หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

เมื่อก่อน ถนนสีลม พระรามสี่ และอังรีดูนังต์ เคยเป็นคลองมาก่อน

เขียนโดย Mind Matter

กรุงเทพฯเคยเป็นเมืองที่หายใจด้วยคลอง เส้นทางน้ำเป็นทั้งถนน ตรอก ตลาด และรั้วเมือง ฝรั่งที่ล่องเรือเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 5 จึงเรียกบางกอกว่าเวนิสตะวันออก ไม่ได้เรียกเพราะอาคารสวย แต่เรียกเพราะชีวิตทั้งเมืองอยู่บนน้ำจริงๆ ก่อนจะมีถนนสักเส้น คนกรุงเทพฯไปมาหาสู่กันด้วยเรือ พายจากบ้านไปวัด จากวัดไปตลาด จากตลาดกลับบ้าน ทุกอย่างเชื่อมถึงกันด้วยคลองน้อยใหญ่ที่ขุดต่อกันเป็นใยแมงมุม

กรุงเทพฯเคยมีคลองขุดเพื่อการค้าและเพื่อนำดินมาถมถนนโดยตรง คลองที่คนรุ่นปัจจุบันคุ้นชื่อแต่ไม่เคยเห็นน้ำแล้วมีหลายสาย

 

1.คลองสำเพ็ง / คลองถม

คลองสำเพ็ง หรือที่คนเรียกภายหลังว่าคลองถม เดิมเป็นคลองที่แยกจากแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสำเพ็ง ไหลไปออกคลองมหานาค เป็นเส้นทางลำเลียงสินค้าของชาวจีนสำเพ็งโดยตรง พอถึงช่วงก่อนเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 (ค.ศ. 1932) ราชการเริ่มลดบทบาทของคลอง หันมาสร้างถนน ทางการจึงนำขยะและดินมาถมคลองสำเพ็งให้กลายเป็นถนน ชาวบ้านแถวนั้นยังเรียกติดปากว่าย่านคลองถมจนถึงวันนี้ ปัจจุบันคือย่านวรจักรไปถึงเจริญกรุงและเยาวราช แหล่งขายอะไหล่ ของเก่า เครื่องใช้ไฟฟ้า ที่ทุกคนรู้จัก

 

2.คลองหัวลำโพง

อีกสายคือคลองหัวลำโพง หรือชื่อทางการว่าคลองตรง ขุดในสมัยรัชกาลที่ 4 เช่นกัน โดยขุดแยกจากคลองผดุงกรุงเกษม ผ่าทุ่งวัวลำพองซึ่งเป็นทุ่งนาเลี้ยงวัว ไปบรรจบคลองพระโขนง ดินที่ขุดขึ้นมานำมาถมเป็นถนนคู่ขนานไปด้านเหนือ เรียกว่าถนนตรง ซึ่งก็คือถนนพระรามที่ 4 ในปัจจุบัน ถนนตรงนับเป็นถนนแบบตะวันตกสายแรกๆของสยาม สร้างเสร็จก่อนถนนเจริญกรุงเสียอีก ประมาณ พ.ศ. 2400 (ค.ศ. 1857)

 

3.คลองสีลม

คลองสีลมขุดขึ้นราว พ.ศ. 2404 (ค.ศ. 1861) เดิมเป็นคลองที่ชาวต่างชาติและเจ้านายที่ได้รับสัมปทานทำนาและขุดคลองเพื่อระบายน้ำในสมัยรัชกาลที่ 4 ราว พ.ศ. 2404 (ค.ศ. 1861) คลองสีลมเชื่อมคลองถนนตรงหรือคลองหัวลำโพงกับแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อระบายน้ำและขนข้าวจากโรงสี มีกังหันลมฝรั่งสูบน้ำ จึงเรียกกันว่าสีลมคือลมที่สีหรือกังหันต้องลม ต่อมาเมื่อความต้องการที่ดินย่านธุรกิจสูงขึ้น คลองสีลมก็ถูกถมเป็นถนนสีลมในสมัยรัชกาลที่ 5 ถึงรัชกาลที่ 6

 

4.คลองอรชรหรือคลองสนามม้า

คลองอรชรหรือคลองสนามม้า ขุดเป็นเส้นตรงแนวเหนือใต้เชื่อมคลองแสนแสบกับคลองหัวลำโพง ผ่านกลางทุ่งสยามที่ต่อมาเป็นสยามสแควร์ ราชประสงค์ ปัจจุบันส่วนใหญ่ถูกถมเพื่อขยายถนนอังรีดูนังต์ เหลือเพียงแนวสั้นๆคั่นกลางระหว่างสยามพารากอนกับวัดปทุมวนารามเท่านั้น คนเดินผ่านมักไม่ทราบว่าเคยเป็นคลอง

 

5.คลองโรงไหม

“ตรอกโรงไหม” เป็นชื่อที่เชื่อมโยงกับคลองโดยคลองที่ว่าคือ “คลองคูเมืองเดิม” หรือคลองคูเมืองชั้นในสุดของกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งขุดขึ้นในสมัยกรุงธนบุรี แนวคลองเริ่มจากด้านเหนือบริเวณโรงไหมหลวง จึงถูกเรียกว่า “คลองโรงไหม” แล้วไหลลงไปออกแม่น้ำเจ้าพระยาด้านใต้บริเวณปากคลองตลาด จึงมีชื่อเรียกอีกช่วงหนึ่งว่า “คลองตลาด”

โรงไหมหลวงเป็นสถานที่ผลิตผ้าไหมและผ้าสำหรับราชสำนัก ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์มีหลักฐานว่ามีโรงไหมหลวงอยู่มากกว่าหนึ่งแห่ง โรงหนึ่งตั้งอยู่ริมคลองคูเมืองเดิมใกล้สะพานช้างโรงสี ส่วนอีกโรงอยู่บริเวณใกล้วังหน้า โรงไหมที่ริมคลองคูเมืองเดิมมีบทบาทในการผลิตพระภูษาและผ้าสมปักสำหรับพระราชทาน ก่อนที่กิจการจะค่อย ๆ ลดความสำคัญลงเมื่อผ้านำเข้าจากต่างประเทศได้รับความนิยมมากขึ้น

เมื่อคลองคูเมืองเดิมถูกถมและปรับเป็นถนนในภายหลัง เส้นทางน้ำเดิมหายไปจากสายตา แต่ชื่อ “โรงไหม” ยังคงอยู่ในชื่อตรอก กรุงเทพมหานครจึงตั้งชื่อ “ตรอกโรงไหม” เพื่อรักษาความทรงจำว่าบริเวณนั้นเคยเป็นที่ตั้งของโรงไหมหลวงและเป็นส่วนหนึ่งของคลองคูเมืองเดิม

 

6.คลองสะพานถ่าน

“ตรอกสะพานถ่าน” ก็เป็นอีกชื่อที่มีรากจากคลองอย่างชัดเจน คลองที่เกี่ยวข้องคือ “คลองหลอดวัดราชบพิธ” หรือที่คนในสมัยก่อนเรียกว่า “คลองสะพานถ่าน” คลองหลอดถูกขุดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช พ.ศ. 2326 (ค.ศ. 1783) เพื่อเชื่อมคลองคูเมืองเดิมกับคลองรอบกรุง โดยทำหน้าที่ชักน้ำระหว่างคลองสองระบบ และเป็นเส้นทางเรือสำหรับผู้คนในเมือง

ชื่อ “สะพานถ่าน” เกิดจากการที่บริเวณนั้นเคยมีท่าซื้อขายถ่าน เรือบรรทุกถ่านมาจอดขายริมคลอง สะพานที่ข้ามคลองช่วงนั้นจึงถูกเรียกว่า “สะพานถ่าน” ต่อมาชื่อของสะพานกลายเป็นชื่อเรียกคลองด้วย สะพานถ่านมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า “สะพานเฉลิมวัง 47” เปิดใช้ใน พ.ศ. 2443 (ค.ศ. 1900) ข้ามคลองหลอดวัดราชบพิธที่ถนนอุณากรรณ

ในอดีตคลองหลอดวัดราชบพิธกว้างพอที่เรือสัญจรไปมาได้ แต่เมื่อเมืองเปลี่ยนจากการเดินทางทางน้ำไปสู่ถนนและยานพาหนะ คลองจึงแคบลง ตื้นขึ้น และบทบาทการคมนาคมก็ลดลง ปัจจุบันคลองหลอดวัดราชบพิธยังคงอยู่ในฐานะคลองอนุรักษ์ แต่สะพานข้ามคลองถูกสร้างใหม่ให้ราบกับพื้นถนน เพราะไม่มีเรือผ่านเหมือนเดิม

 

เหตุใดคลองเหล่านี้จึงหมดความสำคัญลง เหตุผลแรกคือการเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องเมือง จากเมืองน้ำสู่เมืองถนน ในสมัยรัชกาลที่ 4 มีชาวตะวันตกเข้ามามาก มีการร้องขอให้สร้างถนนสำหรับรถม้า รถลาก พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงโปรดให้สร้างถนนเจริญกรุงในปี พ.ศ. 2404 (ค.ศ. 1861) เป็นถนนสายแรกที่ใช้เทคนิคแบบตะวันตก หลังจากนั้นก็มีถนนบำรุงเมือง ถนนเฟื่องนครตามมา ถนนทำให้การขนส่งเร็วขึ้น ไม่ต้องรอระดับน้ำ รถรางและต่อมารถยนต์เข้ามาแทนเรือแจว

เหตุผลที่สองคือปัญหาสุขาภิบาลและการจัดการน้ำ คลองในเขตเมืองที่คนอยู่หนาแน่นเริ่มตื้นเขินจากขยะและการปลูกสร้างรุกล้ำริมตลิ่ง น้ำไหลเวียนไม่สะดวก เกิดน้ำเน่าเสียและโรคระบาด รัฐในสมัยหลังจึงเลือกถมคลองเพื่อแก้ปัญหาทั้งการจราจรและสาธารณสุขในคราวเดียว วิธีถมด้วยขยะแล้วปรับเป็นถนนทำได้เร็วและประหยัดงบกว่าการขุดลอก

เหตุผลที่สามคือการเปลี่ยนบทบาททางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนเทคโนโลยีการเดินทาง จากเรือเป็นรถราง รถยนต์ รถไฟ ถนนไปได้เร็วกว่า บรรทุกได้มากกว่า ไม่ต้องรอระดับน้ำขึ้นลง ศูนย์กลางการค้าเคลื่อนจากท่าเรือริมคลองไปสู่ถนนและทางรถไฟ หัวลำโพงกลายเป็นศูนย์กลางใหม่แทนสำเพ็ง คลองที่เคยเป็นหลังบ้านของร้านค้า กลายเป็นหลังบ้านที่ไม่มีใครอยากเห็น

เหตุผลที่สี่คือการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ที่ดิน จากที่นา ที่สวน กลายเป็นที่ตึกแถว ที่ดินริมคลองมีราคาถูกกว่าที่ดินริมถนน เจ้าของที่ดินจึงร่วมมือกับทางการถมคลองเพื่อเพิ่มมูลค่า ผลรวมคือคลองค่อยๆตายทีละสาย จนจากที่เคยมีคลองและคูน้ำรวมกันกว่า 1,700 คลองในเขตพระนครและธนบุรีในสมัยรัชกาลที่ 5 เหลือที่ใช้งานได้จริงไม่ถึง 40 คลองในปัจจุบัน

ปัจจุบันร่องรอยของคลองที่สูญหายไปกลายเป็นอะไรไปแล้ว ส่วนใหญ่กลายเป็นถนนและย่านการค้าไปเลย คลองถมกลายเป็นถนนมหาจักรและย่านวรจักร คลองหัวลำโพงกลายเป็นถนนพระรามที่ 4 คลองสีลมกลายเป็นถนนสีลม คลองตรงส่วนหนึ่งกลายเป็นถนนพระรามที่ 4 คลองอรชรกลายเป็นถนนอังรีดูนังต์

ความสูญหายของคลองจึงไม่ใช่แค่การถมดิน แต่เป็นการเปลี่ยนวิธีที่คนกรุงเทพฯมองเมือง จากการมองเมืองจากผิวน้ำเป็นการมองจากบนถนน จากบ้านที่หันหน้าเข้าหาคลองเป็นบ้านที่หันหน้าเข้าหาถนน เรื่องราวเหล่านี้ทำให้เข้าใจว่า ทำไมกรุงเทพฯถึงมีน้ำท่วมขังง่าย เพราะถนนหลายสายทับอยู่บนทางน้ำเดิม และทำไมชื่อย่านหลายย่านถึงฟังดูขัดกับสภาพปัจจุบัน เช่น ทำไมเรียกคลองถมทั้งที่ไม่มีคลองให้เห็นแล้ว

เนื้อหาโดย: Mind Matter
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mind Matter's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 8 ครั้ง
เขียนโดย Mind Matter
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แม่นจริง vs หุ้นไทย งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่นวงกลม พร้อมชุดเลข 2 ตัว ขวาบนและแถวล่างจังหวัดไทยที่มีทั้งภูเขา ทะเล และชายแดน มีที่ไหนบ้าง?รวมแนวทางเลขสัตว์นำโชค (เสือตกถังพลังเงินดี ม้าวิ่ง ม้าสีหมอก และนกตาทิพย์) วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569ไขปริศนาไม้บรรทัด ทำไมเลข 0 ไม่ชิดขอบ เผยเหตุผลที่หลายคนไม่เคยรู้เปิดแนวทางเลขมงคล หมอปลาย พรายกระซิบ ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569เลขปิงปอง "น้องเพชรกล้า เด็กชายนำโชค" 1 พฤศจิกายน 69ไต้ฝุ่น "จำปี" ถล่มทำให้ต้องยกเลิกเที่ยวบินไต้หวันขนมไทย วัดใจ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่น อ.นัท พร้อมรายละเอียดชุดตัวเลข​ไขสงสัยทำไมต้นไม้ถึงรู้ทิศทางในการเลื้อยหาแสงแดด!รู้จัก 5 สถาบันในไทยที่เปิดสอนวิศวกรรมศาสตร์ พร้อมจุดเด่นแต่ละแห่งเมื่อพิษเศรษฐกิจกัดกินใจ ทำไมปัญหาเงินจึงทำร้ายใจมากกว่าที่คิดทำไมลายนิ้วมือมนุษย์ทุกคนถึงไม่มีวันซ้ำกัน!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แม่นจริง vs หุ้นไทย งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่นวงกลม พร้อมชุดเลข 2 ตัว ขวาบนและแถวล่าง​ไขสงสัยทำไมต้นไม้ถึงรู้ทิศทางในการเลื้อยหาแสงแดด!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
รพ.น่าน เผยรายนามผู้บริจาคเงินให้โรงพยาบาล...งานนี้ทำเอาหลายคนมีรอยยิ้มพนักงานเซเว่นพูดได้ 7 ภาษา..หรือว่าเป็นท่านประธานปลอมตัวมากันแน่ลงทะเบียนน้ำท่วมยัง? คำถามยอดฮิตของเพื่อนบ้านไทยเดินหน้าหารือยุโรปดัน FTA–OECD กระทบเศรษฐกิจไทยอย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่