ข้อมูลประเทศสหรัฐอเมริกา
เนื่องจากก่อนหน้านี้ผมได้ตั้งกระทู้ แฉคนไทยไป ผมเลยหาข้อมูลประเทศอเมริกามาให้อ่านบ้าง อันนี้เป็นข้อมูลทั่วๆไปในเรื่องระบบต่างๆนะครับ
ข้อมูลทั่วไป
ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นประเทศที่มีเนื้อที่กว้างใหญ่ไพศาล (เทียบเท่ากับ 18 เท่าของพื้นที่ประเทศไทย) ส่วนกว้างของประเทศ จากฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกทางด้านตะวันตก ไปจนจรดมหาสมุทรแอตแลนติกทางตะวันออก มีความกว้างถึง 4,500 กิโลเมตร ซึ่งต้องใช้เวลาบินประมาณ 5 ชั่วโมง ทิศเหนือมีอาณาเขตติดกับประเทศแคนาดา ทิศใต้ติดกับประเทศเม็กซิโกและอ่าวเม็กซิโก

ประชากร
ประชากรดั้งเดิมของสหรัฐอเมริกาคือ ชาวอินเดียนแดงหลายเผ่า แต่ประชากรปัจจุบันสืบเชื้อสายมาจากชนชาติต่างๆ ทั่วโลก ชนกลุ่มแรกที่อพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐาน คือ ชาวอังกฤษและชาวเนเธอร์แลนด์ ต่อมามีการนำชนผิวดำจากประเทศแอฟริกาเข้ามาเป็นทาส ในระยะ 20 ปีที่ผ่านมา ชาวเอเชียได้อพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานมากขึ้นโดยเฉพาะชาวญี่ปุ่น โดยเข้าไปอยู่ในรัฐฮาวายมากที่สุด รัฐที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดคือ รัฐแคลิฟอร์เนีย รองลงมาคือ รัฐนิวยอร์ค
รัฐและเมืองสำคัญ
สหรัฐอเมริกาประกอบด้วยรัฐต่างๆ 50 รัฐ กับ 1 เขตการปกครองคือ วอชิงตัน ดีซี (Washington DC) รัฐเหล่านี้มีอาณาเขตติดต่อกันถึง 48 รัฐ มียกเว้น 2 รัฐคือ รัฐฮาวาย ซึ่งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก และรัฐอลาสก้า ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของ ประเทศแคนาดา เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศกว้างขวางมาก จึงทำให้ภูมิอากาศแตกต่างกันด้วย ดังนั้นรัฐต่างๆ เหล่านี้จึงถูก แบ่งเป็น 7 เขตดังนี้
|
Northwest States |
Washington, Oregon, Idaho |
|
Southwest States |
California, Nevada, Utah, Arizona |
|
North Central States |
Montana, Wyoming, Colorado, North Dakota, South Dakota, Nebraska, Kansas, Minnesota, Iowa, Missouri |
|
South Central States |
New Mexico, Oklahoma, Arkansas, Texas, Louisiana |
|
Midwest States |
Wisconsin, Illinois, Michigan, Indiana, Ohio, Kentucky |
|
Northeast States |
New Hampshire, Vermont, New York, Pennsylvania, West Virginia, Virginia, Maine, Massachusetts, Rhode Island, Connecticut, New Jersy, Delaware, Maryland, District of Columbia |
|
Southeast States |
Tennessee, North Carolina, South Carolina, Mississippi, Alabama, Georgia, Florida |
การปกครอง
ระบบการเมืองของสหรัฐอเมริกา เป็นแบบการปกครองแบบประชาธิปไตย มีประธานาธิบดีเป็นประมุขสูงสุดไม่มีนายกรัฐมนตรี มีสภา 2 สภาคือ วุฒิสภา (Senate) และสภาผู้แทนราษฎร (House of Representatives) ประธานาธิบดีอยู่ในตำแหน่งได้คราวละ 4 ปี และเป็นได้ไม่เกิน 2 สมัย พรรคการเมืองสำคัญมี 2 พรรค คือ พรรครีพับลิกัน (Republican) และ พรรคเดโมแครต (Democrat) ระบบการปกครองของสหรัฐอเมริกาเป็นแบบสหพันธรัฐ กล่าวคือ รัฐต่างๆ 50 รัฐมีสิทธิในการปกครองตนเองสูงมาก สมาชิกรัฐสภาและผู้ว่าการทุกรัฐจะมาจากการเลือกตั้งของประชาชน มีกรุงวอชิงตัน ดีซี ตั้งอยู่ในเขต District of Columbia เป็นเมืองหลวง และเป็นศูนย์กลางของการปกครอง ภายในรัฐแต่ละรัฐจะแบ่งการปกครองเป็น เขตเมือง เทศบาลเมือง และการปกครองระดับท้องถิ่น
สังคมและวัฒนธรรม
ชาวอเมริกันเป็นผู้อพยพมาจากหลากหลายวัฒนธรรม กลุ่มคนต่างๆ เหล่านี้บางกลุ่มยังคงรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของตนไว้ เช่น กลุ่มชาวจีนจะเกาะกลุ่มอยู่ด้วยกันในไชน่าทาวน์ ชาวอิตาเลียนจะรวมตัวกันอยู่ในลิตเติลอิตาลี เป็นต้น
ชาวอเมริกันเป็นคนที่ไวต่อการเรียนรู้ และเปิดรับประสบการณ์ใหม่ๆ เต็มใจที่จะค้นคว้าเกี่ยวกับสิ่งแปลกใหม่ยังไม่เป็นที่รู้จัก มองโลกกว้างและมองสิ่งต่างๆ ในแง่ดี ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะอย่างหนึ่งของคนอเมริกัน และโดยทั่วไปจะยอมรับคนที่มีความคิดแตกต่างกัน ความเชื่อเรื่องความเท่าเทียมกันประชากร ทั้งปวงเป็นมรดกทางวัฒนธรรมอเมริกันส่วนหนึ่งมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งประเทศ
จากการมีภูมิภาคที่กว้างใหญ่ ทำให้มีขนบประเพณีและวัฒนธรรมแตกต่างกันไปในแต่ละภาค เรียกว่า "ต่างที่ต่างนิสัย" หรือลัทธิ
ภูมิภาคนิยม
ด้านภาษาอังกฤษ
ภาษาพูดตามสำเนียงท้องถิ่นยังมีอิทธิพลค่อนข้างมาก ตลอดจนทัศนคติและความเห็นความสำคัญที่ให้แก่ ชาวต่างประเทศของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น ตัวอย่างเช่น ในภาคตะวันออก ฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก หนังสือพิมพ์จะเน้นเกี่ยวกับเหตุการณ์ในยุโรป แอฟริกาเหนือและเอเชียตะวันตก ทางภาคใต้รอบๆ อ่าวเม็กซิโกจะให้ความสนใจแถบละตินอเมริกา และภาคตะวันตกแถบมหาสมุทรแปซิฟิก จะเน้นความสนใจในเอเชียตะวันออกและออสเตรเลีย
ด้านการดำรงชีวิต
คนอเมริกันเมื่อครบเกษียณอายุจะครองชีพด้วยเงินประกันสังคมและเงินบำนาญอื่นๆ รวมทั้งเงินออมทรัพย์ คนชราที่ขาดแคลน จะได้รับความช่วยเหลือจากโครงการพิเศษ เพื่อสวัสดิการสังคมของรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น เช่นเดียวกับประชากรที่มีรายได้ต่ำ
หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 นิสัยการใช้จ่ายของชาวอเมริกัน เปลี่ยนไปจากความต้องการซื้อของใช้ภายในบ้านมาเป็นการใช้จ่าย เพื่อการศึกษา การอนามัย บริการท่องเที่ยว และการพักผ่อนหย่อนใจ ชาวอเมริกันเมื่อได้รับการลาพักผ่อนประจำปี
ก็จะเดินทางท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวภายในประเทศมีวนอุทยานแห่งชาติ 42 แห่ง อุทยานของรัฐเกือบ 31,000 แห่ง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และสิ่งสวยงามมหัศจรรย์ของชาติที่น่าประทับใจ เช่น น้ำตกไนแองการ่า แกรนด์แคนยอน วนอุทยานแห่งชาติ เยลโลสโตน วนอุทยานโยซิเมติ เป็นต้น
ศาสนา
เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเป็นระบบเศรษฐกิจเสรี ชาวอเมริกันส่วนใหญ่จะมีฐานะใกล้เคียงกัน มีเป็นจำนวนน้อยที่จะร่ำรวยมหาศาล หรือยากจนมากมาย สหรัฐเป็นประเทศที่มีความเจริญและเป็นผู้นำในธุรกิจหลายประเภทและทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเกษตรกรรม อุตสาหกรรม เช่นอุตสาหกรรม รถยนต์ เครื่องบิน คอมพิวเตอร์ รวมถึงการท่องเที่ยวและบันเทิง ความมั่งคั่งส่วนใหญ่เกิดจากกิจกรรมอุตสาหกรรม และธุรกิจเอกชน
สภาพแวดล้อม
สภาพภูมิอากาศของเกรทบริเทน (Great Britain) จัดอยู่ในประเภทค่อนข้างหนาวมีความชื้นสูง เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศเป็นเกาะ มีกระแสน้ำอุ่นและน้ำเย็นไหลผ่าน ทำให้เกิดหมอกหนาแน่นปกคลุมในบางครั้ง ทางตอนเหนือจะหนาวมากกว่าทางตอนใต้ และจะมีฝนตกทางภาคตะวันตกมากกว่าทางภาคตะวันออก เดือนที่ฝนตกน้อยคือ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนกรกฎาคม อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำสุดในเดือนมกราคม 4 องศาเซลเซียส และสูงสุดในเดือนกรกฎาคม 18 องศาเซลเซียส ฤดูกาลมีทั้งหมด 4 ฤดูคือ
|
ฤดู |
ช่วงเดือน |
|
ฤดูร้อน (Summer) |
มิถุนายน - สิงหาคม |
|
ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn) |
กันยายน - พฤศจิกายน |
|
ฤดูหนาว (Winter) |
ธันวาคม - กุมภาพันธ์ |
|
ฤดูใบไม้ผลิ (Spring) |
มีนาคม - พฤษภาคม |
เวลา
ด้วยประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างมาก จึงมีการแบ่งความแตกต่างของเวลาตามเส้นแบ่งของโลก เป็น 4 เขตเวลา (Time Zone) คือ
- Eastern
- Central
- Mountain
- Pacific
ในแต่ละ Time Zone จะมีเวลาแตกต่างกัน 1 ชั่วโมง ตัว อย่างเช่น เวลาใน Eastern โซน เป็นเวลาบ่าย 4 โมงเย็น เวลาในเขต Central โซนจะเป็นบ่าย 3 โมงเย็น ในเขต Mountain โซนเป็นเวลาบ่าย 2 โมง และเวลาในเขต Pacific โซนจะเป็นเวลาบ่ายโมงตรง ในฤดูใบไม้ร่วงจะมีการหมุนเข็มนาฬิกาให้เวลาเดิน หน้าเร็วขึ้น 1 ชั่วโมง โดยจะหมุนในวันอาทิตย์สุดท้ายของเดือน ตุลาคม และในฤดูใบไม้ผลิ จะหมุนเข็มนาฬิกาให้เวลาถอยหลัง 1 ชั่วโมง โดยจะหมุนในวันอาทิตย์แรกของ เดือนเมษายน
เศรษฐกิจ
เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาเป็นระบบเศรษฐกิจเสรี ชาวอเมริกันส่วนใหญ่จะมีฐานะใกล้เคียงกัน มีเป็นจำนวนน้อยที่จะร่ำรวยมหาศาล หรือ
ยากจนมากมาย สหรัฐเป็นประเทศที่มีความเจริญและเป็นผู้นำในธุรกิจหลายประเภทและทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเกษตรกรรม อุตสาหกรรม
เช่นอุตสาหกรรม รถยนต์ เครื่องบิน คอมพิวเตอร์ รวมถึงการท่องเที่ยวและบันเทิง ความมั่งคั่งส่วนใหญ่เกิดจากกิจกรรมอุตสาหกรรม และ
ธุรกิจเอกชน
วีซ่าอเมริกา
วีซ่านักเรียน
บุคคลที่ไม่ได้ถือสัญชาติอเมริกันนั้น จำเป็นต้องมีวีซ่าเพื่อขอเข้าสหรัฐอเมริกา วีซ่านี้มีหลายประเภทแบ่งตามวัตถุประสงค์ ของผู้เดินทาง สำหรับผู้ที่จะไปศึกษาต่อในสหรัฐอเมริกานั้นจะต้องมีวีซ่านักเรียน ซึ่งเป็นวีซ่าประเภทชั่วคราว ที่มีชื่อเรียกโดยย่อว่า F-1 ถึงแม้ว่าจะมีวีซ่าสหรัฐประเภทอื่น เช่น วีซ่านักท่องเที่ยวอยู่แล้ว หากวัตถุประสงค์ที่จะเข้าประเทศครั้งนี้คือไปเรียน ก็ต้องยื่นขอวีซ่านักเรียนใหม่อีกด้วย
เอกสารในการยื่นขอวีซ่านักเรียน (ต้องทำการยื่นด้วยตัวเอง)
|
1. |
พาสปอร์ต : ต้องมีอายุเหลือใช้งานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน |
|
2. |
รูปถ่าย : ใช้รูปขนาด 5cm x 5 cm จำนวน 2 รูป ( สามารถไปถ่ายที่ตึก All season ข้างสถานทูต ) |
|
3. |
หลักฐานทางการเงิน : ให้นำสมุดฝากประจำ, ออมทรัพย์ตัวจริง หรือ ถ้าฝากบัญชีกระแสรายวัน ให้นำสเตทเม้นท์ที่ธนาคารส่งไปที่บ้านประจำทุกเดือน ระยะ 6 เดือนย้อนหลัง หลักทรัพย์ ผู้ยื่นคำร้องควรยื่นแสดงเอกสารทางการเงินที่ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อแสดงว่าตนเองมีเงินทุนจำนวนเหมาะสม ที่จะครอบคลุมถึง ค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าครองชีพระหว่างอยู่ในสหรัฐฯ โดยอาจยื่นแสดงบัญชีเงินฝากประจำ บัญชีกระแสรายวัน บัญชีออมทรัพย์ และ/หรือ ตั๋วสัญญาใช้เงิน ที่เป็นของบุคคลผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย ต้องเป็นเอกสารต้นฉบับเท่านั้น ** บัญชีเงินฝากทุกประเภทต้องมีหนังสือรับรองฐานะทางการเงินจากสำนักงานใหญ่ประกอบด้วย ** |
|
4. |
หลักฐานทางการศึกษา เอกสารการศึกษาต้นฉบับซึ่งรวมถึงประกาศนียบัตรการเข้าอบรมวิชาต่าง ๆ และใบระเบียนการศึกษาในระดับอุดมศึกษาพร้อมสำเนาทำการรับรองสำเนาเรียบร้อย |
|
5. |
บัตรข้าราชการและ/หรือ บัตรประชาชน |
|
6. |
ใบรับรองการทำงาน (ถ้ามี ) |
|
7. |
ทะเบียนบ้าน |
|
8. |
ทะเบียนสมรส (กรณีสมรส) |
|
9. |
แบบฟอร์ม DS 156 , DS157 และ DS158 |
|
10. |
แบบฟอร์ม I-20 ผู้ยื่นขอวีซ่านักเรียนต้องยื่นแบบฟอร์ม I-20 (ออกให้โดยทางโรงเรียนในสหรัฐฯ) กรุณาเซ็นชื่อและวันที่ ซึ่งอยู่ด้านล่างของแบบฟอร์ม I-20 |
|
11. |
ค่า SEVIS FEE |
|
12. |
หลักฐานความสัมพันธ์ระหว่างผู้สมัครและผู้รับรองฐานะทางการเงิน (หากผู้รับรองฐานะทางการเงินมิใช่บิดามารดา โปรดแสดงความสัมพันธ์และจดหมายอธิบายถึงความสัมพันธ์ดังกล่าว) |
|
13. |
เอกสารของผู้สนับสนุน ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน, สำเนาทะเบียนบ้าน ,ใบรับรองการเงินจากธนาคาร, จดหมายรับรองการทำงาน, สำเนาสมุดบัญชีเงินฝาก |
|
14. |
ค่าธรรมเนียมการขอวีซ่า 4,450 บาท( อาจมีการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า) |
เครดิต : http://www.sbc-education.com
4 ราศีที่จะได้รับโชคลาภในปี 2026 จากมังกรศักดิ์สิทธิ์
สีกระเป๋าสตางค์เสริมดวงตามวันเกิด ประจำปี พ.ศ.2569 สำหรับ คนเกิดวันอาทิตย์ - คนเกิดวันพุธกลางวัน
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวน้อยที่สุดในปัจจุบัน
เหมืองแร่ทองคำ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับหนึ่งของไทย
ญี่ปุ่น-เกาหลีฯ เริ่มไม่ทน ไล่แรงงานเขมรกลับประเทศ หลังรวมตัวกันประท้วง เรียกร้องให้ประณามประเทศไทยที่รุกรานเขมร
รีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)
โอเลี้ยง vs อเมริกาโน่ กาแฟดำเหมือนกัน แต่ทำไมรสชาติถึงต่างกันราวฟ้ากับเหว?
"โถส้วมแบบนั่งยองๆ หรือ โถส้วมแบบกดน้ำ" แบบไหนดีกว่ากัน?
ค้นพบ "หูเสือใบขน" พรรณไม้ที่หายาก สูญพันธุ์กว่า 130 ปี
วิธีปฏิเสธ "คำขอทำงานล่วงเวลาเร่งด่วน" แบบคนมี EQ สูง
ควรต้มไข่ในน้ำเย็นหรือน้ำเดือด?
ญี่ปุ่นพบเห็ดหายากเติบโตในป่า
หลุมที่ลึกที่สุดลึกลงไปถึงแค่ไหน?
คิวบาเผย "พลเมืองคิวบาดับ 32 ราย ขณะทหารมะกันบุกจับผู้นำเวเนซุเอลา"
เช็กด่วน! 4 ผงอันตรายใกล้ตัวในครัวเรือน บริโภคสะสมเสี่ยงโรคร้ายทำลายสุขภาพระยะยาว
รีวิวพลีชีพ "รถไฟฟ้าป้ายแดง" พาขึ้นภูทับเบิกช่วงเทศกาล... จากทริปในฝัน กลายเป็นบทเรียนราคาแพง (ครั้งแรกและครั้งเดียวพอ?)