หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

วีรบุรุษไทยในตำนาน นาย ขนมต้ม

เนื้อหาโดย อริยสัจสี่

ประวัติของนาย ขนมต้ม

วีรบุรุษผู้นี้ เกิดวันอังคาร เดือนยี่ ปีมะเมีย พ.ศ. ๒๒๙๓ ซึ่งอยู่ในสมัยครั้งกรุงศรีอยุธยา เขาเกิดที่บ้านกุ่ม ในปัจจุบันคือ ต.บ้านกุ่ม อ.บางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา บิดาชื่อนายเกิด มารดาชื่อนางอี่ มีน้องสาว ๑ คนชื่อนางเอื้อย และถูกพม่าฆ่าตายเมื่อยัง เล็กๆ ชีวิตของนายขนมต้มเกิดมาบนความลำบากตั้งแต่เด็ก ต้องอาศัยอยู่ในวัด เมื่ออายุได้ประมาณ ๑๐ ขวบ ก็ต้องมาเสียพ่อแม่ไปอีก เนื่องจากถูกพม่าฆ่าตายเช่นกัน

นายขนมต้มเริ่มสนใจ และฝึกมวยอย่างเอาจริงเอาจังตั้งแต่เริ่มเป็นหนุ่ม จนมีวิชาเก่งกล้าสามารถ และยังมีจิตใจอาจหาญ ทระนง เวลาผ่านล่างเลยจนเข้าสู่สมัยของพระเจ้าเอกทัศน์ กรุงศรีอยุธยาถูกศัตรูตีจนแตกและต้องแพ้พ่าย ทำให้ชาวเมืองส่วนใหญ่ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยศึกยังเมืองพม่า และนี่เองที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ประวัติสร้างชื่อเสียงให้กับกรุงศรีอยุธยา ดังที่มีข้อความปรากฏเอาไว้ว่า

ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เรามีนักมวยไทยที่เก่งกาจ นามว่า  นายขนมต้ม ได้มีโอกาสออกไปแสดงฝีไม้ลายมือถึงเมืองพม่า ศิลปะการต่อสู้ และชั้นเชิงชกมวยของนายขนมต้มนั้นได้ถูกยกให้เป็นผู้ครูแห่งวงการมวยตลอดกาล ณ. เมืองพม่า ในวันที่ ๑๗ มีนาคม ตามที่บันทึกในพงศาวดารกล่าวเอาไว้ว่า เมื่อพระเจ้าอังวะผู้ปกครองเมืองพม่า ได้โปรดให้ปฏิสังขรณ์ และทำการก่อเสริมพระเจดีย์เกศธาตุในเมืองร่างกุ้งครั้งใหญ่ จนงานทั้งหมดสำเร็จลงในปี พ.ศ.๒๓๑๗ ก็ได้ถือเอาวันฤกษ์งามยามดี วันที่ ๑๗ มีนาคม จัดงานทำพิธียกฉัตรใหญ่ไว้บนยอดเป็นปฐมฤกษ์ แล้วก็ทรงได้เปิดงานมหกรรมเฉลิมฉลองอย่างมโหฬาร

ภายในงานนั้นมีการละเล่นมากมาย และมีการเปรียบมวยเป็นจุดเด่น โดยขุนนางพม่าผู้หนึ่งได้กราบทูลกับ พระเจ้าอังวะ ว่า "มีนักมวยไทยผู้หนึ่งฝีมือดียิ่งนัก" พระเจ้าอังวะจึงรี

บสั่งให้เอาตัว นายขนมต้ม เข้ามาลองเปรียบมวยพม่าดูว่าจะเก่งจริงสมคำกล่าวหรือไม่ โดยตลอดการชก พระเจ้าอังวะ ได้รับชมอยู่หน้าพระที่นั่งตลอดเวลา และเหตุการณ์ประวัติศาสตร์อันน่าภาคภูมิใจของชาวสยามจึงได้เกิดขึ้น เมื่อคู่ต่อสู้ของนายขนมต้มเปรียบมวยไม่ทันได้ครับยกแรกก็ล้มคว่ำ พ่ายแพ้อย่างสิ้นท่า และเมื่อส่งนักมวยพม่าเข้ามาอีกก็พ่ายแพ้อีกนับได้เก้าคนสิบคน ไม่มีใครสามารถสู้นายขนมต้นได้ จนพระเจ้าอังวะยกพระหัตถ์ตบพระอุระ แล้วตรัสสรรเสริญนายขนมต้มว่า "ไทยนี้มีพิษทั่วตัว แม้แต่มือเปล่าไม่มีอาวุธใดเลย สู้ได้คนเดียวก็ชนะได้ถึงเก้าคนสิบคน" ฉะนั้น ในวันที่ ๑๗ มีนาคม บรรดาเหล่านักมวยไทยรุ่นต่อมาจึงยกให้เป็นวันมีชัยของนายขนมต้ม ตราบจนถึงปัจจุบัน

เนื้อหาโดย: อริยสัจสี่
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อริยสัจสี่'s profile


โพสท์โดย: อริยสัจสี่
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
20 VOTES (5/5 จาก 4 คน)
VOTED: chuanb, yoosijin2016, บางครั้งฟังแจ๊ซ, อริยสัจสี่
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่นโซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทยผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลกประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกจาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุกเรื่องจริงที่ชวนสับสน: เมื่อ "ไฟแช็ก" คือพี่ใหญ่ที่เกิดก่อน "ไม้ขีดไฟ" ถึง 3 ปีรสชาติจากความขัดแย้ง: "แฟนต้า" เครื่องดื่มที่ถือกำเนิดในยุคนาซีเยอรมันเพราะวิกฤตสงครามรู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16ข้าวผัดอเมริกัน: เมนูชื่ออินเตอร์แต่สัญชาติไทยแท้ กับที่มาสุดสร้างสรรค์ในยุคสงครามสรรพคุณสุดทึ่ง: เมื่อ "ซอสมะเขือเทศ" เคยถูกวางขายในฐานะยาสารพัดนึก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
"แม่คะนิ้งบนยอดดอยอินทนนท์ "อุณหภูมิที่โหดเหี้ยมในรอบปี"ท้องฟ้าทอแสงในยามเช้าอันรุ่งอรุณ "ยอดดอยอินทนนท์ประหนึ่งอากาศหยุดนิ่งไม่ไหวติง"วัดคือสถานที่ในการพักผ่อน "สีสันความโดดเด่นนั้นจูงใจในศรัทธา"ความเชื่อในเรื่องของกล้วยเครือยักษ์ หนึ่งเดียวในการขอพร
ตั้งกระทู้ใหม่