คู่มือการปลูกและการดูแลรักษาดอกพิทูเนียแบบมืออาชีพ
ไฮ !! สวัสดีปีใหม่ค่าาาา 2017 กันเข้ามาเเล้ววว 
เพื่อนๆสบายดีกันไหมจ้าาา ขอให้มีความสุข สุขภาพเเข็งแรง ร่ำรวยๆ ตลอดปี กันเลยทุกคนจ้าาา
วันนี้มิคุ ก็มาพร้อมกับ คู่มือการปลูกดอกไม้ ตอนรับปี 2017 กันเลยทีเดียวจ้าา
คู่มือดอกไม้วันนี้คือ คู่มือการปลูกและการดูแลดอกพิทูเนีย นั้นเองง (มี 3 ตอนนะคะ มิคุเห็นที่เว็บอัพตอน1 อยู่เลย ) ปะ เผื่อจะเป็นประโยชน์ ไม่มากก็น้อยนะคะ 


ตอนที่ 1 การเพาะเมล็ด และ การดูแลต้นกล้า
คู่มือการปลูกและการดูแลรักษาพิทูเนียแบบมืออาชีพ
พิทูเนียเป็นไม้ดอกที่นิยมปลูกเป็นไม้ประดับเนื่องจากสีสวย ดอกมีลักษณะโดดเด่น และมีหลากหลายสายพันธุ์ให้เลือก โดยทั่วไปพิทูเนียดอกใหญ่เช่นพันธุ์ดรีมและปริซึ่ม จะนิยมปลูกในสภาพอากาศเย็นซึ่งจะให้ดอกใหญ่และมีสภาพต้นที่สมบูรณ์กว่าปลูกในสภาพอากาศร้อน หากต้องการปลูกพิทูเนียในสภาพอากาศร้อนควรเลือกพิทูเนียที่ให้ดอกขนาดกลางเช่นพันธุ์มิราจและเมอร์ลินจะทนต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี ขนาดดอกสม่ำเสมอ ให้ดอกสีสด ทรงพุ่ม
การเพาะเมล็ดและการดูแลต้นกล้า
- การเพาะเมล็ด
เมล็ดของพิทูเนียที่จำหน่ายจะมี 2 แบบคือแบบ ปกติ (Raw seed) และเมล็ดเคลือบ (Pelleted seed) ซึ่งจะมีวิธีการเพาะที่แตกต่างกันดังนี้
เมล็ดแบบปกติ (Raw Seed) เนื่องจากเมล็ดมีขนาดเล็กมาก (ประมาณ 10,000 เมล็ดต่อกรัม) จึงควรใช้วิธีหว่านก่อนแล้วจึงย้ายต้นกล้าลงถาดหลุมอีกที
การหว่าน : วัสดุอุปกรณ์
- ตะกร้าพลาสติกมีความสูงประมาณ 1-1.5 นิ้ว
- พีทมอสสำหรับเพาะเมล็ด
- ถังพ่นน้ำแบบฝอย
- แป้งฝุ่นทาตัวสีขาว
วิธีการ
- ทำการผสมพีทมอสกับสารเคมีกันเชื้อรา Propamocarb hydrochloride (อัตรา 0.4 ซี.ซี ต่อน้ำ 1 ลิตร) คลุกเคล้าให้เข้ากันสังเกตวัสดุเพาะจับตัวเป็นก้อนและมีน้ำซึมตามร่องนิ้วเล็กน้อย
- ใส่วัสดุเพาะลงในตะกร้าหนาประมาณครึ่งนิ้ว ปาดผิวหน้าวัสดุเพาะให้เรียบ พ่นน้ำให้ชุ่ม
- เทเมล็ดใส่มือ (ระวังอย่าให้มือเปียก) ผสมแป้งทาตัวเล็กน้อยคลุกเคล้าให้แป้งติดเมล็ด
- หยิบเมล็ดมาพอประมาณ ทำการหว่านในตะกร้าให้กระจายอย่าให้ติดกันเป็นกระจุกเพราะจะยากต่อการย้ายลงถาดหลุม โดยเราสามารถสังเกตจากแป้งที่เคลือบเมล็ดได้
- ย้ายไปไว้ในทีพรางแสง 80 – 90% พ่นน้ำฝอยละเอียดทำมุมเฉียงขึ้นให้น้ำตกลงบนวัสดุเพาะ อย่าให้โดนวัสดุเพาะโดยตรงและอย่าปล่อยให้แห้งจะทำให้เมล็ดไม่งอกได้ ในระยะนี้จะใช้เวลประมาณ 4-5 วันในการงอก
- เมื่อต้นกล้ามีใบเลี้ยง 1 คู่แล้วซึ่งจะใช้ระยเวลาประมาณ 7-8วัน จึงทำการย้ายต้นกล้าลงถาดหลุม
เมล็ดแบบเคลือบ (Pelleted Seed) จะมีขนาดใหญ่และมีสีที่ทำให้มองเห็นชัดจึงสามารถเพาะลงถาดหลุมได้โดยตรง
การเพาะลงถาดหลุม : วัสดุอุปกรณ์
- ถาด 288
- คีมคีบปลายแหลม (Forecep)
- พีทมอส
- ถังพ่นน้ำแบบฝอย
- ทำการผสมพีทมอสกับสารเคมีกันเชื้อรา Propamocarb hydrochloride (อัตรา 0.4 ซี.ซี ต่อน้ำ 1 ลิตร) คลุกเคล้าให้เข้ากันสังเกตวัสดุเพาะจับตัวเป็นก้อนและมีน้ำซึมตามร่องนิ้วเล็กน้อย
- นำพีทมอสที่ผสมแล้วใส่ถาดหลุมให้เต็มหลุม
- ทำการเจาะหลุมโดยใช้ถาดเปล่าวางบนถาดที่จะทำการเพาะ กดลงอย่างเบามือ โดยหลุมที่เกิดจะต้องไม่ลึก เมื่อเราวางเมล็ดลงไปสามารถเห็นเมล็ดได้อย่างชัดเจน (หลุมที่ลึกจะทำให้เมล็ดไม่งอกหรืองอกช้าได้)
- พ่นสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา Propamocarb hydrochloride (อัตรา 1.0 ซี.ซี ต่อน้ำ 1 ลิตร) ก่อนวางเมล็ด
- ทำการวางเมล็ดลงไป 1 หลุม ต่อ 1 เมล็ด
- ย้ายไปไว้ในทีพรางแสง 80 – 90% พ่นน้ำฝอยละเอียดทำมุมเฉียงขึ้นให้น้ำตกลงบนวัสดุเพาะ อย่าให้โดนวัสดุเพาะโดยตรงและอย่าปล่อยให้แห้งจะทำให้เมล็ดไม่งอกได้ ในระยะนี้จะใช้เวลประมาณ 4-5 วันในการงอก
**พิทูเนียต้องการแสงในการงอก ดังนั้นห้ามกลบเมล็ด**
- การดูแลต้นกล้า
ระยะที่ 1 เป็นระยที่เริ่มงอกจะใช้เวลาประมาณ 4-5 วัน ระยะนี้ต้องดให้น้ำอย่างสม่ำเสมออย่าให้วัสดุเพาะแห้งหรือเปียกจนเกินไป (วัสดุเพาะแห้งจะทำให้ต้นกล้าชะงักและตาย วัสดุเพาะเปียกจนเกินไปจะทำให้ต้นกล้าเน่า) ระยะนี้ยังคงต้องพรางแสง 80 – 90% อยู่
ระยะที่ 2 มีใบเลี้ยงแผ่เต็มที่ 1 คู่ ใช้เวลาประมาณ 2-3 วันจากระยะที่ 1 ระยะนี้ควรพรางแสงเพียง 50% เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นกล้ายืดและเป็นโรคเน่าคอดิน การให้น้ำสามารถให้เป็นแบบพ่นฝอยหรือให้น้ำแบบใต้ถาด ช่วงเวลาการให้น้ำสังเกตว่าผิววัสดุเพาะเริ่มเป็นสีน้ำตาลอ่อนจึงเริ่มให้น้ำจนชุ่ม ระวังอย่าให้ต้นกล้าเหี่ยวเพราะจะไม่ฟื้น ในระยะนี้ยังไม่ต้องการปุ๋ยเนื่องจากในพีทมอสยังมีปุ๋ยอยู่
ระยะที่ 3 ระยะนี้จะมีใบจริง 1 คู่แล้วซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 4-6 วันจากระยะที่ 2 ระยะนี้ต้องการแดดจัด ไม่ควรทำการพรางแสง จะทำให้ต้นกล้ายืดและอ่อนแอ การให้น้ำสามารถใช้หัวบัวรดน้ำแบบละเอียดได้ โดยควรให้น้ำเมื่อผิวหน้าวัสดุแห้งและต้นกล้ายังไม่เหี่ยว แล้วจึงให้น้ำจนชุ่ม วิธีการนี้จะทำให้ต้นกล้าแข็งแรง ไม่เป็นโรคได้ง่าย การให้ปุ๋ยควรใช้ปุ๋ยสูตร 15 -0-0 หรือ 15-15-15 อัตรา 50 ppmN หรือ 3 กรัมต่อน้ำ 10 ลิตร ใน 1 สัปดาห์ในทำการให้ปุ๋ย 6 วัน อีก 1 วันเป็นน้ำเปล่า ในระยะนี้ควรพิจารณาปรับค่า pH ของน้ำให้เป็น 4.7-5.0 หรือให้วัสดุเพาะมีค่า pH อยู่ที่ 5.5-5.8 เพื่อป้องกันการขาดธาตุเหล็ก
ระยะที่ 4 ระยะนี้จะมีใบจริง 2 คู่ ซึ่งจะใช้เวลาประมาณ 7-8 วันจากระยะที่ 3 การดูแลต้นกล้าระยะนี้จะทำการดูแล
เหมือนระยะที่ 3
ไว้ทางเว็บอัพตอน2 ตอน3 จะเอามาเเบ่งปันอีกนะคะ 


ฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาด
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่มีขนาดใหญ่มากจนคนมักจะหลงทาง
3 จังหวัดที่มักถูกมองว่าใช้ถนนคอนกรีตมาก เพราะอะไรถึงน่าสนใจ
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อน
สิ่งที่คนไทยทำเป็นเรื่องปกติแต่ต่างชาติแปลกใจ
บ๊วยเค็มกินยังไง ทำไมรสเปรี้ยวเค็มถึงอยู่คู่ครัวไทย
😁 ชวนเข้ามาดูเหล่าคุณพ่อคุณแม่สุดคูล ผู้ซึ่งเรียนรู้ที่จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น 😅
26 มิถุนายน วันเครื่องทำความเย็นโลก เทคโนโลยีเงียบ ๆ ที่ทำให้ชีวิตสมัยใหม่เดินต่อได้
กิมจิช่วยขับไมโครพลาสติกได้จริงไหม งานวิจัยใหม่ตอบไว้น่าสนใจ
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
จงเปลี่ยนอารมณ์ให้เป็นคะแนน
ป้ายหมดอายุกับควรบริโภคก่อน ต่างกันตรงไหน กินต่อได้ไหมให้ปลอดภัย
😁 ชวนเข้ามาดูเหล่าคุณพ่อคุณแม่สุดคูล ผู้ซึ่งเรียนรู้ที่จะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น 😅
นักฟุตบอลสัญชาติไทย ที่ทำสถิติค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาล
เยอรมนีกำลังพิจารณาห้ามเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปีใช้สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจนำไปสู่ความรับผิดทางกฎหมายสำหรับผู้ปกครองที่ไม่ปฏิบัติตาม
10 เคล็ดลับการใช้ Gemini ให้มี ประสิทธิภาพสูงสุด
นิมิตยามเช้า กับเลขเด็ดงวดนี้ที่คนไทยเชื่อกันมานาน
พระโคกิน "เหล้า" ปี 67 เศรษฐกิจจะรุ่งจริงไหม? ในวันที่ดีเซลพุ่งแตะ 40 บาท!
"อิ่มจุกแต่ในใจสั่น.. ใครเติมดีเซลช่วงนี้รู้สึกเหมือนผมไหม?
เลือกแบบไหนดี? เป็นมดงานในองค์กรใหญ่ (มั่นคงแต่โตช้า) VS เป็นเดอะแบกใน Startup (เหนื่อยสายตัวแทบขาดแต่โตไว) ในยุค 2026 นี้!
31 พฤษภาคมนี้ ชม Micro Blue Moon พระจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดของปี