"เจ้าหม่อมคำลือ"กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งสิบสองปันนา
"เจ้าหม่อมคำลือ" ประสูติเมื่อปี ค.ศ. 1928 และไปเรียนหนังสือที่เมืองจุงกิงเมื่ออายุ 16 ปี จนถึงปี ค.ศ. 1944 ได้เข้า “พิธีฮับเมือง” แต่ในช่วงนั้นเกิด สงครามมหาเอเชียบูรพา (ค.ศ. 1939-1945) พิธีฮับเมืองจึงไม่สมบูรณ์ ท่านได้กลับไปเรียนหนังสือ และกลับมาทำพิธีฮับเมืองครั้งที่สอง เมื่อ ค.ศ. 1948 ขณะอายุ 20 ปี
" เจ้าหม่อมคำลือ"เป็นราชบุตรของ เจ้าหม่อมแสนเมือง ซึ่งเป็นอนุชาของพระเจ้าแผ่นดินองค์ก่อน ซึ่งพระเจ้าแผ่นดินองค์ก่อนนั้นมีศักดิ์เป็นอาของเจ้าหม่อมคำลือ แต่พระองค์ท่านเองไม่มีบุตร จึงได้ขอเจ้าหม่อมคำลือเป็นราชบุตรบุญธรรม
อย่างไรก็ตาม ช่วงนั้นได้เกิดการ เปลี่ยนแปลงการปกครองภายในประเทศจีน ราวปี ค.ศ. 1949-1950 ท่านจึงกลายเป็น “กษัตริย์องค์สุดท้าย” โดยเปลี่ยนฐานันดรศักดิ์จากกษัตริย์เป็นสามัญชน โดยที่ยังมิได้ บริหารราชการแผ่นดินเลย เนื่องจากหลังจากทำพิธีฮับเมืองครั้งแรกแล้วท่านได้แต่งตั้งให้เจ้าหม่อมแสนเมือง พระราชบิดาเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จากนั้นท่านก็ไปเรียนหนังสือต่อ
หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองแล้ว ท่านได้เรียนหนังสือในระดับมหาวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยยูนนาน และได้แต่งงานกับ สิว์ จิ๊ว เฟิน ชาวจีนคุนหมิง ในปี ค.ศ.1953 ก่อนที่จะทำงานเป็นนักวิจัยด้านภาษาศาสตร์ อีก 8 ปี ที่สถาบันวิจัยชนชาติส่วนน้อยแห่งชาติ สังกัดสภาวิทยาศาสตร์ประเทศจีน ในมหาวิทยาลัยปักกิ่ง
เจ้าหม่อมคำลือกับภรรยา
ต่อมาเจ้าหม่อมแสนเมืองได้ขอให้รัฐบาลจีนย้ายทั้งสองกลับมาที่คุนหมิง โดยมาทำงานเป็นนักวิจัยด้านภาษาซึ่งรวมถึงอักษรไทลื้อ จนกระทั่ง ในปี ค.ศ. 1971 รัฐบาล จีนมีคำสั่งให้เจ้าหม่อมคำลือและภรรยาไปทำงานในชนบททำงานในสวนอ้อยใน อ.เชียงกุ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของสิบสองปันนา เป็นเวลานาน ถึง 9 ปี
การใช้เวลาในสวนอ้อยนี้ สิว์ จิ๊ว เฟิน เล่าว่า สามารถพกหนังสือหรือตำราเข้าไปอ่านได้ด้วย และหลังจาก เติ้ง เสี่ยว ผิง ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของจีนแล้ว เห็นว่านโยบายเอียงซ้าย นโยบายที่ให้เจ้านายไปใช้แรงงานในชนบท เป็นนโยบายที่ผิดพลาด ดังนั้นเจ้าหม่อมคำลือและภรรยาจึงมีโอกาสกลับคุนหมิง โดยทำงานเป็นนักวิจัยที่สถาบันวิจัยชนชาติในมหาวิทยาลัยชนชาติยูนนาน จนกระทั่งเกษียณอายุ โดยมีคุณวุฒิทางวิชาการคือ “ศาสตราจารย์”
อย่างไรก็ดี หลังจากเกษียณอายุแล้ว ทางการจีนได้ให้ฐานะ ทางสังคมแก่ เจ้าหม่อมคำลือในฐานะเจ้านายเก่าคือเป็น รองประธานสภาที่ปรึกษาการเมืองระดับมณฑล และ กรรมการสภาที่ปรึกษาการเมืองแห่งชาติ ซึ่งมีที่พัก และ รถประจำตำแหน่งให้ แต่ปัจจุบันท่านก็ได้เกษียณจากทุกตำแหน่งแล้ว
ปัจจุบันเจ้าหม่อมคำลือมีอายุ 85 ปี อาศัยอยู่ ในเมืองคุนหมิง ประเทศจีน มีบุตร 4 คน เป็นชาย 2 หญิง 2 ซึ่งรับราชการทั้งหมด ชีวิตที่เมืองคุนหมิงของท่านเป็นชีวิตที่เรียบง่ายและสงบ แม้ว่าจะมีโรคประจำตัวคือโรคเกาต์ แต่ท่านก็ยังดูสุขภาพดี เช่นเดียวกับภรรยาของท่านในวัย 83 ปี ที่ก็ยังแข็งแรงดี
ภาพถ่ายกับครอบครัว
ทั้งนี้ เจ้าหม่อมคำลือมีพระอนุชาชื่อ เจ้าหม่อมมหาวัง อยู่ที่แม่สาย จ.เชียงราย ของไทย แต่ปัจจุบันก็สิ้นแล้ว คงเหลือแต่ลูก ๆ ซึ่งอยู่ที่แม่สาย และรวมถึงในกรุงเทพฯ ที่ใช้ นามสกุล “คำลือ” เพื่อเป็นที่ระลึกถึง “เจ้าหม่อมคำลือ” กษัตริย์องค์สุดท้ายของอาณาจักรไทลื้อ
เจ้าหม่อมคำลือในปัจจุบัน (ปี 2013) อายุ 85 ปี ยังเป็นที่รักและเคารพของชาวไทลื้อ
อาณาจักรไทเดิมสิบสองปันนา-ศักดินาจารีต
แคว้นปกครองชนชาติตนเองไทสิบสองปันนา ในมณฑลยูนนาน ประเทศจีนปัจจุบันนี้ มีเนื้อที่ประมาณ 19,700 ตาราง กม. มีอาณาเขตติดกับ แขวงหลวงน้ำทา แขวงพงสาลี ของประเทศลาวและ รัฐฉาน ของ พม่า โดยมีชายแดนยาวถึง 966 กิโลเมตร และมีแม่น้ำโขงไหลผ่านตอนกลาง ในอดีตเป็น “หอคำเชียงรุ่ง” เป็นอาณาจักรไทลื้อที่ปกครองด้วยระบบศักดินาแบบจารีตที่มีเจ้าแผ่นดินไทเป็นประมุข เชียงรุ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มอาณาจักรไทเดิมในภูมิแหลมทองตอนบน
สิบสองปันนาเคยถูกพระเจ้ากาวิละเข้าตีเพื่อกวาดต้อนผู้คนกลับไปยังล้านนา เนื่องจากนครพิงค์เชียงใหม่แทบจะร้าง เพราะเกิดสงคราม ดังนั้นช่วงประวัติศาสตร์นี้จึงเรียกว่า "เก็บผักใส่ซ้า เก็บข้าใส่เมือง" ชาวไทลื้อจากสิบสองปันนาบางส่วนจึงได้มาอาศัยอยู่แถบล้านนาในช่วงเวลาดังกล่าว กระจายอยู่หลายจังหวัด เช่น เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน เป็นต้น
ต่อมาอาณาจักรล้านนา ล้านช้าง โกสัมพี (ใต้คง) แสนหวี เชียงตุง ฯลฯ ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงตาม ๆ กัน โดยล้านนาได้ถูกผนวกเป็นดินแดนส่วนหนึ่งของประเทศไทย ล้านช้างตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศส แสนหวี เชียงตุง ตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ โกสัมพีถูกสำนักราชวงศ์หมิงของจีนยุบอาณาจักร
มีแต่หอคำเชียงรุ่งที่แม้ว่าตกอยู่ใต้อาณัติของจีน แต่จีนก็อนุญาตให้เจ้าแผ่นดินเชียงรุ่งปกครองตามระบอบศักดินาเหมือนเดิม จนกระทั่งถึงยุคที่จีนเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบสังคมนิยม
หอคำเชียงรุ่ง สถาปนาขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1703 ถูกเปลี่ยนการปกครองเมื่อปี พ.ศ. 2493 โดยในกาลเวลา 790 ปีนั้นหอคำเชียงรุ่งอยู่ภายใต้การปกครองของ “ราชวงศ์พญาเจือง” หรือ “ราชวงศ์อารยะโวสวนตาน” ถึงแม้เคยเกิดการสู้รบแก่งแย่งอำนาจการสืบราชสมบัติภายในเชื้อพระวงศ์ แต่ราชสำนักที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาก็ยังเป็นราชวงศ์พญาเจือง โดยมิได้เปลี่ยนแปลงเป็นราชวงศ์อื่นใดเลย
ดังนั้น “หอคำเชียงรุ่งจึงมีประวัติยาวนาน 790 ปี ถือเป็นอาณาจักรไทเดิมหนึ่งเดียวที่มีระบอบศักดินาแบบจารีตยาวนานที่สุดในแหลมทอง”.
สภาพบ้านเมืองและผู้คนแคว้นสิบสองปันนาในอดีต
ลักษณะบ้านของชาวไทลื้อ สิบสองปันนา
ครอบครัวชนชั้นสูงไทลื้อ
สตรีชั้นสูงไทลื้อ
การเกล้าผมของสตรีสิบสองปันนา
การแต่งตัวของหญิงสาวชาวไทลื้อ คล้ายกับเชียงตุงมาก
ผู้คนมาจับจ่ายที่กาดหรือตลาดในเชียงรุ้ง สิบสองปันนา
สมัยก่อนต้องไปหาบน้ำกันเพราะยังไม่มีประปาใช้
เด็กสาวชาวไทลื้อ สิบสองปันนา
การเเต่งกายของชายชาวไทลื้อในอดีต
จักรเย็บผ้าจากจีนเริ่มเข้ามาแทนการเย็บมือแบบเดิม
วัดแห่งหนึ่งในสิบสองปันนา ศิลปะไทลื้อ
ถึงแม้จะเข้าสู่สมัยใหม่แต่ลูกหลานชาวไทลื้อยังคงเอกลักษณ์ของเผ่าด้วยการสวมชุดไทลื้อเมื่อมีงานสำคัญ
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้
Flash Express ประกาศยุติกิจการในมาเลเซีย สิ้นเดือนมกราคม 69 นี้
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
มหากาพย์ "ทวีปมู" อาณาจักรแม่ที่สาบสูญกับความลับใต้ผืนน้ำแปซิฟิก
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่กำลังขาดแคลนและเป็นที่ต้องการมากที่สุด
ภาพหาเสียงปี 2539 เมื่อ “นักพูดชื่อดัง” ก้าวสู่สนามการเมือง แต่คะแนนไม่เป็นใจ
ดราม่า..ไข่เจียวตลาดน้ำดำเนินสะดวก จานละ 400 บาท ผิดซ้ำซากจากร้านเดิม
แร่ที่เบาและอ่อนนุ่มมากที่สุด ที่สามารถพบได้บนพื้นผิวของโลก
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่มีอายุหลังก่อตั้งจังหวัดไม่ถึง 20 ปี
Flash Express ประกาศยุติกิจการในมาเลเซีย สิ้นเดือนมกราคม 69 นี้
จับแล้ว!หนุ่มนักค้ายานรก จ.ส.ต.สิบเวรห้องขัง ช่วยหลบหนี หลังศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาพร้อมระดมกำลังไล่ล่าต่อเนื่อง






























