หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

5 พฤติกรรมการใช้เงินของคนรุ่นใหม่ ที่ทำให้เก็บเงินไม่อยู่

เขียนโดย savia01

ปัญหาเรื่อง "เก็บเงินไม่อยู่" หรือเงินเดือนใช้แบบเดือนชนเดือน เป็นหนึ่งในความท้าทายยอดฮิตที่คนรุ่นใหม่และคนวัยทำงานต้นๆ มักประสบพบเจอ บางครั้งแม้งานจะมั่นคงหรือมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่กลับพบว่าเงินในบัญชีปลายเดือนยังคงเหลือน้อยนิดจนน่าตกใจ ซึ่งหลายครั้งไม่ได้เกิดจากภาระค่าใช้จ่ายจำเป็นขนาดใหญ่ แต่เกิดจาก "พฤติกรรมการใช้เงินเล็กๆ น้อยๆ" ในชีวิตประจำวันที่เราทำจนติดเป็นนิสัยโดยไม่รู้ตัว

หากลองสังเกตและวิเคราะห์ไลฟ์สไตล์การใช้เงินของคนยุคใหม่ จะพบ 5 พฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นตัวการรั่วไหลของเงินออม ดังนี้:

1. เสพติดการใช้จ่ายเพื่อเยียวยาจิตใจ (Retail Therapy)

การให้รางวัลตัวเองในวันเหนื่อยๆ ไม่ใช่เรื่องผิด แต่เมื่อใดก็ตามที่ความเครียด ความเหนื่อยล้า หรืออารมณ์ชั่ววูบ กลายเป็นข้ออ้างในการกดสั่งของออนไลน์ ช้อปปิ้ง หรือสังสรรค์ถี่จนเกินไป การใช้จ่ายตามอารมณ์เหล่านี้จะกลายเป็นรายจ่ายก้อนโตที่สูบเงินในบัญชีไปอย่างรวดเร็ว

2. กับดักโปรโมชันและการผ่อนชำระ 0%

การมีบัตรเครดิตและระบบผ่อนชำระทำให้สินค้ามูลค่าสูงดู "จับต้องได้ง่ายขึ้น" ยอดผ่อนต่อเดือนเพียงไม่กี่ร้อยหรือหลักพันอาจดูไม่เยอะในตอนแรก แต่เมื่อสะสมหลายรายการเข้าด้วยกัน จะกลายเป็นภาระผูกพันก้อนใหญ่ในแต่ละเดือน จนแทบไม่เหลือเงินสดไว้เก็บออม

3. รายจ่ายซ่อนแอบจากระบบสมาชิกรายเดือน (Subscriptions)

ยุคดิจิทัลเต็มไปด้วยบริการรายเดือน ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งหนัง เพลง เกม หรือบริการฝากข้อมูล ยอดตัดเงินอัตโนมัติรายการละ 99 - 300 บาทต่อเดือน อาจดูเป็นเงินจำนวนน้อย แต่เมื่อรวมกันหลายบริการตลอดทั้งปี จะกลายเป็นเงินหลักหมื่นที่เราจ่ายไปโดยบางบริการแทบไม่ได้เปิดใช้งานเลย

4. พฤติกรรม "ของมันต้องมี" ตามกระแสโซเชียล

การไถฟีดโซเชียลมีเดียและเห็นเทรนด์สินค้าใหม่ๆ สินค้าตามรีวิว หรือแฟชั่นยอดฮิต มักกระตุ้นความรู้สึกอยากมีอยากได้เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์ การซื้อของตามกระแสบ่อยครั้ง มักจบลงด้วยการได้สิ่งของที่ไม่ได้จำเป็นจริงๆ มาวางทิ้งไว้ในบ้าน

5. ไม่เคยทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย และไม่มีเป้าหมายการออมที่ชัดเจน

การใช้เงินแบบ "เหลือค่อยออม" มักจบลงด้วยการ "ไม่เหลือให้เก็บ" เสมอ การไม่รู้ว่าในแต่ละวันหรือแต่ละเดือนเงินหายไปกับค่าอะไรบ้าง ทำให้เราขาดการควบคุมและวางแผนการเงินในระยะยาว

การเริ่มต้นแก้ไขทำได้ง่ายๆ โดยการจัดสรรเงินออมไว้อย่างน้อย 10-20% ทันทีที่เงินเดือนออก (ออมก่อนใช้) และตั้งสติทบทวนความจำเป็นจริงก่อนกดชำระเงินทุกครั้ง จะช่วยหยุดยั้งการรั่วไหลของเงินและสร้างความมั่นคงทางการเงินได้อย่างยั่งยืน

เนื้อหาโดย: savia01
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
savia01's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 13 ครั้ง
เขียนโดย savia01
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?5 เมนูเครื่องดื่มในคาเฟ่ ที่คนสั่งเยอะที่สุดตลอดกาลทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาวจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวจัดอันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกและน้อยที่สุดในโลก 2025เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!เปิดพิกัด 5 จังหวัดของไทย ที่ไกลจากกรุงเทพฯมากที่สุด เดินทางข้ามวันเปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย5 เมืองน่าเที่ยวในเอเชีย งบน้อยก็เที่ยวได้ ไม่ง้อวีซ่าเปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมที่มาและตำนานของ "เทศกาลกินเจ"ภาพลูกนกฮูกสุดฮาที่คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดภาพถ่ายสัตว์ป่า
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จัดอันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกและน้อยที่สุดในโลก 20255 เมนูเครื่องดื่มในคาเฟ่ ที่คนสั่งเยอะที่สุดตลอดกาลมื้อหรูบนโซเชียลกำลังกดดันให้เราจ่ายเกินตัวหรือไม่ที่มาและตำนานของ "เทศกาลกินเจ"ภาพลูกนกฮูกสุดฮาที่คว้ารางวัลชนะเลิศการประกวดภาพถ่ายสัตว์ป่าคำชะโนด VS มหาอุด เปิดเลขเด่น 2 พร้อมชุด 3 ตัว และเลขบน-ล่าง งวด 16 ต.ค. 2569
กระทู้อื่นๆในบอร์ด จัดอันดับ
จัดอันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในโลกและน้อยที่สุดในโลก 20255 เมนูเครื่องดื่มในคาเฟ่ ที่คนสั่งเยอะที่สุดตลอดกาล5 แอปพลิเคชันติดเครื่อง ที่คนยุคนี้ควรมีไว้ช่วยจัดระเบียบชีวิต5 เมืองน่าเที่ยวในเอเชีย งบน้อยก็เที่ยวได้ ไม่ง้อวีซ่า
ตั้งกระทู้ใหม่