หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

รีวิวหนังสือ เป็นผู้ใหญ่แล้วหาเพื่อนยากจัง

เขียนโดย machete007

เคยรู้สึกมั้ยว่าทำไมเราไม่สนิทใจกับใครเลย อยากมีเพื่อนสนิทบ้าง จะได้เปิดอกปรึกษาปัญหาส่วนตัวที่ประสบพบเจอ หรืออย่างน้อยก็พอเป็นที่ปรึกษาอะไรนิดๆหน่อยๆก็ยังดี เราอาจจะได้รู้ได้เข้าใจอะไรบ้าง ยิ่งถ้ามีใครมากล่าวหาว่าเราเองแหละที่ผิด ถ้าเราเป็นคนที่รู้จักการวางตัวเป็นก็คงจะมีเพื่อนมีสังคมกับเขาเอง แต่ความจริงแล้วคนที่ไม่มีเพื่อนนั้น เราอาจไม่ได้ผิดก็ได้ มันมีสาเหตุและปัญหาบางอย่างที่เราควคบุมไม่ได้เข้ามาเกี่ยวข้อง

ฉะนั้น หนังสือเล่มนี้จะมาให้คำตอบถึงเรื่องความสัมพันธ์กับการมีเพื่อนดีๆสักคน ซึ่งเพื่อนคือสิ่งที่แฟนและพ่อแม่ไม่อาจทดแทนได้

 

ความรู้ความประทับใจในมุมมองของครีเอเตอร์

1.เพื่อนร่วมงานมักเป็นความสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกันแค่ในเวลางานอาจมีบ้างที่ได้พบปะกันในเวลาส่วนตัว แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ยังรู้สึกเกรงใจเวลาจะส่งข้อความไปหา คิดแล้วคิดอีกว่าเขาจะรู้สึกอย่างไร ไปๆ มาๆ เราเลยติดอยู่ในความสัมพันธ์ที่เรียกว่าเพื่อน ได้ไม่เต็มปาก และยิ่งรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งที่ใจจริงอยากคบหากันอย่างสบายๆอยากเป็นเพื่อน ที่ออกไปเที่ยวเล่นด้วยกันได้แท้ๆ

2.หนึ่งในเหตุผลหลักที่เราอยากมีเพื่อนก็คือสัญชาตญาณ ดิบที่บังคับให้เราโหยหา “การแบ่งปันอารมณ์ความรู้สึกร่วมกับ ผู้อื่น” วิถีชีวิตของคนในยุคปัจจุบันเต็มไปด้วยสิ่งที่ทําให้เกิด ความเครียด แม้จะใช้ชีวิตตามปกติทั่วไป แต่เราก็ไม่พ้นสั่งสมความเครียดจน “กระแสไฟฟ้า” ในสมองแปรปรวน เมื่อกระแสไฟฟ้าในสมองของเราแปรปรวน คนที่อยู่ ใกล้ๆ จะจับพลังงานนั้นได้ และตั้งท่าโจมตีหรือแสดงท่าทีแย่ๆใส่เราโดยอัตโนมัติ

3.ผูกมิตรกับใครไม่เก่ง ไม่เคยรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งกับผู้คนเลย อะไรคือสาเหตุของปัญหาน่ากลุ้มเหล่านี้กันนะ เพราะเราเป็นคนเงียบๆ เหรอ หรือเพราะเราไม่รู้จักอ่านบรรยากาศ พอคิดทีไรก็เผลอโทษตัวเองทุกที แต่ความจริงแล้วที่เราผูกมิตรกับใครไม่เก่งอาจเป็นเพราะสาเหตุที่ “อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา” ก็ได้

4.ในการกระชับความสัมพันธ์กับคนอื่นเราจําเป็นต้อง อาศัยความเชื่อใจ ซึ่งสิ่งที่จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อใจก็คือฮอร์โมนที่ชื่อว่า “ออกซิโทซิน”

ออกซิโทซินเป็นฮอร์โมนที่จะหลั่งออกมาในสมองของแม่เมื่อให้นมลูก พร้อมกันนั้นในสมองของลูกก็จะหลั่งออกซิโทซิน ออกมาเมื่อถูกแม่โอบกอด ในบางกรณีหากเด็กไม่ได้รับการ โอบกอดหรือสัมผัสที่อบอุ่นอย่างเพียงพอ เมื่อโตมาเป็นผู้ใหญ่ ก็จะหลั่งออกซิโทซินได้น้อยไปโดยปริยาย

5.ลําดับการเกิดกับเพศของลูกมีผลต่อความรู้สึก “อยากกอด” ของคนเป็นแม่ ตัวอย่างเช่น ในกรณีของลูกคนแรก แม่จะอยาก กอดลูกชายมากกว่า ส่วนในกรณีของลูกคนที่สอง แม่จะอยาก กอดลูกสาวมากกว่า แนวโน้มดังกล่าวไม่เกี่ยวอะไรกับการขาดความรักหรือความลําเอียงรักลูกไม่เท่ากัน แต่มันเกิดจาก สัญชาตญาณดิบที่ตัวแม่เองก็ควบคุมไม่ได้

คนที่ออกซิโทซินหลั่งน้อยจะไม่ค่อยเชื่อใจใครง่ายๆ ด้วยเหตุนี้จึงมักกังวลกับความคิดของคนรอบข้างมากเกินไป หากคนที่อยู่ตรงหน้าหลบตาก็จะกังวลว่า “เขาอาจเกลียดฉันก็ได้"

6.ทุกครั้งที่นึกถึงพวกเขา เราจะรู้สึกชื่นชมยินดี นี่แหละคือสิ่งที่บ่งบอกถึง “ความเป็นเพื่อน”เวลาที่เชื่อมโยงกันด้วยสมอง คนเราสามารถสื่อสารกันผ่านความรู้สึกได้โดยตรง ไม่จําเป็นต้องสื่อสารผ่านคําพูดหรือท่าทางก็ได้

นอกจากนี้ การเชื่อมโยงด้วยสมองยังเป็นการสื่อสารแบบ สองทาง ตัวอย่างเช่น ถ้าผมนึกถึงคุณ A แล้วรู้สึกชื่นชมยินดี คุณ A ก็จะเกิดความรู้สึกแบบเดียวกันในตอนที่นึกถึงเรา บางครั้งที่จู่ๆเรานึกถึงคุณ A ขึ้นมากะทันหันก็อาจเป็นเพราะคุณ A กําลังนึกถึงเราอยู่ด้วยเช่นกัน

7.ในเวลาที่นึกถึงเพื่อน คุณไม่จําเป็นต้องกังวลว่าอีกฝ่าย จะรู้สึกอย่างไรกับคุณ เพราะความรู้สึกของอีกฝ่ายจะส่งผ่าน มาให้คุณรับรู้ตั้งแต่วินาทีแรกที่นึกถึงเขาแล้ว ทุกคนที่คุณสัมผัส ได้ถึงความรู้สึกดีๆ ก็คือเพื่อนของคุณ

8.เราไม่ควรตัดสินว่าใครเป็นอย่างไรหรือคิดอะไรจาก สีหน้าท่าทาง เพราะมันอาจไม่ตรงกับความจริงเสมอไป นอกจากนี้ ขอให้จําไว้ด้วยว่าการพยายามเอาอกเอาใจอีกฝ่าย เพียงเพราะกลัวถูกเกลียดอาจทําให้เรื่องใหญ่โตมากกว่าเดิมได้ ดังนั้นคุณไม่จําเป็นต้องถึงขั้นยอมเป็นเบี้ยล่างเพื่อรักษาความสัมพันธ์ไว้หรอก

9.ทั้งที่ถ้าไม่ลองก็ไม่รู้ แต่บางคนกลับตัดสินไปก่อนแล้ว ว่า “ไม่ไหวหรอก” จนลงมือทําจริงไม่ได้สักที...ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะเรามีความนับถือในตัวเองต่ำ ไม่ว่าจะเป็นการโดนปฏิเสธหรือถูกดุด่าเพ่งเล็งเรื่องที่“เคยทําผิดพลาด” มากกว่าเรื่องที่ “เคยทําสําเร็จ” เมื่อเจอ ประสบการณ์แบบนี้บ่อยๆ เข้า เราจะเริ่มรู้สึกด้อยค่าว่า “ฉันมันไม่ได้เรื่อง” และกลายเป็นคนที่ชอบตำหนิตัวเองอยู่ตลอด เช่น “นั่นไง ฉันทําไม่ได้จริงๆ ด้วย” หรือ “ฉันไม่มีความสามารถ ทําไปก็เปล่าประโยชน์ ทั้งที่ทําแล้วอาจจะสําเร็จก็ได้ แต่กลับกลัวจนไม่กล้าลงมือทําสักที ภาวะนี้เรียกว่า “ภาวะสิ้นหวังจากการเรียนรู้ (Learned Helplessness)” ซึ่งเป็นภาวะที่ส่งผลกระทบต่อการหาเพื่อนได้อย่างน่ากลัวเลยทีเดียว ตัวอย่างเช่น ขณะที่ตกอยู่ใน ภาวะนี้ ถ้าเราเริ่มคิดว่า “อยากไปกินข้าวกับคุณ A จัง” ทันใดนั้น สมองก็จะเกิดการต่อต้านขึ้นมาว่า “กินข้าวกับฉันเนี่ยนะ คุณ จะไปสนุกได้ยังไง” หรือ “คุณ A ป๊อปจะตาย คงมีนัดกับคนอื่นแล้วแหละ ไม่ว่างไปกับฉันหรอก” สุดท้ายเราจึงไม่กล้าชวนอีกฝ่ายสักที

10.เรามักอิจฉาคนที่มี “สิ่งดีๆ ที่เราไม่มี” เสมอ ความอิจฉา เป็นความรู้สึกอันแรงกล้าที่ทําให้เราคิดอยากควบคุมและทําร้ายอีกฝ่าย..การที่ใครสักคนพูดจาไม่ดีกับเราหรือกระทําสิ่งไร้เหตุผลใส่เรา ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากความอิจฉาแทบทั้งสิ้น การเกิด และแบ่งแยกชนชั้นขึ้นในกลุ่มเองก็เป็นเพราะ“การข่มเหง” ความอิจฉานี่แหละ

11.ความอิจฉาคืออาการที่เกิดจากสัญชาตญาณดิบ แม้ อยากห้ามก็ไม่อาจห้ามได้ด้วยสติสัมปชัญญะ ดังนั้นต่อให้คุณ บอกว่า “คุณ A นั่นแหละผิดที่อิจฉาแล้วก็โจมตีฉัน!” ก็ใช่ว่าปัญหาจะคลี่คลาย สิ่งที่ทำได้เพื่อแก้สถานการณ์มีเพียงทางเดียว นั่นก็คือ การเลิกเป็น “คนอ่อนแอ”

12.ถ้ารู้สึกว่าถูกกลุ่มยัดเยียดบทบาทที่เสียเปรียบมาให้ก็ควรหยุดแสดงเป็นคนอ่อนแอ เลิกทําเรื่องที่ไม่อยากทํา และพูดในสิ่งที่คิด ขอเพียงแสดงตัวตนที่แท้จริงให้คนอื่นเห็น คุณก็จะไม่ตกเป็นเป้าของความอิจฉา ความสัมพันธ์ภายในกลุ่มจึงน่าจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นด้วย

13.กรณีของแฟนหรือคนรักคือ “ความรักที่มีทั้งการให้และรับ” หรือ“ความรักที่มอบอะไรบางอย่างให้แก่กันและกันอย่างเท่าเทียม”ในขณะที่กรณีของครอบครัวคือ “ความรักที่เสียสละ”เช่น พ่อแม่ให้ความสําคัญกับผลประโยชน์หรือความรู้สึกของลูกมากกว่าตัวเอง

ส่วนกรณีของเพื่อนคือ “ความรักที่คอยปกป้องกันและกัน” นับเป็นความสัมพันธ์ที่ต้องมีความเชื่อใจว่า “ต่างฝ่ายต่างรักษาความลับให้กันได้” อีกทั้งยังต้องแบ่งปันอารมณ์ความรู้สึกร่วมกันได้ด้วย

 

ทั้งหมดนี้ทำให้เข้าใจตัวเองมากขึ้น บางครั้งการไม่มีเพื่อนอาจไม่ใช่ความผิดของเรา หากเราคิดถึงเพื่อนสักคนที่ไม่ได้ติดต่อกันนานมากแล้ว เราก็ยังนับว่าเขาเป็นเพื่อนได้ แม้เราจะไม่รู้เลยว่าเขาจะนับเราเป็นเพื่อนหรือเปล่า นอกจากนี้การหาเพื่อนใหม่ยังต้องอาศัยความเชื่อว่าเราคู่ควรที่จะได้เจอในอนาคต หลักการเหล่านี้้ป็นเทคนิคจิตวิทยาที่ใช้ได้ผลในการให้ความหวัง แต่อาจไม่เป็นที่พอใจสำหรับบางคน แต่สำหรับครีเอเตอร์ค่อนข้างเห็นด้วย 80% เพราะเพื่อนที่เราคิดถึงจริงๆมีอยู่ไม่กี่คน

เนื้อหาโดย: machete007
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
machete007's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 23 ครั้ง
เขียนโดย machete007
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: machete007
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดสุดท้ายในประเทศไทย ที่ยังคงมีการทำเหมืองขุดแร่ดีบุกเลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 1 พฤศจิกายน 69แนวทางเลขเด็ด "สลาก 5 ภาค" งวด 1 พฤศจิกายน 2569 สรุปทั้งเลขเด่น-เลขดัง เพียบ!มีชื่อในทะเบียนบ้าน ไม่ได้แปลว่าเป็นเจ้าของบ้าน เช็กสิทธิ์จากเอกสารไหนเปิดแนวทางเลขมงคล หมอปลาย พรายกระซิบ ลุ้นโชคงวด 1 พฤศจิกายน 2569คำสาป "มนุษย์กิ้งก่า" สู่ดาว TikTok 2 ล้านฟอล!108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงรีวิวหนังดัง Oz The Great and Powerful ออซ มหัศจรรย์พ่อมดผู้ยิ่งใหญ่เเนวทางเลขเด่น 4 จตุรเทพ จัดให้ 1 พ.ย. 69 (อ.น๊อตตี้, ดุ่ย ภรัณฯ, อ.ไม้เอก และอ.ต้น)ชี้ขาดล่าง Sompong Saiboumthree งวด 1 พ.ย. 69 เปิดเลขวิ่ง 0 เน้นเลข 50PISA ไทยดีขึ้น 3 วิชาในปี 2025 แต่คะแนนยังไม่กลับจุดเดิม"ดินประสิว" เมื่อของเสียและสิ่งปฏิกูลสามารถสร้างอำนาจทางทหาร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
สหรัฐฯ สั่งถอด DeepSeek จากระบบหน่วยงานพลเรือน แจงเหตุผลความปลอดภัย AIจีนคงดอกเบี้ยเงินกู้เดือนที่ 17 เศรษฐกิจโต 4.5% สะท้อนอะไร? เจาะสัญญาณเศรษฐกิจโลกปี2569มีการออกประกาศเตือนภัยมลพิษทางอากาศในหลายพื้นที่ของเวียดนาม โดยค่าดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) สูงเกินระดับเตือนภัยสีแดง ทางการกำลังพิจารณาใช้มาตรการทำงานจากที่บ้านและการเรียนการสอนทางไกลความตายกับความจริง
ตั้งกระทู้ใหม่