การปฏิวัติวงการที่อยู่อาศัยไทยด้วยระบบภาษี
ทุกวันนี้ประเทศไทยมีบ้านว่างอยู่เป็นจำนวนมากถึง 1.64 ล้านหน่วย ก่อนหน้านี้ผลิตที่อยู่อาศัยออกมาปีละสองแสนหน่วย จนมีบ้านรอขายในมือผู้ประกอบการประมาณสี่แสนหน่วย ตึกแถวแทบทุกแห่งว่างอยู่เป็นจำนวนมาก ในขณะเดียวกันก็มีการสร้างที่อยู่อาศัยในเขตรอบนอกของเมือง ทำให้เมืองขยายตัวออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ถนน ทางด่วน ไฟฟ้า ประปา รถไฟฟ้า ฯลฯ ก็ต้องขยายตามออกไป การพัฒนาที่ดินก็ค่อนข้างจะผูกขาดโดยนักพัฒนาที่ดินรายใหญ่ๆ ราวสิบแห่ง สถานการณ์อย่างนี้ทำอย่างไรดี
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธาน ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ได้สำรวจบ้านว่างไว้ตั้งแต่ปี 2558 และติดตามผลต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ทั้งนี้บ้านว่าง ก็คือบ้านแนวราบ (บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮาส์ ตึกแถว) และห้องชุดสำหรับการซื้อขายที่สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ไม่มีผู้เข้าอยู่อาศัย (หรือมีผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 15 หน่วยต่อเดือนซึ่งแสดงว่าอาจจะมาทำความสะอาดบ้านเป็นครั้งคราว แต่ไม่ได้อยู่อาศัย) บ้านว่างเกือบทั้งหมดอยู่ในการครอบครองของผู้ที่ซื้อไปแล้ว ไม่ได้อยู่ในมือของผู้ประกอบการพัฒนาที่ดิน ที่เป็นอย่างนี้ส่วนหนึ่งเพราะเราถูกปลุกระดมให้ซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อการเก็งกำไรกันอย่างมากมาย เพื่อให้ผู้ประกอบการมีงานได้ทำต่อเนื่อง
ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ณ พ.ศ.2568 มีที่อยู่อาศัยรวมกันถึง 6,390,376 หน่วย และคาดว่ามีบ้านว่างถึง 734,893 หน่วย หรือประมาณ 11.5% ของทั้งหมด บ้านว่างส่วนใหญ่ถึง 58% เป็นห้องชุดพักอาศัย แสดงว่ามีการเก็งกำไรในห้องชุดเป็นอันมาก จึงเกิดการว่างของบ้านเป็นจำนวนมาก จนอาจกลายเป็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจ (Economic Waste) หากไม่ได้มีการใช้สอยเท่าที่ควร ยิ่งถ้าเป็นในกรณีบ้านแนวราบโอกาสการสูญเสียยิ่งมีมาก เพราะจะมีค่าเสื่อมเกิดขึ้นมากมาย ยิ่งในกรณีที่ไม่มีผู้เข้าอยู่อาศัยเลย
หากพิจารณาในขอบเขตทั่วประเทศ โดยเริ่มจากจำนวนบ้านในเขคกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่มีอยู่ 6,390,376 หน่วย มีสัดส่วนบ้านว่างในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลประมาณ 11.5% จึงประมาณการจำนวนบ้านว่างในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ 734,893 หน่วย ส่วนจำนวนบ้านในบริเวณอื่นทั่วประเทศ มี22,738,143 หน่วย คาดว่ามีสัดส่วนบ้านว่างในบริเวณอื่นทั่วประเทศ 4.0% เพราะในชนบทเป็นพื้นที่ๆ มีผู้อยู่อาศัยจริง ดังนั้นจำนวนบ้านว่างในบริเวณอื่นทั่วประเทศจึงควรเป็น 909,526 หน่วย รวมแล้วจำนวนบ้านว่างรวมทั่วประเทศก็คือ 1,644,419 หน่วย
หากประมาณการว่าราคาเฉลี่ยต่อหน่วยคือ 2.1 ล้านบาท ทำให้มูลค่าของบ้านว่างเป็นเงินถึง 3,453,280 ล้านบาท ซึ่งเท่ากับ 91.3% ของงบประมาณแผ่นดิน พ.ศ.2569 ที่มีค่าเป็นเงิน 3,780,600 ล้านบาท หรือมูลค่าบ้านว่างสูงพอๆ กับงบประมาณแผ่นดินไทยแล้ว เราจะทำอย่างไรเกี่ยวกับบ้านว่างเพื่อแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย ให้ประชาชนมีที่อยู่อาศัยโดยไม่ต้องไปรุกพื้นที่สีเขียวชานเมือง เราจะทำอย่างไรให้เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายหรือ Win Win ด้วยกันไป
มาตรการที่จะแก้ไขได้อย่างหนึ่งก็คือภาษี อย่างเช่นในประเทศสหรัฐอเมริกามี “ภาษีบ้านว่าง” ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยและลดการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ในเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา ภาษีนี้จึงลงโทษเจ้าของบ้านที่ปล่อยให้บ้านว่าง กระตุ้นให้ปล่อยเช่าหรือขายบ้านออกไป ภาษีบ้านว่างช่วยให้ชุมชนคึกคักอีกครั้ง แก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของเมืองอีกด้วย
เขาเก็บภาษีนี้ทำไม:
1. ซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย: จัดเก็บภาษีบ้านว่างเพื่อนำเงินไปสนับสนุนโครงการที่อยู่อาศัยราคาประหยัด
2. วอชิงตัน ดี.ซี. ใช้ภาษีในอัตราที่สูงขึ้นสำหรับทรัพย์สินว่างเปล่าและทรัพย์สินทรุดโทรมโดยส่งเสริมให้เจ้าของดูแลรักษาหรือขายทรัพย์สินเหล่านั้น
3. ดีทรอยต์ รัฐมิชิแกน: ภาษีนี้สร้างแรงจูงใจให้ใช้บ้านว่างโดยเพิ่มภาษีที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันก็ลดภาษีทรัพย์สินสำหรับเจ้าของบ้าน
อาจกล่าวได้ว่าถ้าบ้านว่างมาเป็นเวลาอย่างน้อย 180 วัน ถือว่าไม่ใช่ที่อยู่อาศัยหลักของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง จะต้องเสียภาษี 1.5% ของมูลค่าที่ประเมินทรัพย์สินในช่วงสองปีแรกของการว่าง และเพิ่มเป็น 3% สำหรับทรัพย์สินที่ว่างเปล่าเกิน 2 ปี อย่างไรก็ตามก็มีข้อยกเว้นสำหรับบ้านที่สร้างใหม่ บ้านที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงโดยต้องมีใบอนุญาต และบ้านที่เจ้าของเพิ่งเสียชีวิต มาตรการเหล่านี้มีจุดลดปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัยโดยส่งเสริมให้เจ้าของทรัพย์สินนำที่อยู่อาศัยว่างเปล่ามาใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะโดยการเช่าหรือขาย
สำหรับในฝรั่งเศส ในเมืองต่างๆ ของสเปนที่มีประชากรมากกว่า 50,000 คน อัตราการว่างงานโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 12.3% ในขณะที่อัตราตามปกติควรอยู่ที่ประมาณ 5% มีผลการศึกษาของสถาบันเศรษฐศาสตร์บาร์เซโลนา (IEB) ระบุว่าการเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์มีต่อสวัสดิภาพของผู้อยู่อาศัยและตลาดอสังหาริมทรัพย์ แต่หลังจากที่ฝรั่งเศสบังคับใช้ภาษีบ้านว่าง ก็มีส่วนทำให้อัตราที่อยู่อาศัยว่างเปล่าลดลง 13%
ทั้งนี้อัตราการจัดเก็บภาษีบ้านว่างอาจแตกต่างกัน เช่น
1. ฝรั่งเศส จัดเก็บภาษีสูงถึง 17% ของค่าเช่าในปีแรกที่บ้านว่าง และเพิ่มเป็น 34% สำหรับปีถัดมา เพื่อกระตุ้นให้มีการใช้ที่อยู่อาศัย เช่น ในปีหนึ่งๆ สมมติประเมินราคาบ้านไว้ 1 ล้านบาท ค่าเช่าควรอยู่ที่ 50,000 บาท (จะปล่อยเช่าหรือไม่ก็ตาม) ถ้าปล่อยว่างเกิน 1 ปี ก็ต้องเสียภาษี 17% ของ 50,000 บาทหรือ 8,500 บาท (0.85% ของมูลค่า)
2. สเปน ภาษีบ้านว่างเป็นประโยชน์มาก เทศบาลในสเปนสามารถเรียกเก็บภาษีทรัพย์สินเพิ่ม 50% (จากอัตราปกติ) สำหรับที่อยู่อาศัยที่ไม่มีคนอยู่อาศัย
3. ออสเตรีย เก็บภาษีบ้านที่ไม่มีคนอยู่ หรือมีแต่การปล่อยเช่าให้นักท่องเที่ยวมาอยู่แบบ “แอร์บีเอ็นบี” ดังนั้น การปล่อยให้นักท่องเที่ยวมาใช้ โดยเจ้าของไม่ได้ใช้เอง ก็ต้องเสียภาษีมากกว่าปกติ
4. ไอร์แลนด์ จัดเก็บภาษีบ้านว่าง ถ้าบ้านใดเจ้าของอยู่อาศัยน้อยกว่า 30 วันใน 1 ปีเพื่อกระตุ้นให้มีการอยู่อาศัยมากขึ้น ไม่ปล่อยบ้านให้ว่างเปล่า
การมีมาตรการภาษีแบบนี้จะทำให้ตึกแถวใจกลางเมืองที่ว่างเปล่าหายว่างไปแทบทันที เพราะเจ้าของต้องยอมคายทรัพย์สินเหล่านี้ออกมา ราคาก็จะไม่แพง ไม่ใช่ตลาดของผู้ขายอีกต่อไป คนที่ต้องการซื้อตึกแถวไปประกอบธุรกิจก็ได้ราคาถูกลง สามารถลงทุนได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ห้องชุดหรือบ้านทั่วไปก็จะมีคนเช่าได้ในราคาถูกลง ราคาขายก็ถูกลง ชาวบ้านสามารถหาซื้อบ้านได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องถ่อสังขารไปซื้อบ้านไกลๆ นอกเมืองและต้องรอเวลาอีกนับปีกว่าจะสร้างใหม่เสร็จ พื้นที่ชานเมือง-เกษตรกรรมก็จะไม่ถูกทำลายลงทุกวันเช่นปัจจุบันนี้
เรามาส่งเสริมการจัดเก็บภาษีบ้านว่างกันเถอะ
หากคุณต้องการข้อมูลเชิงลึกเพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจด้านอสังหาริมทรัพย์ — ไม่ว่าจะเป็นการ ประเมินหรือวิจัยอสังหาริมทรัพย์ สำรวจ–ศึกษาตลาดคู่แข่ง วิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ หรือ ประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ที่ดิน บ้าน เรือ ต้นไม้ เครื่องบิน รวมถึงทรัพย์สินเพื่อการ ซื้อ–ขาย และลงทุน ติดต่อ ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บริษัท เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส
คุณสัญชัย – เจ้าหน้าที่การตลาด โทร. 02-295-3905 ต่อ 105
3 สกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุด มั่นคงและน่าเชื่อถือมากที่สุดในโลก
เซียนหวยแห่จับตามอง AI วิเคราะห์หวยน่าจะออกรางวัลงวด 17 มกราคม 2569
มหาวิทยาลัยที่ใหญ่และดีที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศกัมพูชา
ศึกปีกสีดำ! นกขุนทอง ปะทะ นกเอี้ยง ใครคือสุดยอดนักพูดแห่งพงไพร?
แปลปกสลาก งวด 17 มกราคม 2569 วิเคราะห์ภาพปริศนาเพื่อหาเลขเด็ด หลังจากงวดก่อนแจกโชคใหญ่ 2 ตัวท้าย
ห้ามใช้น้ำส้มสายชู ทำความสะอาดสิ่งของ 5 อย่างนี้ในบ้านเด็ดขาด!!
กัมพูชาเดือด ประชาชนบุกทุบตู้ ATM หลังแบงก์ยักษ์ "Prince Bank" ล้มละลาย ปิดตำนานออกญาเฉินจื้อ
โค้งสุดท้าย! เลขที่ตรงกันหลายอาจารย์ดังในโซเชียล งวดวันที่ 17 มกราคม 2569 ใครตามสายนี้ห้ามพลาด
หนังไทยเพียงเรื่องเดียว ที่มีบันทึกว่าทำเงินได้มากกว่า 500 ล้านบาท
รวมอาจารย์ดังเลขเด็ด งวด 17 มกราคม 2569
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
สุภาพสตรีที่ร่ำรวยที่สุด อันดับหนึ่งในทวีปเอเชีย
หลักฐานคามือ! สาวราชบุรีแฉคลิปหัวคะแนนบุกบ้านแจกเงินหัวละ 2,000 แลกคะแนนเสียง อบต.
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ ไม่ควรถอดปลั๊ก และ เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ ควรถอดปลั๊กทุกครั้งหลังไม่ใช้งาน
ระทึกกลางกรุง! รถ 6 ล้อบรรทุกเครนพลิกคว่ำหวิดตกคลอง น้ำมันรั่วเกลื่อนถนน บาดเจ็บ 2 ราย
ความเหมือนที่แตกต่าง! เจาะลึกเสน่ห์ "นกแก้วและนกแขกเต้า" นกแสนรู้ที่คนมักจำสับสน
วิธีซักถุงเท้าให้ขาวสะอาด: ควรซักด้านนอกหรือกลับด้าน? ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นมีคำตอบ
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากที่สุด



