มอดข้าวสาร !!
โพสท์โดย กิตตินันท์
"มอด"เป็นศัตรูของข้าวตามธรรมชาติ
ซึ่งอาจเกิดขึ้นและเติบโตได้จากการเก็บข้าวสารไว้เป็นระยะเวลาหนึ่ง
หากไข่ของมอดที่ตกค้างในเมล็ดข้าวได้รับออกซิเจนและอยู่ในภาวะอุณหภูมิที่เหมาะสม
จะเร่งให้มอดสามารถเจริญเติบโตและแพร่พันธุ์ได้เป็นอย่างดี
มอดที่เราสามารถพบได้ในข้าวสารมีอยู่หลายชนิดรูปร่างและลักษณะแตกต่างกันออกไป
แต่มอดที่เราพบได้บ่อยๆคือ มอดข้าวสาร (Rice weevil)
หากเป็นการกำจัดในระดับโรงเก็บหรือยุ้งฉาง หรือในภาคเกษตรอุตสาหกรรมต้องคลุมผ้าใบแล้ว
ใช้ยาฟอสฟีนซึ่งเป็นสารเคมีกำจัดมอดที่ปลอดภัยสามารถใช้กำจัดมอดก่อนนำมาบรรจุลงในบรรจุภัณฑ์
หากเป็นการกำจัดในระดับครัวเรือน คือซื้อข้าวมาหุงกินในระดับ 15 ถึง 100 กิโลกรัม แล้วกินไม่ทัน
มอดลงไปจัดการกินข้าวและวางไข่เสียแล้ว อย่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นสูตรชาวบ้านที่บอกว่าให้ใส่พริกแห้ง หรือ ใบมะกรูด
หนักถึงขึ้นบางคนก็ว่าเอาตะปูเหล็กใส่ลงไปเพื่อไล่บ้างละ บางคนก็ให้เอาไปแช่ในช่องเย็นแช่แข็ง 3 วันบ้างล่ะ
(มอดเป็นสัตว์เลือดเย็น มีน้ำในตัวน้อยมากพอออกจากช่องแช่แข็งมันสามารถฟื้นได้ครับ) ล้วนเป็นวิธีการที่ได้ผลในระยะสั้น
หรือไม่ได้ผลเลยซึ่งวิธีการเหล่านั้นไม่ได้ส่งผลชัดเจนในทางวิทยาศาสตร์
ใช้ยาฟอสฟีนซึ่งเป็นสารเคมีกำจัดมอดที่ปลอดภัยสามารถใช้กำจัดมอดก่อนนำมาบรรจุลงในบรรจุภัณฑ์
หากเป็นการกำจัดในระดับครัวเรือน คือซื้อข้าวมาหุงกินในระดับ 15 ถึง 100 กิโลกรัม แล้วกินไม่ทัน
มอดลงไปจัดการกินข้าวและวางไข่เสียแล้ว อย่างนี้ ไม่ว่าจะเป็นสูตรชาวบ้านที่บอกว่าให้ใส่พริกแห้ง หรือ ใบมะกรูด
หนักถึงขึ้นบางคนก็ว่าเอาตะปูเหล็กใส่ลงไปเพื่อไล่บ้างละ บางคนก็ให้เอาไปแช่ในช่องเย็นแช่แข็ง 3 วันบ้างล่ะ
(มอดเป็นสัตว์เลือดเย็น มีน้ำในตัวน้อยมากพอออกจากช่องแช่แข็งมันสามารถฟื้นได้ครับ) ล้วนเป็นวิธีการที่ได้ผลในระยะสั้น
หรือไม่ได้ผลเลยซึ่งวิธีการเหล่านั้นไม่ได้ส่งผลชัดเจนในทางวิทยาศาสตร์
พิสูจน์ได้และแค่ฟังหลักการก็ถึงบางอ้อแล้วครับ ปลอดภัยต่อการบริโภค ทำง่าย ประหยัดพลังงานมาก วิธีทำมีดังนี้
- หาถุงร้อนขนาด 7-11 นิ้ว มาให้เพียงพอที่จะแบ่งบรรจุข้าวสารที่มีมอดขึ้น ให้เพียงพอ
- หาถ้วยมาตัดข้าวสารที่มีมอดบรรจุใส่ถุง ใส่ให้เต็มถุงพอให้มัดหนังยางได้
(จะได้ข้าวสารหนักประมาณกิโลเศษๆ ต่อถุง)
- มัดหนังยางปากถุงให้สนิท
- นำข้าวสารที่เตรียมเสร็จแล้วไปเข้าเตาไมโครเวฟ แล้วปรับปรุงปุ่มที่ไมโครเวฟไปยังช่องของละลายน้ำแข็ง (defroze)
*** ขอย้ำว่าปรับปุ่มที่ไมโครเวฟไปยังช่องละลายน้ำแข็ง (defroze)
*** เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวสารสุกหรือไหม้
- ตั้งเวลาให้ไมโครเวฟทำงานเป็นเวลา 7 นาที ข้าวจะร้อนขึ้น และถ่ายเทความร้อนไปสู่ตัวมอด
รวมถึงตัวหนอนจะตายเพราะความร้อนของข้าวสาร โดยจะหนีออกมาตายที่ผิวของถุงพลาสติกด้านในจดหมด
เนื่องจากคลื่นไมโครเวฟ จะทะลุทะลวงเมล็ดข้าวไปถึงยังข้าวสารชั้นในสุด มอด และตัวหนอน (ลูกๆของมอด)
จึงพยายามตะเกียกตะกายออกมาที่ด้านนอกของข้าวสาร แต่จะติดที่ถุงด้านใน เพราะเราเอายางรัดไว้ที่ปากถุง
เมื่อมันหนีออกมาไม่ได้จึงตายภายในถุงนั้นแหละ เหมือนที่เขาคั่วเกาลัดโดยคั่วในทรายร้อนนั่นแหละหลักการเดียวกัน
(โปรดทราบว่าคลื่นไมโครเวฟไม่สามารถฆ่ามอดโดยตรงได้เพราะตัวมันมีน้ำน้อยมากจึงไม่ทำให้มันสุกได้)
จากนั้นให้เอาถุงข้าวสารออกมาจากตู้อบไมโครเวฟ
- นำข้าวสารถุงใหม่เข้าไมโครเวฟ ทำอย่างนี้ไปจนกว่าข้าวสารที่เตรียมไว้จะหมด
- เปิดปากถุงที่รัดด้วยยางออกเพื่อให้ไอน้ำที่เกาะภายในถุงได้ระเหยออกไปเป็นเวลา 1 ชั่วโมง
- ปิดปากถุงด้วยยางรัดอีกครั้งแล้วนำไปเก็บในถังข้าวสาร เพื่อไว้หุงต่อไป
- เมื่อนำข้าวมาหุง ให้ทำการซาวน้ำก่อน จะทำให้ตัวมอดนั้นลอยขึ้นมา เท่านี้ก็ทานข้าวให้อร่อยได้แล้วครับ
- หาถุงร้อนขนาด 7-11 นิ้ว มาให้เพียงพอที่จะแบ่งบรรจุข้าวสารที่มีมอดขึ้น ให้เพียงพอ
- หาถ้วยมาตัดข้าวสารที่มีมอดบรรจุใส่ถุง ใส่ให้เต็มถุงพอให้มัดหนังยางได้
(จะได้ข้าวสารหนักประมาณกิโลเศษๆ ต่อถุง)
- มัดหนังยางปากถุงให้สนิท
- นำข้าวสารที่เตรียมเสร็จแล้วไปเข้าเตาไมโครเวฟ แล้วปรับปรุงปุ่มที่ไมโครเวฟไปยังช่องของละลายน้ำแข็ง (defroze)
*** ขอย้ำว่าปรับปุ่มที่ไมโครเวฟไปยังช่องละลายน้ำแข็ง (defroze)
*** เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าวสารสุกหรือไหม้
- ตั้งเวลาให้ไมโครเวฟทำงานเป็นเวลา 7 นาที ข้าวจะร้อนขึ้น และถ่ายเทความร้อนไปสู่ตัวมอด
รวมถึงตัวหนอนจะตายเพราะความร้อนของข้าวสาร โดยจะหนีออกมาตายที่ผิวของถุงพลาสติกด้านในจดหมด
เนื่องจากคลื่นไมโครเวฟ จะทะลุทะลวงเมล็ดข้าวไปถึงยังข้าวสารชั้นในสุด มอด และตัวหนอน (ลูกๆของมอด)
จึงพยายามตะเกียกตะกายออกมาที่ด้านนอกของข้าวสาร แต่จะติดที่ถุงด้านใน เพราะเราเอายางรัดไว้ที่ปากถุง
เมื่อมันหนีออกมาไม่ได้จึงตายภายในถุงนั้นแหละ เหมือนที่เขาคั่วเกาลัดโดยคั่วในทรายร้อนนั่นแหละหลักการเดียวกัน
(โปรดทราบว่าคลื่นไมโครเวฟไม่สามารถฆ่ามอดโดยตรงได้เพราะตัวมันมีน้ำน้อยมากจึงไม่ทำให้มันสุกได้)
จากนั้นให้เอาถุงข้าวสารออกมาจากตู้อบไมโครเวฟ
- นำข้าวสารถุงใหม่เข้าไมโครเวฟ ทำอย่างนี้ไปจนกว่าข้าวสารที่เตรียมไว้จะหมด
- เปิดปากถุงที่รัดด้วยยางออกเพื่อให้ไอน้ำที่เกาะภายในถุงได้ระเหยออกไปเป็นเวลา 1 ชั่วโมง
- ปิดปากถุงด้วยยางรัดอีกครั้งแล้วนำไปเก็บในถังข้าวสาร เพื่อไว้หุงต่อไป
- เมื่อนำข้าวมาหุง ให้ทำการซาวน้ำก่อน จะทำให้ตัวมอดนั้นลอยขึ้นมา เท่านี้ก็ทานข้าวให้อร่อยได้แล้วครับ
ที่มา: www.asiainterrice.com
โพสท์โดย กิตตินันท์
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
32 VOTES (4/5 จาก 8 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด
ประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุด
5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน
"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
5 พฤติกรรมที่คนจนทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว (คนรวยไม่ทำ)
เจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางคนงบน้อยเน้นรวย
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้
ผักป่าชนิดหนึ่ง มีประโยชน์เทียบเท่า "โสม"
เผยชีวิตจริง "ลูกเศรษฐีญี่ปุ่น" วัย 35 ไม่เคยทำงาน ใช้เงินเดือนละแสน แต่ทำไมไม่มีความสุข?Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
"พลพล" เหวอ! "อ.เชน ยศชนัน" โผล่เซอร์ไพรส์ในรายการ "ร้องข้ามกำแพง"
เมกะโปรเจ็กต์ “บางโพ” ปักหมุดทำเลทองใหม่ ยักษ์อสังหาฯ ทุ่มพันล้านสร้างคอนโดริมเจ้าพระยา
งบน้อยก็ปังได้! 5 ไอเดีย "หาเงินออนไลน์ปี 2026" เริ่มต้นจาก 0 บาท แต่กำไรหลักหมื่น
เจาะลึกบริษัทญี่ปุ่นสั่ง "แบน AI" พนักงานใหม่! บทเรียนล้ำค่าเมื่อเทคโนโลยีกลายเป็นดาบสองคม
คลายร้อนทะลุปรอท! “น้ำแข็งไส” ของหวานโบราณจากวัง สู่เมนูดับเดือดคู่คนไทย
ดราม่าฮ่องกง! สาวขับเบนซ์จอดแช่ "ป้ายรถเมล์" เมินเสียงแตร แถมชูนิ้วกลางท้าทายชาวเน็ต

