หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยไทย 0% มาเป็นชาติ โทษใครดี


เขียนโดย bansornmagazine

           “ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัย” ความหมายก็ตามชื่อเลย มันเป็นตัวชี้วัดว่าประชาชนหรือรัฐบาลในประเทศนั้นๆ มีค่าใช้จ่ายในการทำการวิจัยประมาณเท่าไหร่และยังสะท้อนถึงความสนใจด้านการพัฒนานวัตกรรมของประเทศได้เป็นอย่างดี ซึ่งหากมองกันที่ค่าใช้จ่ายการวิจัยของไทย ต้องบอกเลยว่ายังอยู่ในอาการโคม่า เพราะค่าใช้จ่ายเพื่อทุ่มทุนทางการวิจัยของไทยยังไม่เคยแตะ 1% เป็นระยะเวลาสิบๆ ปี ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ดูท่าฝันการเป็นประเทศไทย 4.0 ของรัฐบาลคงเป็นหมันแล้วกระมัง

         แต่รัฐบาลก็ยังไม่เคยหมดหวัง เพราะจากการรายงานของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ (สวทน.) ประจำปี 2558 ประเทศไทยเราใช้งบประมาณด้านวิจัยไป 0.62% ต่อ GDP  เพิ่มมามากเมื่อเทียบจากปี 2548 ที่เรามีแค่ 0.09% อีกทั้งแนวคิดของนักวิจัยก็เปลี่ยนไป จากนักวิจัยที่เน้นปักหลักทำงานกับรัฐ นักวิจัยก็เริ่มมีการขยับขยายมาทำงานฝั่งเอกชนมากขึ้น ด้วยแนวโน้มตัวเลขที่ดูใกล้ฝั่งฝันมากขึ้น เลยได้มีการคาดการณ์ว่าในปี 2559 ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยจะต้องเหยียบถึง 1% อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม แม้ สวทน.จะยังไม่เคาะค่าใช้จ่ายด้านวิจัยในปี 59 ออกมา แต่ปัจจุบันในปี 2560 ได้มีการพยากรณ์ค่าใช้จ่ายด้านงานวิจัยปี 2561แล้วว่าต้องถึง 1% ของ GDP อีกครั้ง ซึ่งผิดปกติ เพราะไม่ว่าจะรัฐบาลหรือเอกชนก็ตามแต่ การตั้งเป้าหมายในปีต่อไปจะต้องยกระดับไปอีกขั้นหนึ่ง การที่นำเป้าหมายที่จะทำให้ได้ในปี 59 มาพูดเป็นเป้าหมายในปี 61 ก็สันนิษฐานได้ว่าในปี 2559 ค่าใช้จ่ายด้านวิจัยน่าจะยังไม่ถึง 1% อยู่ดี (เป็นการสันนิษฐาน วันที่ 13 ตุลาคม 2560) ซึ่งเป็นสิ่งบ่งชี้ว่าประเทศไทยยังมีนวัตกรรมน้อยเกินไป

         บางคนอาจเกิดข้อสงสัยว่า แล้วของต่างประเทศเรื่องที่ค่าใช้จ่ายในการวิจัยมากกว่า มันมากกว่าเราเท่าไหร่ หากบอกว่า “ฟ้ากับเหว” ก็ไม่น่าเกินไปนัก เพราะต่อให้ย้อนไปปี 2554 ค่าใช้จ่ายในด้านวิจัยของประเทศเล็กๆ แต่ทรงอนุภาพด้านเศรษฐกิจอย่างญี่ปุ่น ก็อยู่ที่ 3.25% ซึ่งมากกว่าประเทศไทยในปัจจุบันอย่างมหาศาล ส่งผลให้ญี่ปุ่นมีนักวิทยาศาสตร์ชั้นแนวหน้าและเป็นตัวแทนในหลายสาขาอาชีพในฐานะผู้เชี่ยวชาญ นอกจากนั้นผลงานวิจัยยังถูกไปอ้างอิงเพื่อพัฒนาต่อยอดในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง หากพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ เป็นการวิจัยและพัฒนาอย่างเข้มข้น พร้อมนำไปใช้จริงในเชิงเศรษฐกิจและสังคม มิใช่วิจัยมาขึ้นหิ้ง

 
โหวต Poll: (โหวตไม่ลับ)
ดีมาก
0
ดี
0
ธรรมดา
0
แย่
0
หากต้องการโหวต Poll, กรุณา Login เข้าสู่ระบบ ก่อนค่ะ
เนื้อหาโดย: bansornmagazine
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
bansornmagazine's profile


เขียนโดย bansornmagazine
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
24 VOTES (4/5 จาก 6 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุดหมอปลาย พรายกระซิบ งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางรวยจากท่านยมทูตประเทศที่นําเข้าอาหารแช่ แข็งจากไทยมากที่สุดเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี..งวดวันที่ 1 เมษายน 69ผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"ไทยติดอันดับสนามบินโลก สุวรรณภูมิที่ 36 ดอนเมืองที่ 7ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด อันดับหนึ่งในเขตภาคอีสานของไทย5 อันดับภาพยนตร์ไทย ที่ทำรายได้มากที่สุดตลอดกาลกำนัน กับ อบต. ต่างกันยังไง ใครดูแลอะไรบ้างสื่อนอกรุมตีข่าว "เรือไทย" ผ่านช่องแคบฮอร์มุซฉลุย! แถมยังไม่ต้องจ่ายค่าผ่านทางชื่อจังหวัดในภาคกลางที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์สมัยอยุธยา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เลิกบุหรี่ได้จริง เปิด 6 วิธีช่วยตัดขาดควันร้ายถ้ารู้เร็วกว่านี้ คุณอาจมีรายได้มากกว่านี้แล้วนกกะรางหัวขวาน กับทรงผมธรรมชาติที่โดดเด่นสะดุดตาสื่อนอกรุมตีข่าว "เรือไทย" ผ่านช่องแคบฮอร์มุซฉลุย! แถมยังไม่ต้องจ่ายค่าผ่านทางยุโรปเตือนภัย ตำรวจปลอมระบาด มิจฉาชีพหลอกนักท่องเที่ยวหาดใหญ่เผชิญวิกฤต ตั๋วแพง น้ำมันขาด กระทบสงกรานต์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
Islamic Republic of Iranหน้าตาเหมือนพิษร้าย แต่ตัวจริงคือผู้ล่าเงียบ! “แมงป่องแส้” นักกำจัดแมลงสาบที่คนเข้าใจผิดมานาน"ระบำหน้ากากพม่า" มรดกทางวัฒนธรรมที่งดงามของชาวพม่าและไทใหญ่4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
ตั้งกระทู้ใหม่