หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ชีวิตผู้หญิงอินเดียเปรียบเสมือน “ดอกไม้ในพงหนามนับพัน”

โพสท์โดย

 

 

 รูปประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

“ดอกไม้ในพงหนาม” ชีวิตจริงของผู้หญิงอินเดีย 

 


 รูปประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

      ชีวิตของผู้หญิงอินเดียนั้น พูดไปแล้วยิ่งกว่านิยาย เพราะว่าบ้านใดที่มีลูกสาวอยู่ในบ้าน บ้านนั้นมักไม่ค่อยคบค้าสมาคมกับความสุขเท่าใดนัก แต่ถึงอย่างไรนั้น ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า บ้านของชาวอินเดียที่มีลูกสาวนั้นค่อยข้างสดใส และมีความสุข แต่ก็เฉพาะเมื่อเด็กสาวเหล่านั้นยังอายุไม่ก้าวล่วงวัยที่จะต้องออกเรือนไป และเมื่อเด็กสาวเหล่านั้นเริ่มโตถึงวัยที่จะต้องออกเรือน ความกลัดกลุ้มของครอบครัวจะเริ่มมีมากขึ้น

      เมื่ออายุย่างยี่สิบปี การจัดเตรียมการแต่งงานมักจะมีขึ้น โดยการเน้นไปที่วรรณะ ศาสนา และฐานะของผู้ชาย ซึ่งมักเป็นการจับคลุมถุงชนเสียส่วนใหญ่ การที่เด็กสาวจะได้เลือกคู่เองนั้น หาแทบไม่ได้เลย เพราะการมีคู่รักในช่วงก่อนแต่งงานนั้น สังคมจะถือว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นสนิมและสิ่งสกปรกของสังคมเลยทีเดียว รวมไปถึงจะทำให้ค่าตัวอันจอมปลอมของหญิงสาวนั้นตกลง จนไม่สามารถหาคู่ครองได้ ทั้งๆ ที่เมื่อจะแต่งงานนั้น ผู้หญิงจะต้องเป็นฝ่ายไปสู่ขอผู้ชาย และเสียค่าสินสอดจำนวนมากให้กับผู้ชาย ผิดกลับฝ่ายชายที่ดูเหมือนจะไม่ทุกข์ร้อนเท่าใดนัก

      คำว่า “สินสอด” (dowry) สำหรับชาวอินเดียแล้ว ถือว่ามีสองความหมาย ความหมายแรกในทัศนคติของครอบครัวฝ่ายชายถือว่าเป็นของตอบแทนตนที่ได้เลี้ยงดูบุตรชายของตนมา แต่ในทางกลับกันแล้วทางฝ่ายหญิงจะถือว่าเป็นภาระอันใหญ่หลวง ที่จะต้องไปจับจ่ายไปเพื่อที่จะได้เจ้าบ่าว มาเป็นของขวัญแก่ลูกหลานตน สินสอดในทัศนคติของฝ่ายหญิงนั้น จึงถือได้ว่าเป็นสินสอดแห่งความเจ็บปวดของบิดามารดา

 

รูปประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

 บ้านไหนมีทั้งลูกสาวและลูกชาย เมื่อลูกสาวออกเรือนไปก่อน บ้านนั้นจะต้องยอมจ่ายค่าสินสอดออกไปก่อน และหวังจะดึงกลับคืนในเวลาที่ลูกชายจะออกเรือนบ้าง และต้องมากและมากว่าที่เสียไป ดังนั้นการแต่งงานของชาวอินเดียจึงถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะบางรายต้องขายเทือกสวน ไร่นา มาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

      เมืองบางเมืองในอินเดีย มีตราชั่งสำหรับชั่งตัวเจ้าบ่าว กับค่าสินสอด อย่างน้อยค่าสินสอดจะต้องมากเท่ากับน้ำหนักตัวของเจ้าบ่าว ซึ่งใช้ทองในการขึ้นชั่ง ถือเป็นเรื่องสาหัสอย่างยิ่งสำหรับผู้หญิงชาวอินเดีย บ้านใดที่มีลูกสาววัยล่วงจะเกินสามสิบปีแล้ว ยังไม่ได้แต่งงาน บ้านนั้นจะถูกมองด้วยทัศนคติที่ลบ และอาจจะรวมไปถึงการมองว่าผู้หญิงบ้านนี้มีความประพฤติที่เป็นกาลกิณี จึงไม่มีใครอยากเป็นคู่แต่งงานด้วย

 

 ดังนั้นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ดี ก็คือผลักดันให้ลูกสาวได้แต่งงานตั้งแต่ชีวิตของหญิงสาวเหล่านั้นยังไม่รู้จักแม้แต่คำว่า “รัก” บางครั้งการเลือกคู่ครองทำโดยเสนอขายเหมือนว่าบุตรสาวของตนคือสินค้า เทียวไล้เทียวขื่อไปทั่วทุกสารทิศ ผู้ชายทั้งหลายจะมีรูปของหญิงสาวเหล่านั้นหลายใบในกำมือ หญิงสาวเหล่านั้นย่อมผ่านการคัดเลือกจากบิดามารดาของฝ่ายชายเรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นกฏเกณฑ์เรื่องศาสนา วรรณะ และฐานะทางสังคม และฝ่ายชายก็จะเลือกหญิงสาวที่ถูกใจตนขึ้นมาและทำการติดต่อไปยังพ่อแม่ฝ่ายหญิง ถ้าถูกอกถูกใจโดยพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย การแต่งการจึงจะมีขึ้น

 

รูปประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

      เสมือนหนึ่งการส่งกวางน้อยเข้าไปสู่ป่าใหญ่ ไม่มีใครจะรู้ได้ว่า กวางน้อยตัวนี้จะไปอยู่ที่ใด ถ้าโชคดีอาจจะได้พบกวางหนุ่มที่แสนดี หรือในทางกลับกันก็ไม่ยากกว่าที่จะจินตนาการว่ากวางน้อยจะไปจบลงที่ไหน และเมื่อการแต่งงานผ่านล่วงไปแล้ว หมายความว่าหญิงสาวเหล่านั้นจะไม่สามารถจะหวนคืนู่ทางเส้นก่อนหน้านั้นได้อีก เพราะชีวิตของพวกเธอเหล่านั้นถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของครอบครัวฝ่ายชายเรียบร้อยแล้ว

      และด้วยการแต่งงานด้วยระบบนี้นี่เอง บวกกับจารีตประเพณีอันโบราณและเอาเปรียบฝ่ายหญิงอย่างมาก การหย่าร้างถือเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ในสังคมชาวอินเดีย หญิงสาวบางรายต้องทนอยู่กับสามีด้วยความชอกช้ำและมักจบปัญหาลงด้วยการ ตัดช่องน้อยแต่พอตัว

 

รูปประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

      นิสัยของผู้ชายอินเดียส่วนมาก จะมีนิสัยขี้เกียจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างฝ่ายหญิงจะต้องเป็นคนจัดการหมด และฝ่ายชายจะอยู่ในฐานะที่ไม่อาจจะแตะต้องได้ หรือเรียกง่ายๆ ว่า ตำแน่งของ “สามี” การตำหนิติเตียนต่างๆ นั้นมักเกิดขึ้นไม่ได้เอาเสียเลย หรือเมื่อเกิดขึ้น ฝ่ายชายมักย้อนถามว่า “คำว่า สามี คือ อะไร? และคำว่าภรรยา คือ อะไร? ถ้าไม่พอใจอะไรแล้ว ก็เก็บของและออกจากบ้านไป” ประโยคดังกล่าวถือว่าทำร้ายจิตใจลูกผู้หญิงชาวอินเดียยิ่งนัก บางรายถึงกับกล่าวทั้งน้ำตาว่า “อยู่กันมา แปด เก้าปี ทำไมถึงพูดจาแบบนี้ ก็รู้อยู่แล้วว่าออกจากบ้านหลังนี้ไม่ได้ ถ้าออกก็หมายถึงว่า ชีวิตหมดสิ้นทุกอย่าง”

 

และหลายๆ ครั้งถึงกับมีการลงไม้ลงมือกับฝ่ายหญิง เพราะเหตุผลเพียงว่า ฝ่ายชายโดนตำหนิว่าไม่ทำงาน วันๆ เอาแต่ดื่มเหล้า และแย่ยิ่งไปกว่านั้น มักจะตามมาด้วยการตบตีแบบไร้สาเหตุ โดยครอบครัวของฝ่ายชายมักกระทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดียิ่งแก่สังคม โดยการสนับสนุนลูกชายของตนให้ตบตีฝ่ายหญิงจนพอใจ บางครั้งก็ร่วมลงไปผสมโรงเสียด้วย

      นี่คืออีกมุมหนึ่งซึ่งมืดมิด ซึ่งอาจจะกล่าวได้ว่ามันเกินกว่าที่บุคคลภายนอกอย่างเราๆ จะได้เห็น และเข้าใจถึงระบบชนชั้นของสตรีชาวอินเดีย ว่าหญิงสาวเหล่านั้นต้องทนทุกข์ทรมานขนาดไหน และยังไม่รวมถึงความที่บุคคลอันอยู่ในสถานะที่ต้องปกป้องและดูแล แต่กลับไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี ทำตัวประหนึ่งดั่งสัตว์ป่า ทำร้ายลูกหลานหญิงสาวของตนเอง จนเป็นปัญหาของสังคมจนถึงทุกวันนี้

      ที่กล่าวมาทั้งหมด ไม่ใช่การดูถูกดูแคลนผู้ชายชาวอินเดีย แต่มันคือความจริง ที่ผู้ชายชาวอินเดียส่วนมากมักส่ายหน้าที่จะยอมรับ เพราะเมื่อวันใด สิทธิของสตรีชาวอินเดียได้ก้าวกระโดดมาเทียบชั้นกับบุรุษแล้ว เขาเหล่านั้นจะสูญเสียความสะดวกสบายในชีวิตของพวกเขาไป รวมไปถึงอำนาจทางสังคม และคำว่า “สามี” จะมีความหมายเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม จนพวกเขายอมรับไม่ได้
“สามีที่ดี ไม่ว่าที่ไหนๆ ในโลกก็มีน้อย ไม่ใช่แต่ในอินเดียเท่านั้น” ชีวิตผู้หญิงอินเดียจึงเปรียบเสมือน “ดอกไม้ในพงหนามนับพัน” (A blossom in a thousand thorns) นี่คือชีวิตจริงๆ ที่ไม่อิงนิยาย

 

รูปประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหา

 

หมายเหตุ  :  รูปประกอบไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาใส่เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้บทความเท่านั้น

 

ซ้ำขออภัยค่ะ

 

รูปประกอบ  :  Google

 

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
babymagic's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 26,827 ครั้ง
โพสท์โดย babymagic
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
140 VOTES (4/5 จาก 35 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
“ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” รอบเพิ่มเติม เปิดยืนยันสิทธิแล้ว ใครได้ 1,000 บาท ใช้ยังไง และต้องกดอะไรภายใน 15 ต.ค.?รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทยหนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตกอิหร่านตั้งเงื่อนไข 7 ข้อเพื่อบีบให้สหรัฐฯ ยอมอ่อนข้อ และเตือนว่า "พร้อมทำสงคราม"โภชนาการบำบัดคืออะไร? การปรับอาหารให้เหมาะกับโรคและร่างกายส่องสถิติเลขท้าย 2 ตัว ย้อนหลัง 10 ปี งวด 16 ต.ค. เด่นตัวไหนสุด?10 ของใช้ที่มีข้อจำกัดขึ้นเครื่อง บางชิ้นต้องโหลด บางชิ้นห้ามโหลดเผยสถิติเลขออกบ่อยในวันศุกร์ ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569ย้อนรอยภาพถ่ายในอดีต: "การเลี้ยงลูกสไตล์โบราณ" ที่คนยุคนี้เห็นแล้วต้องทึ่ง!5 อาการผิดปกติที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์5 จังหวัด ที่ดินราคาประเมินถูกที่สุดในไทย ตารางวาเริ่มต้นหลักสิบมีจริง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 อาการผิดปกติที่ไม่ควรมองข้าม พร้อมสัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์ดาราดัง "อายากะ มิโยชิ" เผย "ฉันอาบน้ำกับพ่อ จนถึงอายุ 20"ย้อนรอยภาพถ่ายในอดีต: "การเลี้ยงลูกสไตล์โบราณ" ที่คนยุคนี้เห็นแล้วต้องทึ่ง!“ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” รอบเพิ่มเติม เปิดยืนยันสิทธิแล้ว ใครได้ 1,000 บาท ใช้ยังไง และต้องกดอะไรภายใน 15 ต.ค.?เบื้องหลังชุดกระโปรงสั้น Star Trek: สัญลักษณ์แห่งความเท่าเทียมหรือแฟชั่นแห่งยุค 1960s?ย้อนรอยมหาอุทกภัยจอห์นสทาวน์ปี 1889 (Johnstown Flood): โศกนาฏกรรมเขื่อนแตกที่สะเทือนขวัญที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา
ตั้งกระทู้ใหม่