หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ถ้าเป็นในสากล ปาร์คนายเลิศต้องเสียภาษีเท่าไหร่


เขียนโดย doctorsopon

           ข่าวการขายโรงแรมปาร์คนายเลิศ 10,800 ล้านบาทนั้น ดังกระฉ่อนไปทั่ว เจ้าของก็มุ่งคืนกำไรแก่สังคม มีน้ำใจงามกับพนักงานและสังคม แต่ในบริบทสากลนั้น การครองทรัพย์มูลค่านี้ ต้องเสียภาษีปีละ 144 ล้านบาท หากเป็นเวลา 20 ปี ก็รวม 3,869 ล้านบาท และยังต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มมูลค่าอีก 1,008 ล้านบาท

           ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย (www.area.co.th) ในฐานะที่ทำการศึกษาเกี่ยวกับระบบภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และภาษีมรดกในประเทศต่างๆ ทั่วโลก มองแง่มุมหนึ่งของการคืนกำไรต่อสังคม ก็คือการเสียภาษี และระบบภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในสากล และภาษีมรดกเป็นระบบที่พยายามทำให้สังคมมีความเท่าเทียมกันมากขึ้น


           ในที่นี้เป็นการยกตัวอย่างให้เห็นในมาตรฐานสากล ไม่ได้มุ่งร้ายต่อเจ้าของทรัพย์ซึ่งเป็นผู้ที่ทำดีเพื่อสังคมมากมาย เช่น เคยร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลน 100 ไร่ พร้อมบริจาคเงินรายได้ 700,000 บาท จากการจัดงานดอกไม้ประจำปี ครั้งที่ 25 (http://bit.ly/2dKNJMd) เป็นต้น ยิ่งกว่านั้นยังดูแลพนักงานเป็นอย่างดี เช่น ตามประกาศปิดกิจการโรงแรม ก็ระบุว่า "จะรับผิดชอบค่าชดเชยตามอัตราที่กฎหมายกำหนด พร้อมโบนัสอีก 1 เดือน สำหรับพนักงานที่มีสิทธิ์ได้รับโบนัสตามกฎของบริษัท และสินน้ำใจจากครอบครัวอีกจำนวนหนึ่งให้กับพนักงาน" (http://bit.ly/2cL7vdy) อดีตพนักงานก็ยังรักและรู้สึกเสียดายเป็นอย่างยิ่งเช่นกัน (http://bit.ly/2do4xZE)


           แต่ในอีกแง่หนึ่ง การคืนกำไรที่แท้ก็คือการเสียภาษีนั่นเอง (ในประเทศไทยของเรา คนรวย ๆ อาจเสียภาษีไม่มากนักเพราะมีโอกาสลดหย่อน แถมยังหาช่องทางหลีกเลี่ยงได้มากมาย จึงทำให้ช่องว่างความเหลื่อมล้ำในสังคมสูงมาก) โดยในกรณีการขายที่ดินนี้ สมมติไม่คิดตัวอาคาร คิดแต่ที่ดินติดถนนวิทยุ 15 ไร่ หรือ 6,000 ตารางวา ประมาณว่าตารางวาละ 1.2 ล้านบาท (ถ้าที่ดิน 4 ไร่แถวนั้น ราคาตลาด 1.7 ล้านบาท) ก็เป็นเงิน 7,200 ล้านบาทแล้ว


           ถ้าเป็นในสากล ที่ดินราคานี้ ต้องเสียภาษีดังนี้:


           1. แต่ละปี เสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปีละ 2% หรือเป็นเงิน 144 ล้านบาท และหากนับจากนี้ไปอีก 20 ปี ผู้ที่ซื้อต่อไปพึงเสียตามอัตรานี้ ณ อัตราดอกเบี้ย 3% ก็เท่ากับเงิน 3,869 ล้านบาท


           2. เมื่อขาย นอกจากต้องเสียภาษีและค่าธรรมเนียมโอนตามปกติแล้ว ยังต้องเสียภาษีส่วนเพิ่มมูลค่า หรือ Betterment Tax ในกรณีนี้ถือครองมานานมาก ก็อาจคิดจากการเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 100% เป็นประมาณ 333% แสดงว่ามูลค่า 7,200 ล้านบาทนี้ เมื่อปี 2548 เป็นเงินเพียง 2,162 ล้านบาท เพิ่งได้เพิ่มจากการที่แถวนั้นมีรถไฟฟ้าบีทีเอส และสาธารณูปโภคอื่นอีกถึง 5,038 ล้านบาท ในกรณีนี้หากรัฐเก็บภาษี 20% ของส่วนเพิ่ม (ไม่ใช่ส่วนที่เป็นทุนของตนเอง) ก็จะได้เงินเข้าหลวงถึง 1,008 ล้านบาท
           โดยเฉพาะในเงินส่วนที่ 2 นี้ถือว่าพึงจ่ายเพราะเป็นผลพวงการพัฒนาแถวนั้น หากแม้ที่ดินแปลงนี้จะปล่อยรกร้างไว้ 10 ปีก็ตาม การพัฒนาแถวนั้นส่วนหนึ่งเกิดขึ้นเพราะภาคเอกชน แต่หากไม่มีรถไฟฟ้าผ่านแถวนั้น (ซึ่งตามแผนเดิม ไม่มีสายสุขุมวิท) ราคาที่ดินก็คงไม่ขึ้นอะไรมากนัก และหากรัฐไม่ทำนุบำรุงแถวนั้นเป็นอย่างดี ราคาที่ดินแถวนั้นก็คงไม่งอกเงยเช่นนี้


           3. ในกรณีรับมรดก ก็ยิ่งต้องเสียภาษีกันมาก เช่น มีข่าวว่า "ไต้หวันขูดภาษีมรดกหมื่นล้าน" (http://bit.ly/2dkz3Vr) โดยประเมินภาษีไว้ประมาณ 15,180 ล้านบาทจากกิจการทั้งหมดมูลค่า 224,400 ล้านบาท เป็นต้น


           การที่เขาเก็บภาษีจากคนรวย ๆ มาก ๆ นั้น ไม่ใช่เป็นการ "ปล้นคนรวย ช่วยคนจน" ใครมีทรัพย์มาก ได้ประโยชน์จากการพัฒนาของรัฐมาก ก็มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมาก ย่อมเป็นธรรมอยู่แล้ว ในสังคมทุนนิยม เขาไม่ได้ห้ามให้คนรวยล้นฟ้า แต่ต้องเสียภาษี และต้องพยายามทำให้ความเหลื่อมล้ำน้อยลงด้วย แต่ถ้าเป็นในสังคมศักดินา เขาจะปล่อยให้รวยล้นฟ้าโดยไม่นำพาพวกสามัญชน


           ถึงตรงนี้เราจึงจะเห็นได้ว่า ใครก็ตามยิ่งเสียภาษีมาก ยิ่งแสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมมาก ยิ่งแสดงถึงความรักชาติมาก ส่วนการคืนกำไรแก่สังคม บริจาคหรือบำเพ็ญประโยชน์ เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทำแล้วได้กับตนเอง เช่น จิตใจตนเองก็สบาย และได้จากสังคมในรูปลาภ ยศ สักการะตามควร ทั้งสองอย่างนี้จึงไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสียทีเดียว เพียงแต่คนที่รับผิดชอบต่อสังคมมาก ๆ ก็ควรที่จะบริจาคมาก ๆ ด้วย หาไม่ก็จะถูกตราหน้าว่าใจดำ-ขี้เหนียว
           การเสียภาษีมาก แสดงถึงความรับผิดชอบต่อสังคมมากนั่นเอง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
doctorsopon's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 6,362 ครั้ง
เขียนโดย doctorsopon
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
36 VOTES (4/5 จาก 9 คน)
VOTED: plangchompoo, เอ๋ง ไม่ดัดจริต, โยนี หมีระบม, Dexter Suttipong, ป้าสั่งมา, ผะอบทิพย์, igolf
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
พื้นที่จังหวัดที่มาแรงที่สุดในฐานะเมืองหลวงแห่งที่2ของไทย3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปีเปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์5 เมืองสงบ ใช้ชีวิตสบาย ห่างไกลความวุ่นวายสถานศึกษาที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทยสะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทยสิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/4/695 อันดับจังหวัดที่ร้อนที่สุดในไทย10 อันดับ ภาษาที่ยากที่สุดในโลก ท้าทายสมองจนต้องร้องขอชีวิตที่เที่ยวไทยคนน้อย ฟิวเหมือนไปต่างประเทศ..เปิดเลขเด่นตำราท้าวเวสสุวรรณ...16 เมษายน 25695 เมนูอาหารไทย ที่ชาวต่างชาติติดใจที่สุด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บ้าน คอนโด ที่ดิน
หนีฝุ่นควัน! 5 จังหวัด "อากาศดี-โรงพยาบาลเริ่ด" สวรรค์ของการพาพ่อแม่ไปใช้ชีวิตวัยเกษียณมี 1 ล้าน ย้ายประเทศไปไหนดี? เทียบ 4 ประเทศเพื่อนบ้าน ที่ไหน "อยู่สบาย-เงินหมดช้าสุด"?หนีเมืองกรุงไปพึ่งเมืองรอง! 5 จังหวัด "ค่าเทอมถูก-โรงพยาบาลดี" สวรรค์ของคนอยากสร้างครอบครัวมนุษย์เงินเดือน กทม. VS คนต่างจังหวัด! กางบิลรายจ่าย "กิน-อยู่" 1 วัน ชีวิตใครสบายกว่ากันแน่?
ตั้งกระทู้ใหม่