หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

พฤติกรรมเสี่ยงโรคไต หยุดซะก่อนสายเกินไป ทุกเพศทุกวัยมีโอกาสเป็น

เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า

ถ้าพูดถึง “โรคไต” หลายคนอาจนึกว่าเป็นเรื่องไกลตัว หรือเป็นโรคที่เกิดขึ้นกับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง โรคไตเรื้อรังสามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศและทุกวัย เพียงแต่ความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง รวมถึงคนที่ใช้ชีวิตประจำวันที่ทำร้ายสุขภาพโดยไม่รู้ตัว

สิ่งที่น่ากังวลคือโรคไตเรื้อรังในระยะแรกมักไม่แสดงอาการชัดเจน หลายคนยังใช้ชีวิตตามปกติ ไม่รู้สึกเจ็บหรือผิดปกติ จนกระทั่งการทำงานของไตลดลงมากจึงเริ่มพบความผิดปกติ ดังนั้นการรอให้มีอาการก่อนแล้วค่อยดูแล อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก เพราะการตรวจพบความผิดปกติเร็วช่วยให้แพทย์สามารถวางแนวทางชะลอความเสื่อมของไตได้

1. กินเค็มจัดเป็นประจำ พฤติกรรมใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม

อาหารรสเค็มจัดเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่ควรลด หากต้องการดูแลไตและสุขภาพโดยรวม เพราะการได้รับโซเดียมมากเกินไปสามารถส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้น และความดันโลหิตสูงเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโรคไตเรื้อรัง

อาหารที่ต้องระวังไม่ได้มีเพียงการเติมน้ำปลา เกลือ หรือซีอิ๊วเพิ่มเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอาหารสำเร็จรูป อาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของหมักดอง ขนมขบเคี้ยว อาหารแช่แข็ง และอาหารพร้อมรับประทานบางชนิดที่อาจมีโซเดียมสูงโดยที่ผู้บริโภคไม่ทันสังเกต

การลดเค็มจึงไม่ใช่การเลิกกินอาหารทุกอย่างที่มีรสชาติ แต่เป็นการค่อย ๆ ลดการเติมเครื่องปรุง อ่านฉลากโภชนาการ และเลือกอาหารสดมากขึ้น โดยเฉพาะคนที่มีความดันโลหิตสูงหรือมีโรคไตอยู่แล้ว ควรปรึกษาบุคลากรทางการแพทย์เรื่องปริมาณโซเดียมที่เหมาะสมกับตัวเอง

2. ปล่อยให้ความดันสูงอยู่นานโดยไม่รักษา

ความดันโลหิตสูงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของโรคไตเรื้อรัง ขณะเดียวกันเมื่อไตทำงานผิดปกติ ก็สามารถเกี่ยวข้องกับการควบคุมความดันโลหิตได้เช่นกัน จึงกลายเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อกันเป็นวงจร

ที่น่ากลัวคือบางคนมีความดันสูงแต่ไม่รู้ตัว เพราะไม่ได้ตรวจสุขภาพเป็นประจำ และยังไม่มีอาการผิดปกติชัดเจน การวัดความดันจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง

หากตรวจพบว่าความดันโลหิตสูง ไม่ควรหยุดยาเองหรือปรับยาเอง แต่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ เพราะการควบคุมความดันให้เหมาะสมเป็นส่วนหนึ่งของการลดความเสี่ยงต่อไตและระบบหัวใจและหลอดเลือด

3. น้ำตาลในเลือดสูง แต่ปล่อยไว้ไม่ดูแล

อีกปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับโรคไตเรื้อรังคือ “เบาหวาน” โดยข้อมูลจาก National Kidney Foundation ระบุว่าโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเป็นสาเหตุสำคัญของโรคไตเรื้อรัง

คนที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเป็นเวลานานจึงไม่ควรมองว่าเป็นเพียงเรื่องของระดับน้ำตาลเท่านั้น เพราะโรคเบาหวานสามารถส่งผลกระทบต่อหลอดเลือดและอวัยวะหลายส่วน รวมถึงไต

ดังนั้นผู้ที่เป็นเบาหวานควรติดตามระดับน้ำตาล รับประทานยาอย่างถูกต้องตามแพทย์สั่ง ควบคุมอาหาร ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และเข้ารับการตรวจตามนัด การควบคุมโรคตั้งแต่เนิ่น ๆ ย่อมดีกว่าปล่อยให้เกิดภาวะแทรกซ้อนแล้วค่อยแก้ไข

4. ซื้อยาแก้ปวดกินเองบ่อย ๆ โดยไม่รู้ว่ามีความเสี่ยง

ยาแก้ปวดบางกลุ่มสามารถส่งผลกระทบต่อไตได้ โดยเฉพาะยากลุ่ม NSAIDs เช่น ibuprofen และ naproxen การใช้ยาเหล่านี้เป็นเวลานานหรือในขนาดสูงอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการทำงานของไต โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคไตอยู่แล้ว หรือมีภาวะขาดน้ำ

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่การบอกว่า “ห้ามกินยาแก้ปวดทุกชนิด” แต่คือไม่ควรซื้อยามารับประทานต่อเนื่องเองโดยไม่จำเป็น และควรอ่านฉลากยาให้ละเอียด หากต้องใช้ยาเป็นประจำ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคไต เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือรับประทานยาหลายชนิดอยู่แล้ว

5. ออกแดด ทำงานหนัก หรือออกกำลังกายจนขาดน้ำ

“ดื่มน้ำน้อย” เป็นอีกเรื่องที่ถูกพูดถึงบ่อย แต่ต้องเข้าใจให้ถูกต้อง เพราะความต้องการน้ำของแต่ละคนไม่เท่ากัน ไม่มีตัวเลขเดียวที่เหมาะกับทุกคน

อย่างไรก็ตาม ภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงสามารถทำให้เลือดและสารอาหารไปเลี้ยงไตลดลง และอาจนำไปสู่การบาดเจ็บของไตได้ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่เสียเหงื่อมาก อากาศร้อนจัด ออกกำลังกายหนัก หรือมีอาการอาเจียนและท้องเสีย

วิธีที่เหมาะสมคือดื่มน้ำให้เพียงพอตามสภาพร่างกาย สภาพอากาศ และกิจกรรมที่ทำ ไม่จำเป็นต้องบังคับตัวเองให้ดื่มน้ำปริมาณมหาศาล เพราะการดื่มน้ำมากเกินไปในเวลาอันรวดเร็วก็สามารถทำให้เกิดภาวะโซเดียมในเลือดต่ำได้เช่นกัน

 

6. สูบบุหรี่เป็นประจำ

บุหรี่ไม่ได้ส่งผลเฉพาะต่อปอดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับสุขภาพของระบบหัวใจและหลอดเลือด และสามารถเพิ่มความเสี่ยงหรือทำให้โรคที่มีอยู่แย่ลงได้

สำหรับคนที่ต้องการดูแลไต การเลิกบุหรี่จึงเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมที่ควรให้ความสำคัญ เพราะการลดปัจจัยเสี่ยงต่อหลอดเลือดและโรคเรื้อรังโดยรวม ย่อมเป็นผลดีต่อสุขภาพในระยะยาว

7. น้ำหนักเกิน ไม่ออกกำลังกาย และใช้ชีวิตแบบนั่ง ๆ นอน ๆ

น้ำหนักเกินและโรคอ้วนมีความเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของโรคไต โดยส่วนหนึ่งเพราะเพิ่มโอกาสเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อโรคไตเช่นกัน

การดูแลน้ำหนักจึงไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการลดน้ำหนักแบบหักโหม แต่สามารถเริ่มจากการลดอาหารหวาน มัน เค็ม ลดอาหารแปรรูป เพิ่มอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และขยับร่างกายอย่างสม่ำเสมอให้เหมาะกับสภาพร่างกาย

สิ่งสำคัญคือไม่จำเป็นต้องรอให้ป่วยก่อนจึงเริ่มดูแลตัวเอง เพราะการป้องกันปัจจัยเสี่ยงตั้งแต่ยังแข็งแรงย่อมมีประโยชน์มากกว่า

8. ซื้อสมุนไพรหรืออาหารเสริมมากินเองโดยไม่ตรวจสอบ

คำว่า “สมุนไพร” หรือ “ธรรมชาติ” ไม่ได้หมายความว่าจะปลอดภัยกับทุกคนเสมอไป โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ไม่ทราบส่วนประกอบแน่ชัด ใช้ในปริมาณมาก หรือรับประทานร่วมกับยาชนิดอื่น

National Kidney Foundation เตือนว่าสมุนไพรและอาหารเสริมบางชนิดอาจเป็นอันตรายต่อไต หรือมีสารปนเปื้อน รวมถึงอาจเกิดปฏิกิริยากับยาที่รับประทานอยู่ ดังนั้นหากต้องการใช้สมุนไพร วิตามิน หรืออาหารเสริมเป็นประจำ ควรแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือไตทำงานผิดปกติ

9. คิดว่าอายุยังน้อยจึงไม่ต้องตรวจไต

นี่อาจเป็นความเข้าใจผิดที่ทำให้หลายคนประมาท เพราะโรคไตเรื้อรังไม่ได้เกิดเฉพาะกับผู้สูงอายุเท่านั้น แหล่งข้อมูลทางการแพทย์ระบุชัดว่า “คนทุกวัย” สามารถเกิดโรคไตเรื้อรังได้ เพียงแต่บางกลุ่มมีความเสี่ยงสูงกว่า เช่น ผู้ที่เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคอ้วน มีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต หรือเคยเกิดภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลัน

ดังนั้นคนวัยหนุ่มสาวเองก็ไม่ควรมองข้ามสุขภาพไต โดยเฉพาะหากมีปัจจัยเสี่ยงหลายอย่างร่วมกัน

สัญญาณแบบไหนที่ควรรีบไปพบแพทย์?

โรคไตระยะแรกอาจไม่มีอาการ ทำให้ไม่สามารถใช้เพียงความรู้สึกว่า “ยังแข็งแรงดี” เป็นเครื่องยืนยันว่าไตปกติได้ หากโรคดำเนินมากขึ้น อาจพบอาการ เช่น ปัสสาวะเป็นฟอง บวมบริเวณเท้าหรือข้อเท้า หนังตาบวม เหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร ปัสสาวะบ่อยโดยเฉพาะตอนกลางคืน หรือมีความผิดปกติของปัสสาวะ

อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นโรคไตแน่นอน เพราะสามารถเกิดจากโรคอื่นได้เช่นกัน หากพบความผิดปกติที่ไม่เคยเป็นมาก่อนหรือมีอาการต่อเนื่อง ควรพบแพทย์เพื่อประเมินอย่างเหมาะสม ไม่ควรซื้อยามารักษาเอง

ตรวจไตต้องตรวจอะไร?

การประเมินสุขภาพไตไม่ได้ดูจากอาการเพียงอย่างเดียว โดยการตรวจที่ใช้กัน ได้แก่ การตรวจเลือดเพื่อประเมินค่า eGFR ซึ่งสะท้อนความสามารถในการกรองของไต และการตรวจปัสสาวะเพื่อดูอัตราส่วนอัลบูมินต่อครีอะตินีน หรือ uACR ซึ่งช่วยตรวจหาการรั่วของโปรตีนที่อาจเป็นสัญญาณของความเสียหายของไต

หากมีปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือมีประวัติครอบครัวเป็นโรคไต ควรปรึกษาแพทย์ว่าควรตรวจไตบ่อยเพียงใด เพราะการพบความผิดปกติเร็วสามารถช่วยให้วางแผนดูแลและชะลอการดำเนินของโรคได้

ท้ายที่สุดแล้ว การดูแลไตไม่ใช่เรื่องของคนวัยใดวัยหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนควรใส่ใจ เพราะไตทำหน้าที่สำคัญในการกำจัดของเสีย ควบคุมสมดุลของน้ำและเกลือแร่ และมีบทบาทต่อการทำงานของร่างกายในหลายด้าน

การลดเค็ม ควบคุมความดันและน้ำตาล รักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม ออกกำลังกาย ไม่สูบบุหรี่ ระวังการใช้ยาแก้ปวด และไม่ซื้อสมุนไพรหรืออาหารเสริมมารับประทานแบบไม่ตรวจสอบ ล้วนเป็นแนวทางที่ช่วยลดปัจจัยเสี่ยงได้

อย่ารอให้ไตส่งสัญญาณเตือนแล้วค่อยหันมาดูแล เพราะโรคไตบางระยะอาจเงียบจนเราแทบไม่รู้ตัว การดูแลตั้งแต่วันนี้จึงอาจเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่ช่วยรักษาสุขภาพของเราในวันข้างหน้า

ขอบคุณที่แวะมาอ่านนะครับ ถ้าชอบก็อย่าลืมกดไลน์ กดแชร์และกดติดตามด้วยนะครับเพื่อที่ท่านจะได้ไม่พลาดข่าวสารต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์และสาระความบันเทิง

แหล่งที่มา

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
หนึ่งล้านเรื่องเล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 35 ครั้ง
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
นักเขียนคอนเทนต์เชิงวิเคราะห์ด้านพฤติกรรมชีวิต สุขภาพ และสังคมเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากหลายแหล่ง พร้อมถ่ายทอดให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว และนำไปใช้ได้จริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Wisdom Insight
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หมู่บ้านที่มีบ้านร้างจำนวนมากเกิดขึ้นได้อย่างไร ? เมื่อคนหายไป แต่บ้านยังอยู่รวมสุดยอดเทคนิค! ฟื้นฟูสายตายาวตามอายุ และ ปรับปรุงผิวหย่อนคล้อย!จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวความแตกต่างระหว่างจิ้งหรีดกับจี้ป่มหวยซองเงินล้าน งวด 16 ตุลาคม 2569เปิดอันดับจังหวัดที่มีแพทย์ต่อประชากรสูงที่สุด พื้นที่ไหนบุคลากรทางการแพทย์หนาแน่นจับตา 10 เลขแม่จำเนียรงวดที่แล้ว เทียบงวด 16 ต.ค. 69 เลขไหนยังวนกลับมาเงินรัฐที่จะจ่ายเดือนตุลาคมนี้มีอะไรบ้าง เช็กวันรับเงิน ใครได้เท่าไรสถานีรถไฟกลางป่าแห่งนี้ เคยมีรถไฟผ่านทุกวัน แต่วันนี้กลับเงียบลง เพราะอะไรAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ตุลาคม 69ทำไมหลังฝนตกถึงมีกลิ่นดินหอม ๆ และทำไมบางทีฝนเบากลับได้กลิ่นชัดกว่าฝนหนัก?เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รวมสุดยอดเทคนิค! ฟื้นฟูสายตายาวตามอายุ และ ปรับปรุงผิวหย่อนคล้อย!เปิดอันดับจังหวัดที่มีแพทย์ต่อประชากรสูงที่สุด พื้นที่ไหนบุคลากรทางการแพทย์หนาแน่นความแตกต่างระหว่างจิ้งหรีดกับจี้ป่มเจแปนยกมือไหว้กลางโหนกระแส ขอโทษแม่ภัทร ยอมรับความผิดพลาด 2 ปี ลั่นเป็นเรื่องที่จำไปตลอดชีวิตจากวัดผารังหมี สู่ขุนเขาบ้านมุง กับการเดินทางที่ไม่เป็นไปตามแผนเปิดมหากาพย์ "สาเก" หรือ "ขนุนทะเล": ผลไม้เปลี่ยนประวัติศาสตร์ กับชนวนเหตุการกบฏสะท้านโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เปิดอันดับจังหวัดที่มีแพทย์ต่อประชากรสูงที่สุด พื้นที่ไหนบุคลากรทางการแพทย์หนาแน่นเงินรัฐที่จะจ่ายเดือนตุลาคมนี้มีอะไรบ้าง เช็กวันรับเงิน ใครได้เท่าไรเปิดอันดับหน่วยงานท้องถิ่นที่มีงบลงทุนสูง เงินก้อนใหญ่ถูกจัดสรรไปด้านไหนเปิดอันดับสถานที่ราชการใช้งบก่อสร้างสูง โครงการไหนมีมูลค่าสูงจนต้องจับตา
ตั้งกระทู้ใหม่