็นธรรม หากเรายอมรับ ข้อผิดพลาด และพยายาม ลงมือแก้ไข ความขัดแย้งก็น่าจะลดลงได้บ้าง
บางอย่างแม้พยายามแก้ แต่แก้ได้ยาก หนึ่งในนั้น คือ ความเกลียดชังที่ถ่ายทอดมายังคนรุ่นหลัง จนแม้ทำดีเท่าไร ความเกลียดชังก็ไม่หายไป ก็ยังรู้สึกว่า ยังฝังใจเจ็บเพราะบรรพบุรุษ ถูกรังแกจากอีกฝ่าย แม้คนที่กระทำเหตุ คนที่รับผล ได้ล้มหายตายจากไปนานแล้ว แต่ยังมีความรู้สึกเหมือนยังเป็นผู้รับผลการกระทำนั้นอยู่ อันนี้ คือความเกลียดชังสั่งสมนั่นเอง

๕. ส่วนหนึ่งที่เกิดความเกลียดชังสั่งสม ก็มีที่มาจากการส่งต่อความเกลียดชัง จากรุ่นสู่รุ่น ผ่านการ บทเรียนที่บันทึกในประวัติศาสตร์ชาติต่างๆนั่นเอง
ตัวอย่างเช่น ประวัติศาสตร์การเกิดสงครามโลก ชาติที่ก่อสงครามถูกเขียนบันทึกไว้ ในรูปแบบของหนังสือ ภาพยนตร์ และเอกสารต่างๆมากมาย 
การก่อสงครามย่อมนำความเกลียดชัง ฝังใจ มาสู่คนในชาติที่ถูกรังแกคุกคาม เราจะสั่งสมความไม่ชอบ และเกลียดชัง ชาตินั้นๆ รวมทั้งคนในชาตินั้นโดยไม่รู้ตัว 
แต่อย่าลืมว่า ผู้ก่อสงครามเป็น 'ผู้ปกครอง' ประเทศนั้นต่างหาก หาใช่ชนชาติชาตินั้นทั้งหมดไม่ การที่เราไปเกลียดชัง 'คนในชาตินั้นทุกคน' จึงไม่ใช่เรื่องที่สมควร และ ที่ผ่านมาเราก็พบว่า คนในชาติที่ก่อสงคราม เมื่อเราได้รู้จัก ก็หาใช่คนไม่ดี นิสัยน่ารังเกียจเหมือนกับที่เห็นในหนังสือ สื่อ หรือ ภาพยนตร์บางเรื่องที่สร้างขึ้น ส่วนใหญ่ ก็เป็นคนธรรมดา นอบน้อม รักสงบ เหมือนกันทุกประเทศ

๖. การแสดงความเห็น ใน social media ว่า เหตุการณ์ ภัยพิบัติ หรือ การก่อการร้าย ในประเทศนั้นๆ เป็นเพราะ ผลกรรมที่ประเทศนั้นๆก่อไว้ในอดีต ขอเห็นแย้งว่า คงไม่น่าใช่ผลกรรมของประเทศนั้นๆ แต่น่าจะเป็นเพราะ ในอดีตประเทศนั้นๆไปสร้างความทุกข์ ให้ประเทศอื่น จนเกิดมีกลุ่มคนที่เกลียดชัง กลับมาก่อเหตุ แก้แค้นกัน หรือเป็น การสร้างสถานการณ์ เพื่อหวังผลบางอย่าง ทางการเมืองระหว่างประเทศ ก็เป็นได้
ด้วยผลกรรมเป็นเรื่องของปัจเจกบุคคล หรือกลุ่มคนที่สั่งการก่อเหตุ ที่ต้องรับกรรมนั้น หาใช่ตัวประเทศไม่ 
ส่วนการกระทำการก่อการร้ายโต้ตอบ เป็นเรื่องถูกต้องหรือไม่ หากเราเชื่อใน พุทธศาสนา หรือศาสนาทั่วโลก ก็ไม่สนับสนุนให้ลงมือกระทำแบบนี้อยู่แล้ว 
ดังนั้น หากประเทศหนึ่งถูกก่อการร้าย การโต้ตอบด้วยการส่งกำลังไปไล่ล่า ฆ่าคนในอีกชนชาติเพื่อแก้แค้น ย่อมสร้างความเกลียดชังนี้ ถ่ายทอดสืบเนื่องไป ไม่รู้จบสิ้น 
ทางที่ถูกต้อง คือ ต้องจับผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี ลงโทษ หากจำเป็นต้องใช้อาวุธรุนแรง ควรควบคุมความเสียหาย มิให้ไปกระทบคนที่ไม่เกี่ยวข้อง แล้วหาทางแก้ไขความขัดแย้งที่เหตุ เพื่อให้ เกิดความสงบสุข น่าจะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีกว่า

๗. วิชาประวัติศาสตร์ของแต่ละชาติ ควรเป็นวิชาที่สอนให้คนรู้จักรากเหง้าของชนชาติตัวเอง เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่ง ของการรวมศูนย์ทางจิตใจ 
ไม่ควรไปมุ่งเน้นเรื่องความขัดแย้งของ คนในชาติ /ระหว่างชาติ ในอดีต หาก จะมี ก็ควรชี้ให้เห็นถึงจุดอ่อนและข้อบกพร่อง เพื่อป้องกันมิให้เกิดข้อผิดพลาดอีกในคนรุ่นต่อๆมา

๘. ความเกลียดชัง ทำให้เกิดความไม่ สงบสุข เกิดความขัดแย้งแตกแยก ความระแวง ทำให้ทุกคนที่เกี่ยวข้อง ล้วนไม่มีความสุข ถ้าเป็นปัญหาระดับประเทศ ก็ขาดไมตรีระหว่างประเทศ หากเป็นกลุ่มประเทศ อาจลุกลามเป็น สงครามในภูมิภาค และ สงครามโลกได้ในที่สุด

๙. เมื่อมีข้อขัดแย้ง ข้อพิพาท ก็ควรถกกันอย่างมิตร หากเริ่มรู้สึกว่ามีการใช้ อารมณ์มากกว่าเหตุผล ควรยุติไว้เสียก่อน การถกกันอย่างมิตร แม้ท้ายสุด ยังเห็นไม่ตรงกัน แต่การได้มีโอกาสรับฟังเหตุผลของอีกฝ่าย ย่อมทำให้เกิดประโยชน์ได้บ้าง ไม่ควรสร้างวาทะกรรมที่สร้างความเกลียดชังแบบรวมกลุ่ม เพราะยิ่งทำให้คนเกลียดชังกัน โดยไร้เหตุผลมากขึ้น 
ควรสร้างองค์กร ตรวจสอบที่เป็นธรรม เป็นที่ยอมรับของคนส่วนใหญ่ เพื่อตัดสิน แยกแยะ ว่าสิ่งใดผิด สิ่งใดถูก คนผิดควร ได้รับการลงโทษ ตามกฎหมาย ที่สำคัญทุกคน ต้องอยู่ ภายใต้การบังคับใช้กฎหมายเหมือนๆกัน

๑๐. สื่อสาธารณะทุกทึ่ ต้องมีจรรยาบรรณ และ ต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมและโลก เพราะสื่อมีผลต่อการทำให้ ความขัดแย้งลดลงหรือลุกลามได้มากขึ้น ประชาชนควรมีช่องทางรับข่าวสาร ทั้งในประเทศ/ต่างประเทศ ได้อย่างหลากหลาย และ ควรใช้วิจารณญาณ แยกแยะ ความผิดถูก มิใช่ เชื่อเพราะบอกต่อกันมา ส่งต่อโดยมิได้ตรวจสอบ 
ที่ผ่านมา ด้วยอิทธิพลของสื่อบางแห่ง
ทำให้คนมองเห็นด้านเดียวของปัญหา การเสียชีวิตของคนบางพื้นที่ จากความขัดแย้ง ไม่เป็นข่าว ทำให้ข่าวสารมายังผู้รับทางเดียว ย่อมทำให้ภาพของปัญหา ความเข้าใจบิดเบี้ยวไปจากความเป็นจริงได้มาก

๑๑. เราจะแก้ไขความเกลียดชังได้อย่างไร ในเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้นหลายชั่วคน 
เรื่องนี้คงไม่มีคำตอบหากมีผู้ตระหนัก และพยายามแก้ปัญหานี้ไม่มากพอ เราคงหมดหวังที่จะแก้ปัญหานี้ได้ในคนรุ่นปัจจุบัน ถ้าจะทำ ต้องให้คนรุ่นต่อไป ที่จะรับช่วงภาระของโลกนี้ไป ช่วยกันหาวิธีลดความเกลียดชังให้ลดลง หรืออย่างน้อยถ้าลดไม่ได้ ก็อย่าให้ความเกลียดชังกันขยายตัวไปมากกว่านี้เลย

๑๒. ขอจบด้วยกลอนบทนี้ ที่เขียนขึ้น ท่ามกลางความเกลียดชังที่ถาโถมบนโลกใบนี้ของเรา ด้วยหวังว่า จะมีบางคนที่เห็นตรงกัน ช่วยกันทำให้สังคมโลกของเราอยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุข และร่มเย็น ฝด้วยเถิด

***********************************

ยุติความรุนแรงทุกแห่งเถิด
อย่าให้เกิดความเกลียดชังดังที่เห็น
โลกเราร้อน คุกรุ่นไอ แสนลำเค็ญ
ขออย่าเป็น คนสุมไฟ ให้ลุกลาม

#หมอปันเฌอ 

โพสท์โดย: joo jung
แหล่งที่มา: https://www.facebook.com/ThaiPsychiatricAssociation
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: ลูกสาวอบต
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: มยุริญ ผดผื่นคัน, bgs, ไปเซเว่นเอาอะไรไหม๊
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
พบสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นคล้ายงูองคชาต โผล่ใกล้สนามบินนานาชาติไมอามี หวั่นคุกคามสัตว์พื้นเมืองนายก แจ้ง ช่วง1-2 เดือนข้างหน้า สถานการณ์โควิดโลกรุนแรง เร่งดำเนินการยกระดับป้องกัน'เจ้าสัวธนินท์' ผุด 2 โครงการฝ่าวิกฤตโควิด ลุยปลูกฟ้าทะลายโจรแจก 30 ล้านแคปซูล แจกอาหาร 2 ล้านกล่อง ฟรี 2 เดือนภาพหน้า โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานครนางแน่งน้อย อัศวกิตติกร อดีตผู้สมัครพรรค รปช. ยอมรับ ฉีดเข็ม 3 จริง!ตำรวจควบคุมฝูงชน รวบตัวไผ่ ดาวดิน พร้อมแกนนำ-มวลชนทั้งหมดชอบไอเดียนี้จัง มิน พีชญา เหมาของกินรถเข็นข้างทางพร้อมป้ายประกาศ #วันนี้เชิญทานฟรีค่ะ!โครงการ Urban Oasis ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปี 1990ไม่หวั่นโควิด คอนเสิร์ตที่รวมคนนับหมื่นที่ ชิคาโก้ สหรัฐอเมริกา!!น้ำตา "เหรียญทอง"ล่าสุดลูกของ...เอ๊ะ จิรากร เชื้อลงปอดลูก 2 คนแล้วแคมเปญเรียกคน!ฉีดวัคซีน!รับ 100 เหรียญ! ในสหรัฐอเมริกา!!!How to เปลี่ยนน้องแมวให้เป็น"สิงโต" เจ้าแห่งป่า
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
โครงการ Urban Oasis ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ในปี 1990เมืองอาเลปโปโบราณของซีเรียใน พ.ศ. 2552 ปีที่เงียบสงบช่างสวยงามเหลือเกินรถ Lada ผลิตในสหภาพโซเวียต ขายให้อเมริกาจริงๆแฟชั่นเสื้อผ้าวัยรุ่นทั่วโลกเมื่อร้อยปีที่แล้ว
ตั้งกระทู้ใหม่