หน้าแรก Hot Topic Pic Post หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype หาเพื่อน Facebook เว็บบอร์ด พูดคุย ถาม-ตอบ คลิป Video ตรวจหวย หาเพื่อน Skype หาเพื่อน Facebook ผลบอล เกมส์ Quiz Play ไดอารี่ อัลบั้มโหวต คำคม แต่งรูป กริตเตอร์ (รูปวิบวับ) คำนวณ สเปซ Page
หน้าแรกเว็บบอร์ด กระทู้ของฉันค้นหากระทู้ ตั้งกระทู้ใหม่
ดูรายการโปรดเพิ่มเป็นรายการโปรด

โจน จันได กับการบรรยาย ปรัชญาการใช้ชีวิตง่ายๆ ที่ต่างชาติยอมรับ ยอดวิวกว่า2ล้านวิว!


กระดานสนทนา หมวด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิตเรียบเรียงโดย sickpack
 

 

 
  “ชีวิตมันเป็นเรื่องง่าย ๆ ไม่ต้องทำให้มันยาก” ปรัชญาชีวิตที่ผ่านการตกผลึกของเขา 

 

    ชายร่างกำยำ กายกร้านแดด สวมเสื้อยืดเก่าคร่ำคร่า สีมอซอเช่นเดียวกับกางเกงเลที่สวมใส่ เดินเท้าเปล่านำหน้าไปยังบ้านดินที่อยู่บนยอดเนินเขา บ้านดินที่เขาอาศัยอยู่กับลูกและภรรยาชาวอเมริกัน

    โจน จันได คือชายผู้นั้น ลูกชาวนาแห่งยโสธร ผู้บุกเบิกและก่อตั้งศูนย์พันพรรณ ชุมชนแห่งการพึ่งตนเอง ที่พำนักของผู้คนที่ต้องการใช้ชีวิตง่าย ๆ

    “ชีวิตมันเป็นเรื่องง่าย ๆ ไม่ต้องทำให้มันยาก” ปรัชญาชีวิตที่ผ่านการตกผลึกของเขา

    เขาเรียนหนังสือจนจบ ป.๗ รุ่นสุดท้าย ก็มาบวชเป็นสามเณรในกรุงเทพฯ อาศัยเรียนการศึกษานอกโรงเรียน จนกระทั่งจบการศึกษาผู้ใหญ่มัธยมศึกษาตอนปลายที่วัดสัมพันธหงษ์ แล้วก็ลาสิกขาไปเรียนนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เรียนได้ราว ๓ ปี ก็เริ่มถามตัวเองว่า “เรียนไปทำไม เรียนไปเพื่ออะไร” ในที่สุดก็ตัดสินใจหันหลังให้กับการศึกษา พาตัวเองไปอยู่เชียงใหม่ เงินที่พอมีอยู่นำไปซื้อที่ดินจนหมด

    อยู่ที่นั่นไม่ได้กินข้าวเป็นเดือน เพราะไม่มีเงินซื้อ กินหน่อไม้ กินผัก แรก ๆ ปลูกปลูกผักบุ้งเพราะอายุเก็บเกี่ยวสั้น ได้กินเร็วกว่าผักอย่างอื่น แล้วปลูกข้าวโพด ปลูกผักไว้กินกิน ปลูกเสร็จไม่มีอะไรทำ ก็เดินเล่นตามป่า ขึ้นเขา ชีวิตวนเวียนอยู่อย่างนี้ราว ๗ เดือน เป็นที่มาของปรัชญาชีวิต “ชีวิตมันเป็นเรื่องง่าย ๆ”

     “...ชีวิตมันเป็นเรื่องง่าย ๆ แต่เราทำให้มันยาก เราใช้เวลาไม่มากนักในการทำมาหากิน มันเหลือกินแล้ว แต่ว่าเราใช้เวลาเยอะมากในการหาเพื่อครอบครัว เราทำให้ชีวิตซับซ้อน จนไม่มีเวลาคิดถึงตัวเอง คิดถึงแต่เรื่องงาน หาเงิน ใช้เงิน ทำงานหนักไม่มีเวลาพัก ไม่มีเวลากิน ทำงานหนักขนาดนี้ ทำไมไม่ทำชีวิตให้ง่าย เรื่องชีวิตนี้มันง่าย ทำไมต้องทำให้มันยาก...”

    เขาตอกย้ำความง่ายของชีวิต เมื่อครั้งที่กลับคืนสู่ท้องทุ่งอีสานบ้านเกิดเมืองนอน ก่อนที่จะมาลงหลักปักฐานที่ศูนย์พันพรรณ ว่า

     “...ผมเคยลองไปทำนา ทำแค่ปีละ ๒ เดือน ได้ข้าวมา ๔ ตัน ปีนึงคน ๖ คนกินข้าวไม่ถึงครึ่งตัน ที่เหลือก็ยังได้ขาย บ้านก็ทำเป็นบ้านไม้ไผ่ อยู่ได้สบายไม่มีปัญหา ใช้เวลารดน้ำผักวันละ ๓๐ นาที มีผักเลี้ยงคน ๖ คนต่อวัน ยังมีเหลือพอเอาไปขายที่ตลาดอีก ได้เงินวันละห้าสิบวันละร้อย มีบ่อปลา ๒ บ่อ ก็รู้สึกว่าทำไมชีวิตมันง่ายอย่างนี้ ไม่มีอะไรยากเลย...”

    อย่างไรก็ตามวิถีชีวิตที่เขาดำรงนั้น แม้จะดูไม่ผิดแผกไปจากชาวบ้าน แต่เขาก็ไม่ได้อยู่แบบชาวบ้าน

     “...ผมกลับไปอยู่บ้าน แต่ไม่ได้อยู่แบบชาวบ้าน ชาวบ้านส่วนใหญ่เขาปลูกเพื่อขาย ยิ่งทำก็ยิ่งไม่เหลืออะไร ยิ่งปลูกก็ยิ่งมีหนี้ ทันทีที่คิดจะลงทุน ต้องหาเงินไปจ่ายค่าเมล็ดพันธุ์ ค่ายา ค่าปุ๋ย เริ่มต้นจากการเป็นหนี้ แล้วก็เสี่ยงเพราะปลูกผักจะได้หรือไม่ได้มันขึ้นกับดินฟ้าอากาศ โรคและแมลง ขึ้นอยู่กับคนที่มารับซื้อ ชาวไร่ชาวนาจึงอยู่ในสถานะของนักการพนันที่แย่ที่สุด ไม่มีโอกาสที่จะลืมตาอ้าปากได้ ถ้าปลูกเพื่อขายเราจะติดกับดักทันที คนที่คิดจะปลูกเพื่อขาย ไม่มีใครรวย ไม่มีใครไม่เป็นหนี้...

     ...ที่ผมปลูก ปลูกเพื่อกิน พริก มะเขือ หอม กระเทียม ปลูกไว้แค่ไม่เกินอย่างละ ๕ ต้นก็อยู่ได้แล้ว กินไม่เคยหมด เหลือเก็บไปขายก็ยังได้เงินสองร้อยสามร้อยบาทต่อวัน อย่างกระจอกที่สุดก็ห้าสิบบาท ในสายตาคนทั่วไปเงินห้าสิบบาทอาจไม่มีค่าอะไรเลย แต่ครอบครัวไม่มีค่าใช้จ่าย เงินห้าสิบบาทถือว่ามากแล้ว...

     ...ผมต้องการให้ชีวิตง่ายและสุขขึ้น ชีวิตเราสั้นมาก จะใช้ชีวิตบนโลกนี้ไปเพื่ออะไร เราควรหาความสงบสุข หาความง่ายให้ตัวเอง ให้มีเวลาอยู่กับตัวเอง อยู่กับครอบครัวมากขึ้น...”

    โจน จันได เชื่อเรื่องการพึ่งตนเอง เชื่อว่าคนจะมีความสุขได้ก็ต่อเมื่อเขาสามารถพึ่งตนเองได้ สามารถที่จะเข้าถึงปัจจัยสี่ได้โดยง่าย แต่สังคมเปลี่ยนไป ผู้คนเข้าถึงปัจจัยสี่ได้ยากขึ้น แพงขึ้น ชีวิตเป็นอยู่ยากขึ้น

     “..ผมมีความเชื่อว่าชีวิตที่พัฒนาที่ดีที่สุด ชีวิตที่มีความสุขที่สุดคนต้องเข้าถึงปัจจัยสี่ได้ง่ายที่สุด แต่ทุกวันนี้รู้สึกว่ามีแต่จะแย่ลง...

     ...ทุกวันนี้คนกว่าจะได้บ้านหลังหนึ่ง ต้องทำงานเก็บเงินเป็นยี่สิบสามสิบปี อาหารก็แพง และไม่มีความปลอดภัยเลย ชีวิตผู้คนทุกวันนี้หาสิ่งที่เป็นสาระไม่ได้ ทำไปด้วยความงมงาย ไม่รู้เรื่องรู้ราว ทำชีวิตให้ยากขึ้น จนลืมไปว่าชีวิตเกิดมาทำไม ครอบครัวเป็นยังไง มีความสำคัญยังไง ธรรมะคืออะไร ความสุขเป็นยังไง ไม่มีใครสอนเลย คนมีแต่ซื้อ ๆ ๆ ๆ เพื่อจะให้มีความสุข แต่ถามจริง ๆ ว่ามันใช่ไหม...

     ...สุดท้าย เราก็เลยกลับมาชีวิตว่า ชีวิตที่มีความสุข คือชีวิตที่ง่าย บริโภคน้อยลง พึ่งตนเองได้ เราก็เลยกลับมาที่ปัจจัยสี่ อาหาร บ้าน ผ้า และยา...

     ...อย่างการมีอาหาร คนทำงานในเมืองวันละ ๘-๑๒ ชั่วโมงแต่ไม่พอกินสำหรับคนเดียว ทำเพื่ออะไรกัน ผมทำสวนวันละ ๓๐ นาที ปลูกและรดน้ำผัก ผมมีอาหารเลี้ยงคน ๗-๘ คนได้สบาย เวลาที่เหลือพักผ่อน ทำในสิ่งที่อยากทำ อยู่กับครอบครัว หาความสุขให้ชีวิต ง่ายมากเลย นี่คือความง่าย...”

 


ภาพประกอบจาก internet 

 

 

เรียบเรียงโดย: ห่ะไรนะ
แหล่งที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=21j_OCNLuYg
https://www.youtube.com/watch?v=cuxeyDWgANE
บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย หนานเกียรติ
https://www.gotoknow.org/posts/314518
Report เนื้อหา


โพสท์โดย: sickpack
1Y
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ "VOTE" และ "SHARE"
161 VOTES
 
Voted By: evidenceter, Basili, หญิง วังแตก, ไข่เจียวหมูสับ, kleoland, เอ๋ง ไม่ดัดจริต, CARE AND FAIR, Punthorn, eee, khunlung, ThisIsGjee, guythai, ซาอิ, Big Boy, makhamdong, ท่านฮั่วหน้าง้ำ, ginger bread

แชร์ใน Facebook Tweet
Comment ด้วย facebook

Comment!  

โจน จันได กับการบรรยาย ปรัชญาการใช้ชีวิตง่ายๆ ที่ต่างชาติยอมรับ ยอดวิวกว่า2ล้านวิว!

Top Comment

+81 ท่านฮั่วหน้าง้ำ

       ชอบมากเลย อยากใช้ชีวิตแบบนี้ แต่ต้องมีที่ดินก่อนนะ

      เคยดู คุณโจน เล่าว่า เเกสร้างบ้านดินด้วยมือ 3 เดือนเสร็จ ทำไมคนเมืองใช้เวลา 30 ปีผ่อนบ้าน กว่าจะได้สักหลัง. ( เเต่ผมยังสงสัยอยู่ บ้านดินทนน้ำท่วมได้ไหม)

              ....   ชอบ!!!....

LIKE: evidenceter, จิ๊บจิ๊บ, ไข่เจียวหมูสับ, คุณชาย บีบี, makhamdong, ปุ้ม, letter, Vulpes
ตอบความคิดเห็นนี้
+34 ซาอิ

ต่างชาติชื่นชมเค้ามาก เพราะเค้าเลือกเส้นทางชีวิตที่ยั่งยืนที่สุด

LIKE: cutiebarbie, จิ๊บจิ๊บ, ท่านฮั่วหน้าง้ำ
ตอบความคิดเห็นนี้
+35 ThisIsGjee

 อยากให้คนไทยลองไปฟังรายการของ TED นะ คือทั้งได้ฝึกภาษาอังกฤษ

และก็ได้ฟังประสบการณ์ชีวิตของคน ๆหนึ่งที่ทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว :')

LIKE: ThisIsGjee, kleoland, ท่านฮั่วหน้าง้ำ
ตอบความคิดเห็นนี้
11 pitula

ใครอ่ะ ภาษาอังกฤษ ดีกว่า นา....ก

ตอบความคิดเห็นนี้
10 BARAK OBAMA
โจน จันได ...ใครว้าาาาา
ตอบความคิดเห็นนี้
9 บ่าวสันขวาน

ฟังดูดี แต่ปัจจุบัน มันไม่ใช่แบบนั้น 

ตอบความคิดเห็นนี้
+18 แมวดำ เหมียวๆ

จุดหมาย ปลายทาง ของชีวิตแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ อยู่ที่ตัวเองพอใจและมีความสุขกับชีวิตแบบไหน... 

LIKE: Seksit
ตอบความคิดเห็นนี้
7 Ba na na na

สโลไลฟมากครับ ชอบๆ

ตอบความคิดเห็นนี้
+35 ThisIsGjee

 อยากให้คนไทยลองไปฟังรายการของ TED นะ คือทั้งได้ฝึกภาษาอังกฤษ

และก็ได้ฟังประสบการณ์ชีวิตของคน ๆหนึ่งที่ทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว :')

LIKE: ThisIsGjee, kleoland, ท่านฮั่วหน้าง้ำ
ตอบความคิดเห็นนี้
+34 ซาอิ

ต่างชาติชื่นชมเค้ามาก เพราะเค้าเลือกเส้นทางชีวิตที่ยั่งยืนที่สุด

LIKE: cutiebarbie, จิ๊บจิ๊บ, ท่านฮั่วหน้าง้ำ
ตอบความคิดเห็นนี้
+13 tongbeijing

ข่อยสิกลับบ้านไปทำนาปลูกผักกินเบื่อๆแล้วหาท่อใด๋เงินก้บ่พอใช้

LIKE: ท่านฮั่วหน้าง้ำ
ชายอ้างเป็นตร.ลำปาง
ตอบความคิดเห็นนี้
+12 makhamdong

ขอบคุณสำหรับบทความดี ๆ อ่านแล้วอยากลาเมืองกรุงกลับบ้านนอกเลย...

LIKE: ท่านฮั่วหน้าง้ำ
ตอบความคิดเห็นนี้
+81 ท่านฮั่วหน้าง้ำ

       ชอบมากเลย อยากใช้ชีวิตแบบนี้ แต่ต้องมีที่ดินก่อนนะ

      เคยดู คุณโจน เล่าว่า เเกสร้างบ้านดินด้วยมือ 3 เดือนเสร็จ ทำไมคนเมืองใช้เวลา 30 ปีผ่อนบ้าน กว่าจะได้สักหลัง. ( เเต่ผมยังสงสัยอยู่ บ้านดินทนน้ำท่วมได้ไหม)

              ....   ชอบ!!!....

LIKE: evidenceter, จิ๊บจิ๊บ, ไข่เจียวหมูสับ, คุณชาย บีบี, makhamdong, ปุ้ม, letter, Vulpes
ทั่นฮั่ว ถ้ายังไม่มีที่ดิน มีเมียฝรั่งก่อนก็ได้ครับ ภาษาจะได้คล่องปื๊ด เริ่มทำนาแปลงน้อย แล้วค่อยลงแปลงใหญ่
จะดีเหรอ555555
ผมว่าบ้านดินมันก็คงทนนะครับ ดูได้จากประเทศจีน/ตุรกี ครับ บางชุมชนอยู่มานานมากยังไม่พังเลยครับ แต่คุณจะกล้าทิ้งชีวิตชาวเมืองพนักงานออฟฟิค ไปลุยทุ่งนาหรือป่าวนี่สิ น่าคิดกว่าการทำบ้านดิน
เพราะบางคนได้แต่ฝัน แต่ไม่คิดจะทำจริง ครับ ชีวิตทุ่งนาป่าเขามันลำบากนะครับ กล้ายอมทิ้งหรือ ผิดกะคุณโจนไงครับเขากล้าไงครับ
เมืองไทยอย่ากล้ามาก ขโมยชุม
ตอบความคิดเห็นนี้

Hot Topic อื่นๆของ sickpack


จีน-ไต้หวัน ลุ้นช่วยแพนด้ายักษ์มี "น้อง"

ประเทศที่ได้ Countdown ฉลองปีใหม่ประเทศแรก และสุดท้ายในโลกใบนี้ มาดูกัน

ซากุระบานสะพรั่ง หลังใบไม้ผลิแรกมาเยือนไต้หวัน

Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ


“หัวหน้า” เรียก “พนักงาน” สาวสองคนเข้าไปคุยในห้องส่วนตัว คนแรกได้ เลื่อนตำแหน่ง ส่วนอีกคนไม่ได้เลื่อน เป็นเพราะอะไร ไปดูกันเลย

ตะลึง! พบ “รูปปั้นฝังอัฐิคนตาย” สำนักสงฆ์ร้าง พระอาจารย์ซ่วน (เรื่องเล่า)

สุดช็อค! ชายจีนที่กินฟาสฟู้ดทุกวัน ป่วย แยก “เลือดดำ” ได้ถึง2 ขวด!

กิ้งกือสายพันธุ์ใหม่ถูกพบในเวลส์

ถามเพื่อนๆที่ชอบเล่นกีฬา มีอะไรที่จำเป็นต้องพกติดตัว แบบขาดไม่ได้บ้างครับ

เตือนภัยกลางวันแสกๆ!!! หลังมีกลุ่มชาย-หญิงอ้างตัวเป็นพนง.ไฟแนนซ์บริษัทชื่อดัง เข้าทำการขอยึดรถลูกค้า บอกมีการขาดส่ง เจ้าของไหวตัวทันเจอแบบนี้เลยเงิบ
แชร์ใน Facebook Tweet
ตั้งกระทู้ใหม่ไปหน้าแรกเว็บบอร์ด เพื่อดูกระทู้อื่นๆไปหน้าแรก Postjung.com

 
 
ข้อตกลงการใช้บริการ ติดต่อเว็บไซต์ แจ้งปัญหาการใช้งาน แจ้ง Report เนื้อหา ติดต่อโฆษณา