หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

-= ความบังเอิญที่ยิ่งใหญ่ =-


โพสท์โดย

 

กระทู้นี้ เหมาะสำหรับผู้ที่รักการอ่านและบุคคลที่ไม่หยุดนิ่ง 

 

ในบรรดาการค้นพบที่เกิดขึ้นบนโลกนี้ หนึ่งในเหตุการณ์ที่คนมองว่าเป็นความบังเอิญครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดก็คือการค้นพบยาเพนิซิลลิน

เพนนิซิลลินเป็นยาปฏิชีวนะที่ออกฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อที่เราใช้กันแพร่หลายที่สุดในปัจจุบันแบบหนึ่ง เป็นต้นแบบของยาหลายๆตัวที่เราใช้

กันในปัจจุบันเช่นอะม็อกซี่ซิลิน(ที่มักได้เวลาเป็นไข้เจ็บคอแล้วไปซื้อตามร้านขายยา)

การเกิดบาดแผลต่างๆในอดีต แม้แต่แผลเล็กๆที่ถูกตะปูตำหรือมีดบาด ก็สามารถทำให้ติดเชื้อจนตายได้ง่ายๆ แต่การมียาตัวนี้ทำ

ให้เรื่องของบาดแผลติดเชื้อถือเป็นปัญหาที่เบาลงไปมาก

 



เช้าวันจันทร์ของเดือนกันยายน 1928 (2471) อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่งเดินทางกลับมาจากไปเที่ยววันหยุด ซึ่งก่อนจะออกเดินทางไปเขาได้เพาะเชื้อ

ไว้ในถาดเพาะเลี้ยงเชื้อโรค สิ่งที่เค้าพบเมื่อกลับมาก็คือ ในถาดเพาะเชื้อถาดหนึ่งมีเชื้อราเพนนิซิเลี่ยมเติบโตขึ้นและทำให้เชื้อโรคที่เขาต้องการ

ไม่เจริญเติบโต จนทำให้เขาวิจัยจนนำไปสู่การสร้างยาเพนนิซิลินในที่สุด

 

     

ปฏิกิริยาของราเพนิซิลเลียมที่มีต่อเชื้อแบคทีเรีย จะเห็น clear zone รอบๆ ราเพนิซิลเลียม 



หลายๆคนบอกว่านี่คือสิ่งที่เต็มไปด้วยความบังเอิญ

ถ้าหากเขาไม่บังเอิญไปเที่ยวกับครอบครัว เชื้อราที่ใช้เวลาในการเติบโตมากก็จะไม่ทันโต

ถ้าหากเขาไม่บังเอิญเปิดหน้าต่างทิ้งไว้ เชื้อราก็คงไม่ตกลงมาบนจานทดลอง

ถ้าหากเขาไม่บังเอิญเกิดความสงสัย เขาก็คงทิ้งจานทดลองทั้งหมดทิ้งไป

 

ดูเหมือนว่าทุกอย่างคือความบังเอิญ ?

จริงหรือ ?


เรามักจะได้รับฟังเรื่องราวการค้นพบหรือสิ่งประดิษฐ์ที่ยิ่งใหญ่หลายๆชนิดในรูปแบบนี้ นั่นคือความบังเอิญ

เมื่อได้ฟังแล้วหลายๆคนก็มักอดรู้สึกทึ่งไปไม่ได้กับความบังเอิญของมนุษยชาติดังเช่นเรื่องนี้ เพราะหากปราศจากความบังเอิญนี้ ประชากร

ในโลกอีกมากมายคงต้องตายจากการติดเชื้อธรรมดาๆนี่เอง

แต่ในทางกลับกัน หลายคนอาจจะนึกน้อยใจว่าทำไมสิ่งดีๆขนาดนี้ทำไมไม่เกิดขึ้นกับตนเอง

ก่อนจะน้อยอกน้อยใจ ... คงต้องทราบไว้ก่อนครับว่าเรื่องนี้มีหลายคนที่ไม่คิดว่ามันคือเรื่องบังเอิญ

และหลายคนก็ไม่คิดว่ามันคือการค้นพบของอเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่งคนเดียว

อย่างน้อยก็ อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่ง คนนึงแหละ


ถ้าหากเราไปอ่านหนังสือหลายๆเล่มจะระบุว่า อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่ง คือผู้ค้นพบยาเพนนิซิลิน

แต่ในความเป็นจริงแล้ว อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่ง ไม่ใช่ผู้ค้นพบยาเพนนิซิลิน

เขาไม่ได้เป็นคนแรกที่ค้นพบว่าเชื้อราสามารถใช้รักษาการติดเชื้อได้

เขาไม่ได้เป็นคนแรกที่ค้นพบราเพนนิซิเลี่ยม

 

 

 

 

เขาไม่ได้เป็นคนแรกที่ทดลองการใช้ราเพนนิซิเลี่ยมในการรักษาโรค หากแต่เป็นโจเซฟ ลิสเตอร์และเออร์ส ดูเชสเน่ที่ทดลองก่อนหน้าเขา

คนที่ค้นพบการสังเคราะห์ตัวยา ทำให้ยาคงตัว และทำออกมาให้คนใช้กันได้ ก็ไม่ใช่เขาหากแต่เป็น เชน , ฟลอเร่ ,และฮีทเล่ท์ ที่สร้างมันออกมา

การค้นพบว่าเชื้อราเพนนิซิเลี่ยมนี้มีฤทธิ์ที่ใช้ยับยั้งเชื้อโรคได้ มีบันทึกไว้ก่อนการค้นพบของอเล็กซานเดอร์เกือบ50ปี และมีการตีพิมพ์งานวิจัยเกี่ยว

กับเรื่องนี้อย่างน้อย2ครั้ง แต่ว่าคนเหล่านั้นก็ไม่ได้ปรากฎชื่อในฐานะผู้ค้นพบตัวยานี้

อะไรที่อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่งแตกต่างไปจากคนอื่นๆ


อันดับแรก งานวิจัยที่เขาทำอยู่ในตอนนั้นคือการศึกษาการทำงานของเชื้อ Staphylococcus ซึ่งถ้าหากวันนั้นเขายังมุ่งหน้าไปเป้าหมายเดิมโดย

ไม่สนใจสิ่งที่เกิดขึ้น เค้าคงทิ้งถาดเพาะเชื้อนั้นไปโดยถือเป็นสิ่งผิดพลาดในการทดลอง

ลำดับต่อมา เขาทำงานในสถาบันนั้นมานานถึง 10 ปี และได้เป็นศาสตราจารย์ทางด้านแบคทีเรีย ซึ่งทำให้เขามีทรัพยากรที่

จะติดตามเป้าหมายของตนเองได้และมีชื่อเสียงพอที่จะทำให้คนอื่นๆเชื่อถือได้

 

เขาได้ทดสอบผลของเชื้อรานี้ต่อเชื้ออีกหลายชนิด ทำให้ต่อมาสามารถออกแบบงานวิจัยได้ว่าจะเลือกใช้ยาที่ได้กับโรคที่เกิดกับเชื้อที่ยานี้"ใช้ได้ผล"

ต่างจากนักวิจัยคนอื่นที่เอายาไปใช้เลยจนทำให้ผลที่ออกมาไม่สำเร็จ

หลังจากทดสอบจนแน่ใจแล้ว อเล็กซานเดอร์ได้ใช้เวลาหลายปีในการค้นหานักเคมีที่จะสกัดหรือสังเคราะห์สารนี้ออกมาเป็นตัวยา (ซึ่งปรากฎว่า

เขาหาไม่ได้)

 

และหลังจากมีนักวิจัยคนอื่นพยายามวิจัยต่อยอดในงานนี้และตีพิมพ์งานออกมา อเล็กซานเดอร์ก็ได้ติดต่อไปยังทีมวิจัยนี้

ตลอด 12 ปีตั้งแต่เขาค้นพบเชื้อรานี้ เขาได้เพาะเชื้อราตัวนี้เก็บรักษาไว้และหวังว่าสักวันจะมีคนที่สามารถสกัดสารตัวนี้ออกมาได้

ถ้าอเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่้ง ไม่มีความช่างสังเกต เขาก็จะไม่ค้นพบสิ่งนี้

 

 

แม้เขาจะช่างสังเกต แต่หากเขาไม่มีความรู้ที่ดีพอ เขาก็จะประสบความล้มเหลวในการทดลองเหมือนนักวิจัยคนอื่นๆก่อนหน้านี้

หรือแม้เขาจะช่างสังเกต มีความรู้ แต่ไม่มีความตั้งใจและไม่มีชื่อเสียง เขาก็คงไม่ตามติดจนถึง12ปีและคงไม่สามารถทำให้นักวิจัยคนอื่นๆมาร่วมงาน

กับเขาในการวิจัยชิ้นนี้ได้

 

ความบังเอิญเป็นสิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นกับนักวิทยาศาสตร์ท่านนี้

แค่ความช่างสังเกต ประสบการณ์ ความรู้ ความตั้งใจ ชื่อเสียง และสายสัมพันธ์ที่มีต่อนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆในยุคนั้น ที่ทำให้ความบังเอิญ

นั้นเปลี่ยนเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่



ในเช้าของเดือนกันยายน 1928 อเล็กซานเดอร์ เฟลมมิ่้งตื่นขึ้นมาโดยไม่รู้มาก่อนว่าวันนั้นจะเป็นวันที่เขาค้นพบสิ่งที่วิเศษสุด

ในประวัติศาสตร์การแพทย์ เพียงแต่ว่าวันที่ความบังเอิญนั้นเกิดขึ้น เขามีคุณสมบัติอื่นๆที่จะทำให้การค้นพบนั้นเป็นจริงไว้พร้อมแล้ว

 

 



ความบังเอิญนั้นเกิดโดยไม่ได้บอกใครล่วงหน้า และเมื่อมันเกิดกับคุณมันก็ไม่ได้บอกคุณล่วงหน้าเช่นกัน

ว่าแต่ วันนี้คุณเตรียมตัวคุณพร้อมรับความบังเอิญเหล่านี้หรือยังครับ

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
marshtompneverdie's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10,820 ครั้ง
โพสท์โดย marshtompneverdie
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
72 VOTES (4/5 จาก 18 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่พูดภาษาเขมรมากที่สุดในประเทศไทย10 โรงเรียนเอกชน ที่เก่าแก่สุดในประเทศไทยน้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย"ปลากระป๋อง" เปิดแล้วกินเลยหรือควรอุ่นก่อน?10 ที่เที่ยวลับในไทย สวยระดับโลก แต่คนยังไปไม่เยอะ5 ความเจริญของไทย ภาพลักษณ์ใหม่ที่ชาวต่างชาติแห่ชื่นชม8 ดอกไม้ห้ามไหว้พระเปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?ประเทศที่ถือครองทองคำสำรองน้อยที่สุดในอาเซียนเพิ่งรู้ว่า มี 9 ประเทศแล้ว ทึ่แบนโซเชียลสำหรับเยาวชนมหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทยภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ชอบวิวตอนนี้เผย 10 อันดับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟมากที่สุด..อันดับที่ 1 ไม่ใช่แอร์!
ตั้งกระทู้ใหม่