ดาวเคราะห์น้อยก็มีหางได้
ใครบอกว่าดาวหางเท่านั้นที่จะมีหางได้ ไม่เสมอไป เพราะนักดาราศาสตร์พบว่าดาวเคราะห์น้อยก็มีหางได้เหมือนกัน ดูอย่าง พี/2013 พี 5 (P/2013 P5) วัตถุดวงนี้เป็นดาวเคราะห์น้อยที่พบว่ามีหาง และไม่ได้มีเพียงหางหรือสองหาง แต่มีถึง 6 หาง
(จาก NASA/ESA/D. Jewitt (UCLA))
"เราได้แต่อึ้งเมื่อเห็นมันครั้งแรก" เดวิด จีวิตต์ จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียในลอสแองเจลีสกล่าว "ยิ่งกว่านั้น โครงสร้างของหางยังมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากภายในเวลาเพียง 13 วัน มันแทบไม่น่าเชื่อว่าเรากำลังมองดูดาวเคราะห์น้อยอยู่"
ดาวเคราะห์น้อยมีหางได้อย่างไร ในกรณีของ พี/2013 พี 5 นี้ จีวิตต์เชื่อว่าหางนี้ไม่ได้เกิดจากการพุ่งชนกับดาวเคราะห์น้อยดวงอื่น เพราะการคายฝุ่นเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่การสาดฝุ่นก้อนใหญ่ออกมาคราวเดียว พี/2013 พี 5 คายฝุ่นออกมาเป็นระยะมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าเดือนแล้ว คาดว่าหางเกิดจากการที่อัตราการหมุนของดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ได้เพิ่มมากขึ้นจนถึงจุดที่พื้นผิวเริ่มจะหลุดลอยออกไป
ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 430 เมตร นักดาราศาสตร์ค้นพบดาวเคราะห์น้อยดวงนี้โดยใช้กล้องแพน-สตารส์ที่ตั้งอยู่ที่ฮาวาย ขณะที่ประกาศการค้นพบเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมนั้น พี/2013 พี 5 ยังมีลักษณะเป็นก้อนมัว ๆ เมื่อมีการสำรวจเพิ่มเติมโดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลเมื่อวันที่ 10 กันยายน จึงพบว่ามีหางทอดยาวออกมาหลายหางด้วย
ต่อมาในวันที่ 23 กันยายน กล้องฮับเบิลได้สำรวจดาวเคราะห์น้อยดวงนี้อีกครั้ง ก็พบว่ารูปร่างเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ราวกับว่าดาวทั้งดวงสะบัดหนีไปทางอื่น
เจสสิกา อาการ์วาล จากสถาบันมักซ์พลังค์เพื่อการวิจัยระบบสุริยะในลินเดา เยอรมนี ได้สร้างแบบจำลองขึ้นเพื่ออธิบายลักษณะที่ปรากฏ แบบจำลองนี้แสดงว่าหางของดาวเคราะห์น้อยเกิดขึ้นจากการพ่นฝุ่นอย่างฉับพลันหลายครั้ง เธอได้คำนวณออกมาว่า การพ่นฝุ่นเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 เมษายน, 18 กรกฎาคม, 24 กรกฎาคม, 8 สิงหาคม, 26 สิงหาคม และ 24 กันยายน เมื่อฝุ่นถูกพ่นออกมาก็ถูกแรงดันรังสีจากดวงอาทิตย์ปัดให้ทอดยาวออกไปด้านหลัง
แรงดันรังสียังทำให้ พี/2013 พี 5 หมุนควงเร็วขึ้นด้วย การหมุนควงนี้อาจเร็วขึ้นถึงขั้นทำให้แรงโน้มถ่วงที่ต่ำอยู่แล้วดึงฝุ่นบนดาวเคราะห์น้อยไม่อยู่ เมื่อเป็นเช่นนั้น ฝุ่นบนดาวจะเริ่มไถลออกไปอยู่ตามแนวเส้นศูนย์สูตร และค่อย ๆ หลุดลอยไปเป็นสายจนปรากฏเป็นหาง จนถึงขณะนี้ ดาวเคราะห์น้อยดวงนี้เสียมวลไปแล้วประมาณ 100-1,000 ตัน ซึ่งเป็นส่วนน้อยเมื่อเทียบกับมวลทั้งดวง
นักดาราศาสตร์ยังคงเฝ้าสำรวจดาวเคราะห์น้อย พี/2013 พี 5 ต่อไปเพื่อดูว่าฝุ่นหลุดออกจากดาวตามแนวเส้นศูนย์สูตรหรือไม่ หากเป็นเช่นนั้น ก็จะเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่าหางเกิดจากการสาดของดาวเคราะห์น้อย
ทฤษฎีของจีวิตต์ส่อให้เห็นว่า การหมุนสาดในลักษณะนี้อาจเป็นปรากฏการณ์ปกติในแถบดาวเคราะห์น้อย และอาจเป็นกลไกหลักในการสูญสลายของดาวเคราะห์น้อยขนาดเล็ก
จีวิตกล่าวว่า พี/2013 พี 5 เป็นชิ้นส่วนของดาวเคราะห์น้อยขนาดใหญ่ที่แตกออกมาเมื่อราว 200 ล้านปีก่อน นักดาราศาสตร์พบดาวเคราะห์น้อยจำนวนมากที่มีวงโคจรคล้ายดาวเคราะห์น้อยดวงนี้ จากการศึกษาดาวตกที่เกิดจากวัตถุในกลุ่มนี้พบว่าน่าจะประกอบด้วยหินแปร และไม่มีน้ำแข็งเป็นส่วนประกอบดังที่พบในดาวหาง
อ้างอิง
- Hubble sees asteroid spouting six comet-like tails - astronomy.com
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
จังหวัดไหนมีเส้นทางธรรมชาติขับรถสวยที่สุด
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
แนวทางเลข เเม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
5 มหาลัยเอกชนที่เด็กไทยนิยมเรียนที่สุด
5 (ต่าง)จังหวัด ที่สอบติดหมอมากที่สุดในประเทศไทย
รู้หรือไม่!ประเทศไทยก็ปลูกแอปเปิ้ล ได้นะ
กตัญญูอย่างไรให้ชีวิตพุ่ง? เปิด 4 "ต้นทุนทางสังคม" ที่เงินซื้อไม่ได้ แต่ได้มาเพราะใจ
5 กลโกงออนไลน์ที่คนไทยโดนมากสุด เสียหายเท่าไร และถ้าเผลอโอนแล้วต้องทำอะไรใน 1 ชั่วโมงแรก
จังหวัดที่คนย้ายไปแล้วไม่อยากกลับกรุงเทพ”
ชายก่อเหตุฆ่ากิ๊ก นำศพใส่รถมาจอดที่สน. ก่อนโทรแจ้งภรรยา เข้ามอบตัวกับตำรวจ
เปิดอันดับเครื่องใช้ไฟฟ้ากินไฟที่สุดในบ้านไทย ปี 2569 ใช้กี่ชั่วโมงถึงบิลพุ่ง
