อุ้มผาง ป่ารักษาเมือง เมืองอนุรักษ์ป่า
อำเภออุ้มผางมีพื้นที่ 4,325.38 ตารางกิโลเมตร นับเป็นอำเภอที่มีพื้นที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เทียบได้กับพื้นที่ประมาณ 3 เท่าของพื้นที่กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองที่ล้อมรอบไปด้วยพื้นที่ป่าของผืนป่าตะวันตกตามแนวเทือกเขาถนนธงชัยที่ทอดตัวยาวจากเหนือลงสู่ใต้และเชื่อมติดกับพื้นที่ป่าของประเทศพม่า ขณะเดียวกันในอำเภออุ้มผางเอง พื้นที่โดยส่วนใหญ่ก็ยังคงสภาพเป็นผืนที่ป่าอุดมสมบูรณ์ โดยเป็นป่าอนุรักษ์ถึง 4,156.84 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วยเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง 2,584.858 ตารางกิโลเมตร และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออกถึง 1,571.982 ตารางกิโลเมตร นับเป็นพื้นที่ถึงร้อยละ 96 ของพื้นที่ทั้งหมดในอำเภอ ส่วนพื้นที่ที่เหลือเป็นที่ตั้งชุมชน หน่วยงานราชการ พื้นที่เกษตรกรรม โดยมีบางส่วนยังคงสภาพเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ
อุ้มผางโดยเฉพาะในบริเวณพื้นที่เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าอุ้มผางและทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก เป็นพื้นที่ต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำแม่กลอง ที่ให้น้ำถึงปีละ 15,000 ล้านลูกบาศก์เมตร สำหรับใช้ในภาคเกษตรกรรม อุปโภค บริโภค ของประชาชนในอุ้มผางกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร นอกจากนี้ยังใช้เป็นน้ำดิบผลิตประปาให้คนในกรุงเทพด้านตะวันตกได้ใช้อีกด้วย
ในผืนป่าอุ้มผางยังมีน้ำตกทีลอซู ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 6 ของเอเชีย ที่เกิดจากสายน้ำสาขาของแม่น้ำแม่กลอง ในปีหนึ่งๆ มีคนมาเที่ยวชมความงามของน้ำตกแห่งกว่า 30,000 คน นับเป็นการสร้างรายได้หลักให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยวกว่า 60 กิจการ และชาวเมืองอุ้มผางทั่วไป นอกจากนี้ความสวยงามตามธรรมชาติได้ก่อเกิดแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมการศึกษาธรรมชาติอีกหลากหลายกิจกรรม อาทิ การล่องแก่งตามลำน้ำต่างๆ การเที่ยวชมดอยหัวหมดและวิวทิวทัศน์ที่งดงาม นอกจากนี้พื้นที่ป่าในอุ้มผางยังคงเป็นพื้นที่สงวนไว้เพื่อการรักษาทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญของโลก ในพื้นที่ทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันออก
ชาวกะเหรี่ยงในอุ้มผางเองยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไว้ได้อย่างมากมาย ทั้งประเพณีการแต่งกาย วิถีชีวิต และวัฒนธรรม
ประชากรในอำเภออุ้มผางมีประมาณ 27,896 คน หรือ ประมาณ 6,700 ครอบครัว ใน 6 ตำบล ได้แก่ ต.อุ้มผาง ต.หนองหลวง ต.โมโกร ต.แม่จัน ต.แม่ละมุ้ง ต.แม่กลอง แบ่งเป็นหมู่บ้านต่างๆ 38 หมู่บ้าน
ความโดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของอุ้มผาง คือ เป็นพื้นที่ที่ตั้งของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิมชาวกะเหรี่ยงสองกลุ่มชาติพันธุ์ คือ ชาวปากะญอ และชาวโผล่ว โดยมีศูนย์กลางวัฒนธรรมความเชื่อเกี่ยวกับการนับถือฤๅษี ร่วมกัน อยู่ที่หมู่บ้านเลตองคุ ซึ่งชาวกะเหรี่ยงเชื่อว่าตั้งชุมชนขึ้นมาพร้อมกับ การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นเป็นราชธานี เมื่อ 200 กว่าปี ที่ผ่านมาและชุมชนที่ยังคงสืบทอดวัฒนธรรมนี้ผ่านผู้นำทางวัฒนธรรมคือฤๅษี จากองค์ที่ 1 จนถึง องค์ที่ 10 ในปัจจุบัน
ชุมชนกะเหรี่ยงในอุ้มผาง มีอยู่ทั้งสิ้น 28 หมู่บ้าน เป็นชาวปากะญอ 19 หมู่บ้าน และชาวโผล่ว 9 หมู่บ้าน มีประชากรชาวกะเหรี่ยงอยู่ถึงร้อยละ 60 ของคนอุ้มผาง
นอกจากนี้อุ้มผางยังประกอบด้วยพี่น้องชาติพันธุ์ม้ง 2 หมู่บ้านทางตอนเหนือของอำเภอ ที่อพยพมาตั้งถิ่นฐานเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว ส่วนคนไทยจากภาคเหนือ และไทยพื้นราบมาตั้งถิ่นฐานในตัวอำเภอเมื่อปี พ.ศ. 2432 ปัจจุบันมีการกระจายไปตัวอยู่รอบๆตัวเมือง และออกไปปะปนกับชุมชนกะเหรี่ยง
ปัญหาของอุ้มผาง
จากกิจกรรมและนโยบายเพื่อการพัฒนาอุ้มผางที่ผ่านมา ย่อมส่งผลกระทบต่อสภาพทรัพยากรธรรมชาติทั้งดิน น้ำ และผืนป่าในพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาการขยายพื้นที่การเกษตรเพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยว คือข้าวโพด และผัก ในพื้นที่ต้นน้ำธารของแม่น้ำแม่กลอง และลำน้ำสาขาต่างๆ เหนือเมืองอุ้มผาง ทำให้น้ำในลำน้ำเหล่านี้มีความขุ่นข้นจากการพังทลายของหน้าดิน การปนเปื้อนของสารเคมีเพื่อการเกษตร จนส่งผลกระทบต่อการท่องเทียวที่ยึดโยงอยู่กับลำน้ำสายนี้ นอกจากนี้ในพื้นที่ต้นน้ำของน้ำตกทีลอซู ทีลอเร มีการขยายตัวของพื้นที่การเกษตรจนส่งผลถึงปริมาณน้ำที่ลดลง และช่วงเวลาที่มีน้ำตกสวยงามลดลงอีกด้วย
แต่ด้วยระยะทางและสภาพเส้นทางที่ห่างไกลจากตัวจังหวัดตาก หรือเมืองใหญ่อย่างแม่สอด ทำให้อุ้มผางยังคงดำรงความเป็นธรรมชาติ การรักษาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม รวมถึงการพัฒนาในงานแก้ไขปัญหาในภาคสังคมไว้ได้อย่างโดดเด่นในด้นต่างๆ ตามมา อาทิ
การจัดการการท่องเที่ยว
การที่น้ำตกทีลอซู และธรรมชาติของอุ้มผาง เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมเยียนพื้นที่แห่งนี้เป็นจำนวนมาก ทำให้กลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยวต่างเล็งเห็นความสำคัญของการการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์ กลุ่มผู้ประกอบการจึงได้รวมกันจัดตั้งชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวและอนุรักษ์อุ้มผาง ขึ้น เพื่อควบคุม ดูแล กิจกรรมการท่องเที่ยวของผู้ประกอบการให้เป็นไปตามกรอบกติกาและข้อกฎหมายที่กำหนดไว้ รวมถึงการสนับสนุน ส่งเสริม กิจกรรมการอนุรักษ์ในพื้นที่ ด้วยการทำงานของคณะกรรมารชมรมอย่างเข้มแข็ง และความสามัคคีกลุ่มผู้ประกอบการที่ให้ความร่วมมือ จึงเป็นการจัดการด้านการท่องเที่ยวที่ก่อให้เกิดความยั่งยืน และสร้างสมดุลระหว่างธุรกิจกับการอนุรักษ์ได้เป็นอย่างดี
การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ปัจจุบันนี้เยาวชนในท้องถิ่นอุ้มผางทุกคนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงด้วยระบบการจัดการศึกษาที่หลากหลายและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่และวัฒนธรรมในชุมชน โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ การศึกษาในชุมชนขนาดใหญ่ๆ หรือในตัวอำเภอ จะมีการเรียนการสอนที่รับผิดชอบโดยสำนักคณะกรรมการการศึกษาขึ้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 สำหรับในถิ่นทุรกันดาลกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนได้จัดการเรียนการสอนขึ้นเป็นโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนในพื้นที่ยุทธ์ศาสตร์และเพื่อความมั่นคง และมีศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” (ศศช.) ของศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน ตั้งขึ้นในชุมชนที่เหลือสำหรับเปิดการเรียนการสอนให้กับเด็กและผู้ใหญ่ที่สนใจเรียนเพิ่มเติม สำหรับระดับมัธยมปีที่ 1-6 สามารถเข้าเรียนได้ที่โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด หรือสามารถเรียนได้กับศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน
การสาธารณะสุข
ด้วยสภาพที่ตั้งของชุมชนอยู่ในถิ่นทุรกันดานและมีความห่างไกลกัน ระบบการรักษาพยาบาลและการส่งเสริมด้านสาธารณะสุขจึงต้องมีการจัดการแบบบูรณาการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาสนับสนุน อุ้มผางมีโรงพยาบาลอุ้มผาง เป็นโรงพยาบาลชุมชนขนาด 30 เตียง ที่รับผิดชอบการรักษาพยาบาลในอำเภออุ้มผาง โดยมีสถานีอนามัย 7 แห่ง และสำนักงานสาธารณะสุข 6 แห่ง กระจายอยู่ในชุมชนต่างๆในพื้นที่ แต่ด้วยประชากรในอำเภออุ้มผางมีเกือบ 30,000 คน และยังมีประชากรในศูนย์อพยพบ้านนุโพเกือบ 20,000 คน ทำให้การรักษาพยาบาลยังไม่ครอบคลุมและทั่วถึงในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่มีชุมชนหลายแห่งไม่สามารถเดินทางเข้า-ออกจากพื้นที่ได้ ชุมชนจึงมีการจัดระบบการรักษาดูแลด้านสุขภาพและอนามัยของคนในชุมชนเอง เช่น เครือข่ายสุขภาพชุมชนลุ่มน้ำแม่จัน ที่รวบรวมคนในชุมชนทั้ง 14 ชุมชนกว่า 30 คนที่มีความรู้ ความสามารถด้านการพยาบาลผู้เจ็บป่วย มาเป็นอาสาสมัครช่วยกันดูแลคนป่วยภายในชุมชน หรือการจัดการรักษาพยาบาลภายในศูนย์อพยพบ้านนุโพที่เปิดรับการรักษาทั้งคนภายในศูนย์อพยพและจากชุมชนโดยรอบ
การรักษาวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยง
ชาวกะเหรี่ยงถือเป็นประชากรหลักในอำเภออุ้มผาง เนื่องจากเป็นชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่แห่งนี้มาอย่างยาวนานกว่า 200 ปี ชาวกะเหรี่ยงเป็นกลุ่มชนที่รักความสงบ สมถะ อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนเพราะชาวกะเหรี่ยงให้ความเคารพธรรมชาติ มองว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติ ไม่ใช่เจ้าของเป็นเพียงผู้อยู่อาศัยการทำสิ่งใดจึงต้องขออนุญาตจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประเพณีและวัฒนธรรมและความเชื่อเหล่านี้ยังคงสืบทอดมาจนถึงปัจจุบันโดยผ่านกลุ่มแกนนำไม่เป็นทางการในชุมชน ประกอบกับสภาพพื้นที่ที่เป็นเมืองปิด ปัจจัยแวดล้อมจากภายนอกยังส่งผลกระทบต่อพื้นที่โดยรวมไม่มากนัก ชาวกะเหรี่ยงที่อุ้มผางจึงยังคงเป็นชุมชนที่สามารถพึ่งพาตนเอง และดำรงชีวิตตามประเพณีและวัฒนธรรมของชาวกะเหรี่ยงได้อย่างเข้มแข็งท่ามกลางสภาพธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และเกื้อกูลต่อกัน
บทความโดย ฝ่ายสื่อสารองค์กร มูลนิธิสืบนาคะเสถียร
เผยแพร่ครั้งแรก 28 กุมภาพันธ์ 2012
แหล่งที่มา: http://มูลนิธสืบนาคสเถียร
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
ทำไมคุณไม่ควรใส่เกลือ เมื่อเริ่มเคี่ยวกระดูก?
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
แนวทางเลขธูป 3 ตัวตรงจากเจ๊ฟองเบียร์ งวด 17 มกราคม 2569
อำเภอไหนในอีสาน ที่พูดภาษากลางชัดเป๊ะที่สุด?
บทพิสูจน์นักรบแห่งอเมซอน พิธีกรรมมดกระสุน ความเจ็บปวดที่โลกต้องจารึก
เปิดภาพ “เยาวเรศ นิสากร” นางเอกจักรๆ วงศ์ๆ รุ่นบุกเบิก เยือนบ้าน “ไพรัช สังวริบุตร”
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
อำเภอไหนในอีสาน ที่พูดภาษากลางชัดเป๊ะที่สุด?
เปิดภาพ “เยาวเรศ นิสากร” นางเอกจักรๆ วงศ์ๆ รุ่นบุกเบิก เยือนบ้าน “ไพรัช สังวริบุตร”







