ใครว่ากิน “นมแม่” แล้วปลอดภัยควรเปลี่ยนความคิดเสียใหม่

จากความเชื่อดั้งเดิมที่ว่า “กินนมแม่แล้วปลอดภัยที่สุด” คุณแม่ยุคใหม่ต้องอ่านบทความนี้ เพราะความเชื่อเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่แต่ดั้งเดิมที่เราได้รับการปลูกฝังว่าดีที่สุดอาจจะไม่ถูกต้องเสียทีเดียว โดยการวิจัยของสถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่ง สหรัฐอเมริกา ยังคงยืนยันว่า “นมแม่” เป็นแหล่งโภชนาการมีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตและสุขภาพของเด็กมากที่สุด แต่เด็กก็ยังคงได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน โดยผลงานการวิจัยชิ้นใหม่นี้ชี้ให้เห็นว่า “ยิ่งกินนมแม่นานมากเท่าไหร่ ยิ่งเพิ่มโอกาสของสภาวะ วิตามิน D บกพร่อง”
ทางการแพทย์ได้แนะนำให้แม่ที่เลี้ยงลูกด้วยด้วยนมแม่ ควรบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจำพวกแร่ธาตุและวิตามินเพิ่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “วิตามิน D” เพราะปริมาณของวิตามินในนมของแม่อาจมีปริมาณไม่มากพอกับพัฒนาการและการเจริญเติบโตของเด็ก ซึ่งทางการแพทย์นั้นได้ย้ำเสมอว่า วิตามิน D เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียม ดังนั้นการได้รับวิตามิน D ในปริมาณที่น้อยจนเกินไป เด็กอาจมีความเสี่ยงของโรคกระดูกอ่อน และโรคกระดูกโค้งงอผิดรูป ซึ่งทาง สถาบันกุมารเวชศาสตร์แห่ง สหรัฐอเมริกา (The American Academy of Pediatrics) แนะนำให้เด็กใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจำพวกวิตามิน D สำหรับช่วงขวบปีแรกไม่ว่าเด็กจะกินนมแม่หรือนมสำเร็จรูปก็ตาม
นอกจากนี้จากงานวิจัยของคุณหมอ ซาร่า โรนิส (Dr.Sarah Ronis) กุมารแพทย์จากสถาบันการแพทย์ และ โรงพยาบาลเด็ก แห่งมหาวิทยาลัย เคสเวสเทิร์น คลิฟแลนด์ สหรัฐอเมริกา ที่ตีพิมพ์ในวารสารด้านสาธารณสุขของอเมริกัน (American Journal of Public Health) ฉบับล่าสุดพบว่าเด็กที่ทำการวิจัยกว่า 2,000 คนในประเทศแคนาดา ที่กินอาหารเด็กและนมแม่ควบคู่กันมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการของโรคขาด “วิตามิน D” คุณหมอ ซาร่ายังพบอีกว่าเด็กที่กินนมแม่ถึงอายุ 3 ขวบจะมีความเสี่ยงของระดับวิตามิน D ต่ำ ถึงร้อยละ 29 และเด็กที่กินนมแม่ถึงอายุ 2 ปีจะมีโอกาสเสี่ยงร้อยละ 16 ถึงแม้ว่าหลังจากช่วงที่หยุดกินนมแม่จะกินอาหารเด็กตามปกติแล้วก็ตาม
งานวิจัยของคุณหมอ ซาร่า นี้ไม่ได้ขัดแย้งกับคำแนะนำใดๆของทางองค์การอนามัยโลก (W.H.O.) และยังกล่าวย้ำด้วยว่า “นมแม่ยังคงเป็นแหล่งโภชนาการที่ดีที่สุดสำหรับทารกแรกเกิด” และสามารถเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ได้นานถึงสองปี โดยไม่ต้องเป็นกังวลกับโรคขาด “วิตามิน D” ตราบใดที่คุณแม่มีนมเพียงพอให้เด็กดื่มอย่างน้อย 32 ออนซ์ต่อวัน แต่หากปริมาณของนมไม่เพียงพอควรต้องเสริม “วิตามิน D” จากแหล่งอาหารอื่น ๆ ซึ่งทางคุณหมอ ซาร่า นั้นได้ย้ำว่า โรคขาดวิตามิน D นั้นมีความอันตรายจริงๆ ซึ่งในเคสที่ร้ายแรงอาจจะนำไปสู่ “โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง” แถมยังอาจเกิดภาวะการทำงานผิดพลาดของแคลเซียมซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในกระดูกของเด็กได้อีกด้วย
ที่มา: http://thairats.com/ข่าวเด่น_ประเด็นร้อน/กินนมแม่-แล้วปลอดภัยควร
กล้วยหอม...ผลไม้ธรรมดาที่มีดีมากกว่าความอิ่ม เติมพลัง ดูแลหัวใจ และช่วยเรื่องขับถ่าย
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้
5 สัตว์ที่หลายคนกลัว แต่กลับกลายเป็นตัวละครขวัญใจคนทั่วโลก
10 อันดับคณะหมอลำที่ดังที่สุดในประเทศไทย พร้อมค่าจ้างโดยประมาณ
ประเทศจีนมีลอตเตอรี่หรือไม่?
ถอดรหัสลับจับพิรุธ: สู่ 7 พฤติกรรมที่คนโกหกมักพลาดตกม้าตาย
ปรงภูเขา ไม้ดึกดำบรรพ์กลางป่า พืชโบราณที่ควรชมแต่ไม่ควรแตะ
ศัพท์ไวรัล “สลิ้งแตก” คืออะไร? เปิดความหมายและที่มาของคำฮิตบนโซเชียล
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 16 กรกฎาคม
วงเวียนใหญ่ระทึก! ทำไมแค่ "น้ำรั่วในอุโมงค์" ถึงต้องสั่งอพยพ? เปิด 4 สัญญาณเตือนดินทรุดที่หลายคนมองข้าม
5 ประเทศอาเซียนที่มีน้ำมันดิบสำรองมากที่สุด ประเทศไหนอยู่อันดับ 1
ไขข้อแตกต่าง มะไฟ กับ ละไม ต่างกันอย่างไร?ผลไม้หน้าตาคล้ายกัน แต่ไม่ใช่ชนิดเดียวกัน
"จะไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง" คือหลักนิยมของกองทัพอเมริกัน