ชาวมลายูคือใคร?
คำว่า “มลายู” เป็นชื่อของวัฒนธรรมแห่งชนชาติที่มีภูมิลำเนาอาศัยอยู่ทางตอนใต้ของแหลมทองในทวีปเอเซีย อดีตกาลก่อนยุค “อิสลามเข้ามาเผยแพร่” ชนชาติเหล่านี้นับถือผี นับถือพรหมณ์เป็นส่วนใหญ่ มีอาณาจักรเป็นของตนเอง คือ ” ลังกาสุกะ” อาณาจักรดังกล่าวมีมาก่อนยุค “สุโขทัย” และคงจะมีอาณาเขตกว้างขวางมาก รวมดินแดนหลายประเทศในแถบนั้น ทั้งภาคใต้ของไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไนดารุสลาม และอินโดนีเซียในปัจจุบัน ส่วนหนึ่งจากหลักฐานเมืองเก่าลังกาสุกะที่ขุดค้นพบในประเทศไทยปัจจุบันอยู่ที่อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี
คนไทยยุคก่อนจะเรียกหัวเมืองทางภาคใต้สุดของแหลมทองว่า “ดินแดนมลายู” และเรียกรวมคนในกลุ่มประเทศดังกล่าวข้างต้นว่า “ชาวมลายู” เช่นเดียวกัน แต่สำหรับชาวอาหรับในภูมิภาคตะวันออกกลางจะเรียกคนในภูมิภาคของประเทศดังกล่าวว่า “ชาวยะวอ” เหตุผลที่เรียก “พวกยะวอ” เพราะศาสนาอิสลามที่ได้มาเผยแพร่ในกลุ่มอาเซียนเป็นครั้งแรกโดยพ่อค้านักเดินเรือชาวอาหรับได้มาถึงเกาะ “ชวา” เป็นดินแดนแห่งแรกในอาเซียน คำว่า “ชวา” ก็คือ “ยะวอ” หรือ “ยะวา” นั่นเอง ต่อจากหมู่เกาะชวาศาสนาอิสลามได้ถูกเผยแพร่ไปตามหมู่เกาะต่างๆในมหาสมุทรอินเดีย ตลอดทั้งแหลมมลายู และดินแดนทางตอนใต้ของไทย ซึ่งในสมัยนั้นคือ “อาณาจักรศรีวิชัย” ใน “สุวรรณภูมิ” (แผ่นดินทอง)
ในอดีตยุคสมัยสุโขทัยมี 4 อาณาจักรย่อยๆคือ
- อาณาจักรล้านนา ได้แก่ ดินแดนในภาคเหนือของไทยรวมทั้งบางส่วนของพม่าในปัจจุบัน
- อาณาจักรล้านช้าง ได้แก่ ดินแดนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของไทย รวมทั้งประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในปัจจุบัน
- อาณาจักรทวารวดีศรีอยุธยา ได้แก่ ดินแดนในบริเวณภาคกลาง แถบลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ลุ่มน้ำป่าสัก ลพบุรี บางปะกง ท่าจีน แม่กลอง ทั้งหมด
- อาณาจักรศรีวิชัย ได้แก่ ดินแดนในบริเวณภาคใต้ ตั้งแต่ชุมพร เป็นต้นไป โดยมีนครศรีธรรมราชเป็นเมืองหลวงของอาณาจักรศรีวิชัย
ในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี อาณาเขตของประเทศไทยทางใต้ไปถึงนครศรีธรรมราช การรับวัฒนธรรมทางศาสนาของไทยได้เริ่มขึ้นจากภาคใต้ พุทธศาสนาในประเทศไทยสมัยสุโขทัย ก็เริ่มขึ้นที่เมืองนครศรีธรรมราชโดยมีพระภิกษุจากเมืองลังกาเข้ามาเผยแพร่จึงเรียกว่าศาสนาพุทธลัทธิลังกาวงศ์ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้เชิญพระสงฆ์ชาวลังกาเข้าไปเผยแพร่ในกรุงสุโขทัย คนไทยสมัยนั้นก็เลยเริ่มนับถือศาสนาพุทธเป็นครั้งแรก ซึ่งแต่เดิมก็คงจะนับถือภูตผีเหมือนชนเผ่าทั่วๆไป
สำหรับศาสนาอิสลาม เข้าสู่ประเทศไทยจากดินแดนภาคใต้หรือแหลมาลายูเช่นเดียวกัน โดยในสมัยสุโขทัย เมืองนครศรีธรรมราชมีหัวเมืองประเทศราชหลายเมือง กินตลอดไปจนถึงปลายแหลมมลายู สิงคโปร์ และมะละกา ซึ่งก็ถือเป็นเทศราชของไทย แต่วิธีการปกครองเมืองขึ้นสมัยนั้นส่วนกลางมิได้ส่งคนไปปกครอง เพียงแต่ให้ปกครองกันเอง โดยให้ส่งดอกไม้เงิน ดอกไม้ทอง สามปีต่อครั้งมาบรรณาการแสดงการยอมรับต่อกัน ด้วยเหตุนี้เมื่องปัตตานี (คือจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส ในปัจจุบัน) จึงขึ้นกับประเทศไทยด้วย โดยอยู่ในความดูแลของเมืองนครศรีธรรมราชและอยู่ในฐานะประเทศราชต้องส่งบรรณาการเหมือนเมืองประเทศราชอื่นๆ ในแหลมมลายู ดังนั้นในสมัยสุโขทัย จึงนับชาวมลายูซึ่งเป็นชาวมุสลิมเป็นส่วนใหญ่เป็นประชากรของประเทศไทยเช่นเดียวกัน
ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ชาวมลายูจากเมือปัตตานีได้กวาดต้อนขึ้นมาอยู่ในกรุงศรีอยุธยาด้วย โดยบรรพชนเหล่านั้นมักถูกเรียกว่า “แขกตานี” ซึ่งเป็นคนละพวกกับ “แขกเทศ” หรือ “แขกแพ” เพราะแขกเทศหรือแขกแพนั้นเป็นเชื้อสายเปอร์เซีย “อิหร่าน” ส่วนใหญ่เป็นขุนนางรับราชการในราชสำนัก และบางส่วนเป็นพ่อค้า ตั้งบ้างเรือนอยู่ในเขตพระนครศรีอยุธยา และบ้านผักให่ อำเภอผักให่ แต่พวก “แขกตานี” ส่วนใหญ่ในสมัยนั้นตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ตำบลคลองตะเคียน อำเภอพระนครศรีอยุธยา
(สุลต่านสุไลมาน ชาร์ เจ้าเมืองสงขลา)
ต่อมาในปี พ.ศ. 2310 กรุงศรีอยุธยาแตก พม่าเผากรุงเสียหายจนหมดสิ้น คนไทยแตกเป็นเหล่าเป็นก๊กมากมาย ชาวเมืองหลวงเก่า (กรุงศรีอยุธยา)ได้อพยพหนีภัยไปคนละทิศละทาง จนพระเจ้าตากสินมหาราชได้กอบกู้เอกราชของไทยขึ้นมาได้สำเร็จด้วยการประกาศตั้งกรุงธนบุรีเป็นราชธานีของไทยขึ้นมาใหม่ ผู้คนในอยุธยาก็ได้อพยพย้ายถิื่นมาลงอยู่ที่เมืองธนบุรีเป็นส่วนใหญ่ ประชากรมุสลิมก็ได้อพยพย้ายถิ่นฐานมาพร้อมกันด้วย ทั้งพวก “แขกเทศ” หรือ “แขกแพ” ซึ่งมีเชื้อสายเปอร์เซีย จากเช็คอะห์หมัด อัลคุม (พระยาจุฬาราชมนตรี) ซึ่งเป็นพวกมุสลิมซีอะห์ และพวกที่มีเชื้อสายจากสุลต่านสุลัยมาน ชาร์ ซึ่งเป็นมุสลิมซุนนี่ (สุหนี่) ก็ได้มาตั้งถิ่นฐานแห่งใหม่ในแถบคลองบางหลวง (บางกอกใหญ่) คลองบางกอกน้อย บางอ้อ ตลอดขนานลำน้ำเจ้าพระยาจากด้านล่างขึ้นไปจนถึงตลาดแก้ว (มัสยิดริยาดิสซุนนัน) หรือชาวบ้านเรียกมัสยิดบางเขน ตำบลสวนใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรีในปัจจุบัน และตลาดขวัญ (มัสยิดฮิดายะตุ้ลอุมมะห์) ในจังหวัดนนทบุรี
ในสมัยนั้น ขุนนางมุสลิมที่รับราชการชั้นผู้ใหญ่ ส่วนใหญ่จะอยู่แถวคลองบางหลวง คลองมอญ โพธิ์สามต้น ได้สร้างมัสยิดขึ้นในละแวกนั้นหลายมัสยิดเช่น
- กลุ่มมุสลีมะห์ซีอะห์ ได้สร้างมัสยิดบาราห์ที่เจริญพาสน์ ต่อมาขยายเป็นอีก 3 มัสยิดในปัจจุบัน คือ มัสยิดผดุงธรรมอิสลาม มัสยิดดิ้ลฟัลลาห์ (กุฎีปลายนา) และมัสยิดกุฎีหลวง (ถนนอิสรภาพ)
- กลุ่มมุสลิมซุนนี่ (สุหนี่) เชื้อสายสุลต่านสุลัยมาน ชาร์ ก็ได้สร้างมัสยิดขึ้น 2 แห่งคือ มัสยิดต้นสน (กุฎีใหญ่) ที่ริมคลองบางหลวงฝั่งตะวันตก ที่ตั้งอยู่ใกล้พระราชวังธนบุรี อยู่ระหว่างวัดหงส์รัตนาราม และวัดท้ายตลาด อีกมัสยิดหนึ่ง คือ มัสยิดกุฎีแดง ที่ริมคลองบางหลวงฝั่งตะวันออกไกล้วัดกัลยาณมิตร เขตธนบุรี ในปัจจุบัน
- ส่วนกลุ่มมุสลิมเชื้อสายปัตตานี (แขกตานี) ก็ได้ร่วมกันสร้างมัสยิดขึ้นที่ริมคลองบางหลวง (บางกอกใหญ่) ฝั่งตะวันออก คือมัสยิดบางหลวงกุฎีขาว (ต่อมามัสยิดกุฎีแดงได้ยุบย้ายไปรวมกับมัสยิดกุฎีขาวเป็นแห่งเดียวกัน)
5 ดินแดนที่สหรัฐอเมริกาเคยพยายามขอซื้อแต่ล้มเหลว
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
อำเภอที่อยู่ไกลจากตัวจังหวัดที่สุด
ยกเลิกข้อความไม่ได้ไม่ใช่เครื่องพัง แต่เพราะ “หมดเวลา” ไขข้อสงสัย LINE ปี 2569 ที่คนใช้ไลน์ทุกคนควรรู้
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
วิเคราะห์พฤติกรรม "ป้าหมอฟันมหาภัย": เมื่อเพื่อนบ้านกลายเป็นภัยคุกคามในมุมมองจิตวิทยา
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ทุกอำเภออยู่ติดฝั่งทะเลและชายแดน
ขยี้ตาซ้ำ! เปิดโพย 26 ชื่อ-นามสกุลไทยสุดพีค ไวรัลสะเทือนทะเบียนราษฎร์ที่มีอยู่จริง
นักวิทย์ค้นพบแหล่งน้ำที่เก่าแก่ที่สุดบนโลก อดใจไม่ไหวจึงลองดื่มดู
Flash Express ประกาศยุติกิจการในมาเลเซีย สิ้นเดือนมกราคม 69 นี้
ส่องสถิติ 10 เลขดังมาแรง "แม่ทำเนียน" งวดรับวันครู 17 มกราคม 2569
การเดินทางของรสชาติ: เปิดตำนาน "แกงกะหรี่ญี่ปุ่น" มรดกวัฒนธรรมที่เปลี่ยนโลกผ่านความกลมกล่อม
นกแก้วที่ไม่สามารถบินได้ ที่มีเพียงสายพันธุ์เดียวเท่านั้นบนโลก





