โรเซตตาพบอะไรในดาวหาง 67 พี
โรเซตตาพบอะไรในดาวหาง 67 พี
เมื่อปี 2547 องค์การอีซา หรือองค์การอวกาศยุโรป ได้ส่งยานอวกาศชื่อโรเซตตาขึ้นสู่อวกาศ เพื่อสำรวจดาวหางและดาวเคราะห์น้อย ยานได้ใช้เวลาเดินทางหนึ่งทศวรรษเป็นระยะทางหกพันล้านกิโลเมตร ผ่านดาวอังคารและดาวเคราะห์น้อยสองดวง ก่อนที่จะไปถึงเป้าหมายหลัก นั่นคือดาวหาง 67 พี/ชูรูยมอฟ-เกราซีเมนโค (67P/Churyumov–Gerasimenko) หรือเรียกย่อ ๆ ว่า 67 พี
ยานโรเซตตาได้เดินทางไปถึงดาวหาง 67 พี ในเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ก่อนที่ปรับทิศทางมาเป็นโคจรรอบดาวหาง เป็นยานอวกาศลำแรกที่โคจรรอบดาวหางได้ หลังจากนั้นยานโรเซตตาได้สำรวจดาวหางดวงนี้อย่างละเอียดด้วยอุปกรณ์หลักบนยาน 12 ชิ้น บวกกับอาวุธเด็ดอีกอย่างคือ ยานลูกชื่อ ฟิเล ซึ่งเป็นยานลงจอด
ยานโรเซตตาได้ปล่อยยานฟิเลลงไปบนนิวเคลียสของดาวหางเพื่อสำรวจในระยะใกล้ ฟิเลได้เผยสภาพแวดล้อมที่ระดับพื้นผิวของดาวหางที่ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อนเป็นเวลา 60 ชั่วโมงก่อนที่พลังงานในยานจะหมดไป และในวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมา โรเซตตาก็ได้เผยภาพของนิวเคลียสที่พ่นลำฝุ่นและแก๊สออกมาในขณะที่อยู่ในช่วงเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด
คำถามสำคัญที่สุดที่ภารกิจนี้ต้องค้นหาคำตอบให้ได้ก็คือ ดาวหางคือตัวนำองค์ประกอบพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต น้ำ และสารอินทรีย์ มาสู่โลกใช่หรือไม่?
จากรายงานที่ตีพิมพ์ในวารสาร ไซนส์ ในเดือนกรกฎาคม พบว่ายานฟีเลตรวจพบสารอินทรีย์บนดาวหางด้วย รวมถึงสารประกอบอีกสี่ชนิดที่ไม่เคยพบในดาวหางดวงอื่นมาก่อน ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ตรวจไม่พบกรดอะมิโน แต่ก็พบสารที่คาดว่าจะเป็นสารตั้งต้นของกรดอะมิโน จึงเป็นไปได้อย่างมากที่ดาวหางอย่าง 67 พี ดวงนี้จะเป็นตัวนำกรดอะมิโน น้ำตาล และสารอินทรีย์พื้นฐานมายังโลกในยุคที่โลกเพิ่งกำเนิดขึ้น
แล้วน้ำเล่า? การที่ดาวหางมีองค์ประกอบหลักเป็นน้ำแข็งและขนาดแต่ละดวงก็ใหญ่เท่าภูเขา จึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผลที่จะสันนิษฐานว่าเมื่อดาวหางชนโลกก็จะนำน้ำมาทิ้งไว้บนโลก ดวงแล้วดวงเล่าที่ดาวหางเข้ามาชนโลก ปริมาณน้ำบนโลกก็ค่อย ๆ สะสมมากขึ้นจนกลายเป็นมหาสมุทรดังปัจจุบัน แต่สิ่งที่ดาวหางดวงนี้บอกแก่นักดาราศาสตร์ก็คือ เขาอาจคิดผิด
น้ำบนโลกมีสัดส่วนของเฮฟวีวอเตอร์ต่อน้ำธรรมดาเฉพาะตัว (เฮฟวีวอเตอร์คือสารประกอบคล้ายน้ำ แต่ไฮโดรเจนถูกแทนที่ด้วยดิวทีเรียม) แต่ในดาวหาง 67 พี มีค่าสัดส่วนนี้สูงกว่าน้ำบนโลกถึงสามเท่า ดังนั้นดาวหางประเภทนี้ไม่ใช่แหล่งกำเนิดของน้ำบนโลกแน่นอน
สิ่งที่น่าประหลาดใจไม่น้อยไปกว่ากันอีกเรื่องก็คือ ยานฟิเลไม่พบสนามแม่เหล็กบนดาวหางเลย
เป็นที่เชื่อกันว่า ในยุคต้นของระบบสุริยะเมื่อราว 4.6 พันล้านปีก่อน สนามแม่เหล็กมีส่วนช่วยให้เศษวัสดุน้อยใหญ่จับกันเป็นกลุ่มก้อนในกระบวนการสร้างดาวเคราะห์ การลงจอดแบบกระเด้งกระดอนของฟิเลทำให้ยานวัดสนามแม่เหล็กในแต่ละสถานที่และที่ระดับความสูงต่าง ๆ ได้ ผลก็คือสนามแม่เหล็กที่ยานวัดได้มีเพียงแหล่งเดียวเท่านั้นคือจากดวงอาทิตย์ การที่พบว่าดาวหางดวงนี้ไม่มีสนามแม่เหล็กคลุมทั้งดวง อาจหมายความว่าสนามแม่เหล็กอาจมีส่วนช่วยในการสะสมพอกพูนมวลเพียงในพิสัยเล็กระดับไม่ถึง 1 เมตรเท่านั้น
เมื่อมองดาวหางดวงนี้ที่ระดับวงโคจรของโรเซตตา ยานนี้พบว่าพื้นผิวของนิวเคลียสดาวหาง 67 พี มีหลุมยุบหลายแห่งที่มีความกว้างนับร้อยเมตร บางทีหลุมยุบเหล่านี้อาจเป็นแหล่งที่มาของวัสดุที่พ่นออกไปเป็นหางก็ได้ นักดาราศาสตร์สันนิษฐานว่าเดิมทีบริเวณนี้อาจเคยมีบ่อน้ำแข็งใต้พื้นผิวมาก่อน เมื่อความร้อนจากดวงอาทิตย์ทำให้น้ำแข็งใต้ผิวระเหิดหายไป บ่อนั้นก็จะว่างเปล่ากลายเป็นโพรงใต้ดิน เวลาต่อมาพื้นผิวบาง ๆ ที่คลุมโพรงอยู่ก็ถล่มลงไป กลายเป็นหลุมยุบดังที่พบ
ในช่วงที่ดาวหาง 67 พี เข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด ทุกหนึ่งวินาทีดาวหางดวงนี้เสียน้ำออกไปในรูปของไอน้ำประมาณ 300 กิโลกรัมกับฝุ่นอีกหนึ่งตัน ฝุ่นปริมาณนี้ถือว่าเป็นอันตรายต่อยานโรเซตตาที่กำลังโคจรอยู่ มีบันทึกว่าฝุ่นจากดาวหางรบกวนการทำงานของตัวตรวจจับตำแหน่งดาวที่ใช้ในระบบควบคุมทิศตำแหน่งของยาน ทำให้ยานต้องอ่านซ้ำหลายครั้งเพื่อหาค่าที่แน่นอน
ขณะนี้ยานโรเซตตาได้เสร็จสิ้นภารกิจสำรวจดาวหาง 67 พี แล้ว เชื้อเพลิงบนยานโรเซตตาจะหมดไปในเดือนกันยายนปีหน้า ทางผู้ควบคุมภารกิจต้องการให้ยานจบภารกิจด้วยการส่งยานออกไปนอกระบบสุริยะเช่นเดียวกับภารกิจวอยเอเจอร์ทำ ยานโรเซตตาได้พกดิสก์ขนาด 7.5 เซนติเมตรที่บรรจุภาษา 1,000 ภาษาเพื่อทำหน้าที่ต่างหินโรเซตตาที่ยานนำชื่อมาใช้
แต่ขณะนี้ทางอีซากำลังพิจารณาทางเลือกใหม่ให้โรเซตตา นั่นคืออาจให้ยานพุ่งเข้าชนดาวหาง โดยหวังว่าการชนจะผลักดันให้ฝุ่นปริมาณมากกระเด็นออกมาเป็นก้อนใหญ่พอให้กล้องโทรทรรศน์บนโลกศึกษาได้ชัดเจน
หรืออีกทางเลือกหนึ่ง คือให้ยานโรเซตตาลงจอดบนพื้นผิวดาวหางตามยานลูกฟิเลไป วิธีนี้จะทำให้ยานมีโอกาสได้สำรวจพื้นผิวด้วยกล้องอัลตราไวโอเลตและอุปกรณ์ความไวสูงชิ้นอื่นในระยะใกล้ชิดอย่างที่ไม่เคยมียานใดเคยทำมาก่อน
ไม่ว่าอีซาจะเลือกหนทางใด ยานโรเซตตาก็ได้รับการจารึกไว้แล้วว่าเป็นภารกิจสำรวจอวกาศที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดภารกิจหนึ่ง โรเซตตาได้ทำให้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบสุริยะและปฐมวัยของโลกของเราต้องเปลี่ยนไป อาจถึงเวลาที่นักดาราศาสตร์ต้องเขียนตำราเกี่ยวต้นกำเนิดของระบบสุริยะเสียใหม่แล้ว
https://www.facebook.com/mostertoys/photos/pcb.581286762023508/581284665357051/?type=3&theater
What Rosetta found on Comet 67P - cosmosmagazine.com
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปี
สะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย
5 อันดับจังหวัดที่ร้อนที่สุดในไทย
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/4/69
ที่เที่ยวไทยคนน้อย ฟิวเหมือนไปต่างประเทศ..
5 เมืองสงบ ใช้ชีวิตสบาย ห่างไกลความวุ่นวาย
เปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด
ทำบุญแก้เคล็ดจากวันเกิด
อยู่ดี ๆ คนก็แห่ไปลาว…สัญญาณบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น?
รู้งี้มีติดบ้านไว้นานแล้ว… น้ำแข็งแช่ฟรีซ 7 ข้อดีที่หลายคนมองข้าม
น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย
ทำบุญแก้เคล็ดจากวันเกิด
เด็กญี่ปุ่นที่หายตัวไป ถูกพบแล้วเป็นศพกลางป่า
10 ชื่อจังหวัดและอำเภอที่ อ่านยาก สำหรับคนต่างชาติ
รฟท. เสริมตู้โดยสารรับ "สงกรานต์ 2569" ขากลับเข้ากรุงฯ พร้อมคุมเข้มมาตรการความปลอดภัย 24 ชม.
ที่เที่ยวไทยคนน้อย ฟิวเหมือนไปต่างประเทศ..
ประเทศในอาเซียนที่ถือครองทองคำเยอะที่สุด
หมดเวรหมดกรรมเรื่องส่งต่องาน! ออฟฟิศจีนผุดเทรนด์สร้าง "ร่างโคลน AI" นั่งทำงานแทนตอนลาออก... ล้ำหรือหลอน?
วงการแพทย์สะเทือน! ตะลึง "โรงพยาบาล AI 100%" แห่งแรกของโลก รักษาคนไข้ 3,000 คนในวันเดียว โดยไม่มีหมอตัวจริง?!
“คนไทยไม่แพ้ชาติใด!” เปิดนวัตกรรม Tower Light เตือนแผ่นดินไหวตึกสูง ต้นทุนถูกกว่าต่างชาติ 5 เท่า
เผยโฉมนวัตกรรมใหม่ "Aircela" เปลี่ยนอากาศให้กลายเป็นน้ำมัน





