หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตรัง เมืองต้นแบบไร้สายไฟ ทำไมหลายจังหวัดยังทำตามได้ไม่ง่าย


เขียนโดย Idea DD

ถ้าเดินผ่านบางย่านในเมืองตรัง แล้วรู้สึกว่าท้องฟ้าดูโล่งกว่าหลายเมือง ภาพนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเอง แต่เป็นผลจากโครงการนำสายไฟและสายสื่อสารลงใต้ดินที่เริ่มมาตั้งแต่ปี 2545

พื้นที่ใจกลางเมืองบางส่วน เช่น ถนนพระราม 6 ถูกยกให้เป็นตัวอย่างของการจัดระเบียบสายไฟในเมืองไทย เพราะจากเดิมที่สายไฟและสายสื่อสารพาดอยู่บนเสา ก็ถูกย้ายลงไปอยู่ใต้ดินแทน

ผลที่เห็นได้ชัดคือภาพเมืองดูสะอาดขึ้น ถนนดูเป็นระเบียบขึ้น และลดความเสี่ยงบางอย่างที่มาจากสายไฟหรือเสาไฟในพื้นที่เมือง

นี่คือเหตุผลที่ตรังมักถูกพูดถึงในฐานะ “เมืองต้นแบบไร้สายไฟ” ของไทย

แต่คำว่าเมืองไร้สายไฟ ต้องเข้าใจให้ตรงกันก่อน ไม่ได้แปลว่าทั้งจังหวัดไม่มีสายไฟบนอากาศทั้งหมด หรือทุกซอยทุกถนนถูกเปลี่ยนเป็นระบบใต้ดินแล้ว

โครงการลักษณะนี้มักเริ่มจากพื้นที่สำคัญก่อน เช่น ย่านใจกลางเมือง ถนนเศรษฐกิจ หรือจุดที่ต้องการปรับภูมิทัศน์ให้ชัดเจน จากนั้นจึงค่อยขยายตามงบประมาณและความพร้อมของแต่ละพื้นที่

ทำไมฝังสายไฟลงดินแล้วเมืองดูเปลี่ยนทันที

สายไฟบนอากาศเป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นตา จนบางครั้งแทบไม่รู้สึกว่ามันมีผลต่อภาพเมืองมากแค่ไหน

แต่เมื่อสายไฟถูกนำลงดิน ท้องฟ้าจะดูเปิดขึ้นทันที อาคาร ถนน และทางเท้าดูชัดขึ้น เมืองจึงให้ความรู้สึกเป็นระเบียบและปลอดภัยกว่าเดิม

ในมุมของคนใช้ถนน การไม่มีสายไฟพาดรกเหนือศีรษะยังช่วยลดความกังวลเรื่องสายไฟชำรุด เสาไฟล้ม หรืออุบัติเหตุจากระบบสายบนดินในบางสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม ภาพเมืองที่สวยขึ้นเป็นเพียงด้านหนึ่งของโครงการนี้ เพราะเบื้องหลังต้องมีทั้งงานระบบ งบประมาณ และการประสานงานระหว่างหลายฝ่าย

เหตุผลที่หลายเมืองยังทำตามได้ไม่ง่าย

คำถามที่หลายคนสงสัยคือ ถ้าตรังทำได้ ทำไมจังหวัดอื่นหรือเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ จึงยังไม่สามารถทำให้สายไฟหายไปจากฟ้าทั้งเมืองได้

คำตอบไม่ได้อยู่ที่เทคโนโลยีอย่างเดียว แต่อยู่ที่ต้นทุนและความซับซ้อนของเมือง

การนำสายไฟลงใต้ดินไม่ใช่แค่ขุดถนนแล้ววางสายใหม่ แต่ต้องดูระบบเดิมทั้งหมด ทั้งไฟฟ้า สายสื่อสาร อินเทอร์เน็ต รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานอื่นที่อยู่ใต้ถนน

ยิ่งเป็นเมืองใหญ่ งานยิ่งยากขึ้น เพราะถนนมีการใช้งานตลอดเวลา มีอาคารหนาแน่น มีผู้ให้บริการหลายราย และมีระบบเดิมซ้อนกันมาหลายปี

ถ้าจะทำทั้งเมืองพร้อมกัน ย่อมกระทบการจราจร งบประมาณ และการใช้ชีวิตของประชาชนมากกว่าการเลือกทำเฉพาะบางถนนหรือบางโซน

เมืองไร้สายไฟทั้งระบบ ยังไม่ใช่เรื่องที่เกิดได้ง่าย

จุดที่ควรระวังคือการเข้าใจว่าไทยมีเมืองที่ไร้สายไฟทั้งระบบแล้ว ความจริงควรมองให้ละเอียดกว่านั้น

หลายพื้นที่อาจทำได้ดีในโซนสำคัญ แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งเมืองหรือทั้งจังหวัดเปลี่ยนเป็นระบบใต้ดินทั้งหมดแล้ว

กรุงเทพฯ เองก็มีบางพื้นที่ที่เริ่มทำ เช่น ย่านเศรษฐกิจหรือพื้นที่สำคัญบางโซน ส่วนจังหวัดอย่างเชียงใหม่และภูเก็ตก็มีแนวคิดหรือการดำเนินงานในบางพื้นที่เช่นกัน

ดังนั้น เวลาดูข่าวหรือภาพเมืองที่สายไฟหายไป ควรถามเพิ่มอีกนิดว่า ทำไปแล้วกี่พื้นที่ ครอบคลุมแค่ไหน และเป็นโครงการระยะสั้นหรือแผนต่อเนื่อง

สำหรับคนในพื้นที่ คำถามสำคัญอาจไม่ใช่แค่อยากให้สายไฟหายไปจากฟ้าหรือไม่ แต่อยู่ที่เมืองนั้นพร้อมแค่ไหนที่จะแลกกับงบประมาณ งานก่อสร้าง และการจัดการระบบเดิม

ตรังจึงไม่ใช่แค่ตัวอย่างของเมืองที่ดูโล่งขึ้น แต่เป็นตัวอย่างให้เห็นว่า การทำเมืองให้เป็นระเบียบต้องเริ่มจากพื้นที่ที่พร้อมก่อน แล้วค่อยขยายอย่างรอบคอบ

ถ้าเมืองที่คุณอยู่จะเริ่มทำบ้าง จุดแรกที่ควรถูกเลือกอาจไม่ใช่ทุกถนนพร้อมกัน แต่อาจเป็นย่านเศรษฐกิจ ทางเดินหลัก หรือพื้นที่ที่คนใช้ประโยชน์มากที่สุด

เพราะเมืองที่ดี ไม่ได้เกิดจากการซ่อนสายไฟลงดินอย่างเดียว แต่อยู่ที่การเลือกทำให้คุ้ม ทั้งต่อภาพเมือง ความปลอดภัย และชีวิตประจำวันของคนที่อยู่ในเมืองนั้นจริง ๆ

แหล่งที่มา: การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA), ข้อมูลหน่วยงานท้องถิ่น
อ้างอิง: https://www.pea.co.th
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Idea DD's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 158,175 ครั้ง
เขียนโดย Idea DD
สาระความรู้ ประโยชน์สิ่งต่างๆในสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบตัว และสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันทั้งในและต่างประเทศ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
20 VOTES (5/5 จาก 4 คน)
VOTED: bbb122518, origin, puypuy, Idea DD
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิดโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยทุกวันนี้เรายังค้นหาใน Google อยู่ไหม หรือเริ่มหันมาใช้ AI ถามทุกเรื่องกันแล้ว?ส่องแนวทางเลขเด็ด AI งวด 1 ต.ค. 69: เมื่อโมเดลคอมพิวเตอร์ลองผันตัวมาเป็นเซียนหวย!ส่องซีรีส์ "คลึง" ทริลเลอร์สุดดาร์ก ช่องวัน31ไรเดอร์หนุ่มดีใจคิดว่าได้ทิป 5,000 เยน สุดท้ายชาวเน็ตเฉลยเป็นเงินวอน ถึงกับร้องห๊ะ5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิมAI วิเคราะห์สถิติ 20 ปีหวยงวด 1 ตุลาคม 69 ให้เลขท้าย 2 ตัวเน้นๆ!แอร์ ภัณฑิลา เปิดชีวิตหลังคลอดวัย 39 คันจนตัวแดง แถมเจอศึกกู้น้ำนมเพื่อลูกเคล็ดลับมัดใจชาย“มหากาพย์กิลกาเมช” วรรณกรรมอมตะ 4,000 ปี กับความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ผืนทรายเมโสโปเตเมีย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทนายแก้ว โพสต์ภาพกินข้าวกับ หนุ่ม กรรชัย ชาวเน็ตแซวเกือบครบทีม ขาดอีกคนเดียวส่องแนวทางเลขเด็ด AI งวด 1 ต.ค. 69: เมื่อโมเดลคอมพิวเตอร์ลองผันตัวมาเป็นเซียนหวย!ทุกวันนี้เรายังค้นหาใน Google อยู่ไหม หรือเริ่มหันมาใช้ AI ถามทุกเรื่องกันแล้ว?ไรเดอร์หนุ่มดีใจคิดว่าได้ทิป 5,000 เยน สุดท้ายชาวเน็ตเฉลยเป็นเงินวอน ถึงกับร้องห๊ะเขาแค่เปิดแผนที่หาที่กางเต็นท์ — แต่กลับเจอรอยอุกกาบาตกว้าง 25 กม. ที่ซ่อนมา 390 ล้านปีฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ความเป็นมาของหวยไทยเขาแค่เปิดแผนที่หาที่กางเต็นท์ — แต่กลับเจอรอยอุกกาบาตกว้าง 25 กม. ที่ซ่อนมา 390 ล้านปีโถมังกรคายลูกแก้วของจางเหิงทำงานอย่างไรธุรกิจเช่าแฟนกลับบ้านช่วยรับมือแรงกดดันช่วงตรุษจีนอย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่