ล่า หนี ปกป้อง...!! ศึกสามเส้า ฮิปโป ปะทะ ไฮยีน่า และ วิลเดอบีสต์(คลิป)
วิลเดอบีสต์ หรือ กนู (อังกฤษ: Wilderbeast, Wildebeest, Gnu) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมประเภทหนึ่ง จำพวกแอนทีโลป ในวงศ์ Bovidae จัดอยู่ในสกุล Connochaetes
ศัพท์มูลวิทยาและลักษณะ
คำว่า "วิลเดอบีสต์" เป็นภาษาดัตช์แปลว่า "สัตว์ป่า" หรือ "วัวป่า" ในภาษาแอฟริกาน (เบียส = วัว) ในขณะที่ Connochaetes มาจากภาษากรีก คำ κόννος (Konnos) หมายถึง "เครา" และ χαίτη (khaítē) หมายถึง "ไหล่ผม" หรือ "แผงคอ" ขณะที่คำว่า "กนู" มาจากภาษากอยกอยแปลว่า "สัตว์เหล่านี้"[2]
วิลเดอบีสต์ มีส่วนสูงจากเท้าถึงหัวไหล่ประมาณ 1.3–1.5 เมตร ขนาดตัวเท่า ๆ กับวัวบ้าน มีความยาวลำตัวประมาณ 1.7–2.4 เมตร ความยาวหาง 75–100 เซนติเมตร ตัวผู้มีน้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ 185–230 กิโลกรัม ตัวเมียมีน้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ 150–180 กิโลกรัม มีเขาคล้ายเขากระทิง แต่เล็กกว่า มีเขาทั้งตัวผู้และตัวเมีย สีของลำตัวทั่วไปเป็นสีเทา แต่มีแถบสีดำที่ใบหน้า หางค่อนข้างยาวสีดำ และมีเคราสีขาวหรือดำ บริเวณใต้คอ บนหลังคอมีแผงขนสีดำต่อไปถึงไหล่ อายุโดยเฉลี่ย 12–20 ปี พบสูงสุดถึง 40 ปี[1]
วิลเดอบีสต์ ถือเป็นแอนทีโลปขนาดใหญ่ และจัดเป็นแอนทีโลปที่สามารถพบได้ง่ายที่สุดในทวีปแอฟริกา มีพฤติกรรมอาศัยอยู่รวมตัวกันเป็นฝูงใหญ่ บางฝูงอาจถึงหลักหมื่นตัว โดยมีตัวผู้ที่แข็งแรงเป็นจ่าฝูง [3]
การอพยพ
ในทุกปี ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงเข้าสู่ฤดูแล้ง ที่อาหารหากินยาก ฝูงวิลเดอบีสต์จำนวนกว่า 1.8–2 ล้านตัว จะพากัยอพยพจากทุ่งหญ้าเซเรงเกติ ในแทนซาเนีย เดินทางไกลเป็นระยะทางกว่า 1,500 กิโลเมตร เพื่อหาอาหาร ได้แก่ หญ้าที่ขึ้นใหม่ในทุ่งหญ้ามาไซมารา ของเคนยา ซึ่งเป็นเขตแดนติดต่อกัน และจะหากินอยู่ในทุ่งหญ้ามาไซมาราราว 2 เดือน จนถึงเดือนกันยายน–ตุลาคม ก็จะพากันอพยพกลับไปที่ทุ่งหญ้าเซเรงเกติที่จะมีหญ้าขึ้นใหม่เต็มท้องทุ่งเต็มไปหมด
โดยระหว่างการอพยพทั้งไปและกลับ จะมีวิลเดอบีสต์ล้มตายประมาณ 200,000 ตัว จากการเบียดเสียดกัน หรือจมน้ำจากการถูกจระเข้กิน ขณะข้ามแม่น้ำมารา ขณะที่ตัวที่อ่อนเพลียหรืออ่อนแรงก็จะถูกสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่ล่าเป็นอาหาร เช่น สิงโต, ไฮยีน่า, เสือดาว หรือเสือชีตาห์ ซึ่งภาพการอพยพนั้นเป็นภาพที่น่าประทับใจ และตื่นตาตื่นใจอย่างยิ่ง วิลเดอบีสต์จะเดินตามจ่าฝูงเป็นแถวยาวเป็นระเบียบ เมื่อถึงบริเวณที่มีทุ่งหญ้าอุดมสมบูรณ์ ก็จะแยกย้ายกันกินหญ้า ก่อนที่จะกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ก่อนที่วิลเดอบีสต์จะข้ามแม่น้ำนั้น จะหยุดอยู่ริมตลิ่งเพื่อกินน้ำก่อน ก่อนที่จ่าฝูงตัวที่แข็งแรงที่สุด จะกระโดดลงไปเป็นตัวแรก ก่อนจะตามมาด้วยตัวอื่น ๆ จนหมด
เมื่อกลับมาถึงเซเรงเกติ ลูกวิลเดอบีสต์จะเกิดใหม่ราว 500,000 ตัวในราวเดือนกุมภาพันธ์–มีนาคม และจะร่วมเดินทางอพยพประจำปีในเดือนพฤษภาคมต่อไป
วิลเดอบีสต์ พบกระจายพันธุ์ในทวีปแอฟริกา ตั้งแต่ทางตอนเหนือของเคนยาจนถึงทางใต้ของแทนซาเนีย และจนถึงแอฟริกาใต้[3]
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
5 ขนมไทยโบราณหาทานยาก ที่คนรุ่นใหม่ไม่เคยได้ยิน
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
ทองคำจากขยะอิเล็กทรอนิกส์: ขุมทรัพย์ที่มองไม่เห็นในสิ่งของที่เราทิ้ง
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
“ม้านิลมังกร”!? รู้จัก “นิลกาย” สัตว์ป่าหน้าตาแปลก คล้ายทั้งม้าและวัว
อัลลิเกเตอร์การ์ (Alligator Gar): ยักษ์ใหญ่ดึกดำบรรพ์แห่งสายน้ำ ผู้มีเกราะและฟันแบบจระเข้
เอ็นแก้วคืออะไร? ส่วนไหนของวัว และทำไมตุ๋นแล้วถึงเหนียวนุ่มหนึบ
5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
5 ตลาดเก่าแก่ของไทยที่ มีอายุนับร้อยปี!
AI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 1 ตุลาคม 69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!
5 ขนมไทยโบราณหาทานยาก ที่คนรุ่นใหม่ไม่เคยได้ยิน
“ม้านิลมังกร”!? รู้จัก “นิลกาย” สัตว์ป่าหน้าตาแปลก คล้ายทั้งม้าและวัว
5 ตลาดเก่าแก่ของไทยที่ มีอายุนับร้อยปี!
ทองคำจากขยะอิเล็กทรอนิกส์: ขุมทรัพย์ที่มองไม่เห็นในสิ่งของที่เราทิ้ง
วิศวกรรมปกป้องพระพุทธรูปยักษ์เล่อซาน



