หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

วิกฤตการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครและพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างสู่ภาวะจมบาดาลถาวร

เขียนโดย Man

วันนี้ผมก็จะมานำเสนอบทความเกี่ยวกับวิกฤตการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครและพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างสู่ภาวะจมบาดาลถาวร บทความนี้ผมได้หาจากข้อมูลหลายๆที่มานำเสนอนะครับ...หวังว่ามันจะเป็นอุทาหรณ์เตือนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ในอนาคตให้ต้องระวังเพราะว่าน้ำท่วมครั้งนี้มันเป็นจุดเริ่มต้น...วิกฤตน้ำท่วมกรุงเทพฯและอนาคตแน่นอนครับข้อมูลต่างๆนี้มีที่มาที่ไปในเหตุผลประกอบการอ้างอิงเสมอครับ

รายงานการวิเคราะห์ฉากทัศน์และกรอบเวลาวิกฤตการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครและพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างสู่ภาวะจมบาดาลถาวรบทนำและกรอบเวลาวิกฤตการณ์ตามตัวเลขปี พ.ศ.การประเมินวิกฤตการณ์อุทกภัยและการจมถาวรของกรุงเทพมหานครและพื้นที่ปริมณฑลบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

จำเป็นต้องพิจารณาผ่านแบบจำลองทางอุทกวิทยาและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศระดับโลก ซึ่งระบุว่าวิกฤตการณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลันในวันเดียว หากแต่ดำเนินไปตามลำดับขั้นของวิกฤตที่สะสมตัวอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลการคาดการณ์ของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ, ธนาคารโลก, องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก และสถาบันวิจัยด้านภูมิอากาศชั้นนำ สามารถระบุหมุดหมายปี พ.ศ. ที่เป็นจุดเริ่มต้นและจุดเปลี่ยนสำคัญของวิกฤตการณ์ได้เป็น 4 ระยะหลักพ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) ถือเป็นหมุดหมายเริ่มต้นเชิงระบบของวิกฤตการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานคร

รายงานจากธนาคารโลกและสถาบันวิจัยวิทยาสตร์ภูมิอากาศ Climate Central ระบุตรงกันว่า ภายในปี พ.ศ. 2573 พื้นที่ประมาณร้อยละ 40 ถึง 96 ของกรุงเทพมหานคร จะเริ่มเผชิญกับภาวะน้ำท่วมขังรุนแรงและเกิดอุทกภัยซ้ำซากจากฝนตกหนักสุดขั้วร่วมกับภาวะน้ำทะเลหนุนสูง

ในระยะเริ่มต้นนี้ โครงสร้างพื้นฐานการระบายน้ำที่มีอยู่เดิมจะไม่สามารถระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยได้ทันในช่วงฤดูมรสุม

ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังยาวนานจนกลายเป็นความเปราะบางทางเศรษฐกิจประจำฤดูกาลพ.ศ. 2580 (ค.ศ. 2037) คือกรอบเวลาเร่งความเร็วของวิกฤตเชิงโครงสร้าง เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกเฉลี่ยที่ทะลุขีดจำกัด 1.5 องศาเซลเซียส

ส่งผลให้อัตราการขยายตัวของน้ำทะเลและการละลายของธารน้ำแข็งเร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการกดทับของโครงสร้างเมืองบนชั้นดินเหนียวอ่อน นักวิชาการด้านวิศวกรรมอุทกวิทยาเตือนว่า มาตรการชั่วคราว เช่น การใช้เครื่องสูบน้ำและกระสอบทราย จะล้มเหลวโดยสมบูรณ์

เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองสายหลักจะอยู่สูงกว่าระดับถนนในหลายพื้นที่ตลอดช่วงน้ำหนุนพ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) คือจุดเริ่มต้นของการจมใต้ระดับน้ำทะเลอย่างถาวรในเชิงกายภาพ แบบจำลองระดับความสูงภูมิประเทศดิจิทัลร่วมกับแบบจำลอง CMIP6 คาดการณ์ว่า พื้นที่อย่างน้อย 1 ใน 3 ถึงเกือบทั้งหมดของกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และสมุทรสาคร จะมีระดับความสูงลดลงจนอยู่ใต้เส้นน้ำขึ้นสูงสุด ส่งผลให้เกิดการสูญเสียผืนดินอย่างถาวร

ประชากรมากกว่า 11 ถึง 12 ล้านคนจะต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน และศูนย์กลางเศรษฐกิจหลักจะถูกน้ำทะเลท่วมขังโดยไม่สามารถสูบระบายออกได้อีกต่อไปพ.ศ. 2643 (ค.ศ. 2100) คือฉากทัศน์การจมบาดาลอย่างสมบูรณ์หากปราศจากโครงสร้างป้องกันระดับเมกะโปรเจกต์ คาดการณ์ว่าระดับน้ำทะเลปานกลางจะสูงขึ้น 1.0 ถึง 3.0 เมตร และอาจสูงถึง 5.0 เมตร

ในฉากทัศน์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกขั้นสูงสุด ซึ่งจะกลืนพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างตั้งแต่ชายฝั่งอ่าวไทยขึ้นไปจนถึงจังหวัด

พระนครศรีอยุธยาให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของอ่าวไทยอย่างสมบูรณ์ปี พ.ศ. (ค.ศ.)ระดับความเสี่ยงปัจจัยขับเคลื่อนหลักผลกระทบเชิงพื้นที่และโครงสร้าง2573 (2030)เริ่มต้นวิกฤตเรื้อรังฝนสุดขั้ว + น้ำทะเลหนุนประจำฤดู + ดินทรุดตัวพื้นที่ 40%–96% ท่วมขังซ้ำซาก ระบบระบายน้ำเมืองเริ่มไร้ประสิทธิภาพ2580 (2037)

วิกฤตเร่งตัวเชิงโครงสร้างโลกร้อนทะลุ 1.5°C + ระดับน้ำเจ้าพระยาสูงกว่าเมืองการสูบน้ำฝืนธรรมชาติล้มเหลว เมืองกลายเป็น "ก้นกระทะ" สมบูรณ์แบบ2593 (2050)จมถาวรบางส่วนระดับน้ำทะเลอ่าวไทยสูงขึ้น 20–75 ซม.1/3 ของ กทม. และปริมณฑล อยู่ใต้เส้นน้ำขึ้นสูงสุด ประชากร 11–12 ล้านคนย้ายถิ่น2643 (2100)จมสมบูรณ์ถาวรระดับน้ำทะเลโลกสูงขึ้น 1–5 เมตร

พื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างถึงอยุธยากลายเป็นอ่าวทะเลถาวรกลไกและปัจจัยเร่งสามประสานของการเกิดอุทกภัยถาวรสาเหตุที่ทำให้กรุงเทพมหานครตกอยู่ในสภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการจมบาดาลเร็วกว่าเมืองชายฝั่งอื่นในโลก

เกิดจากการซ้อนทับกันของปัจจัยคุกคามสามประการ ซึ่งการปฏิสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยเหล่านี้สร้างผลกระทบแบบทวีคูณอย่างรุนแรงกระบวนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลให้มวลน้ำในมหาสมุทรขยายตัวจากความร้อนร่วมกับการละลายของแผ่นน้ำแข็งขั้วโลก

สำหรับบริเวณอ่าวไทยตอนบน ข้อมูลทางอุทกศาสตร์พบว่า ระดับน้ำทะเลมีอัตราการสูงขึ้นเฉลี่ยประมาณ 4.0 ถึง 5.8 มิลลิเมตรต่อปี ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก เมื่อคำนวณตามแบบจำลอง CMIP6 ภายใต้ฉากทัศน์การปล่อยก๊าซเรือนกระจกปานกลางถึงสูง (SSP2-4.5 และ SSP5-8.5) ระดับน้ำทะเลในอ่าวไทยจะหนุนสูงขึ้นอีก 20 ถึง 75 เซนติเมตรภายในปี พ.ศ. 2593

ด้านธรณีวิทยา กรุงเทพมหานครตั้งอยู่บนชั้นดินเหนียวอ่อนที่มีความหนาประมาณ 15 เมตร แม้ภาครัฐจะเข้มงวดกับการสูบน้ำบาดาล แต่ด้วยแรงกดทับของโครงสร้างเมืองคอนกรีต อาคารสูง และการอัดตัวตามธรรมชาติ ทำให้แผ่นดินกรุงเทพฯ และสมุทรปราการยังคงทรุดตัวอย่างต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ย 1.0 ถึง 2.0 เซนติเมตรต่อปีสมการระดับน้ำทะเลสัมพัทธ์ (Relative Sea Level Rise: RSLR) ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง คำนวณจากผลรวมของการสูงขึ้นของระดับน้ำทะเลปานกลางและการทรุดตัวของแผ่นดินในท้องถิ่น:$$\text{RSLR} = \text{SLR}_{\text{global}} + \text{Subsidence}_{\text{local}}$$

จากสมการดังกล่าว ทำให้กรุงเทพมหานครมีอัตราการลดลงของระดับความสูงเมื่อเทียบกับระดับน้ำทะเลจริงสูงถึง 1.5 ถึง 2.5 เซนติเมตรต่อปี ส่งผลให้เมืองกลายเป็น "ก้นกระทะ" ที่อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลและระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างสมบูรณ์เมื่อปัจจัยข้างต้นผนวกกับมรสุมสุดขั้วที่ทำให้ปริมาณฝนตกหนักเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.92 ถึง 21.47

จะเกิดปรากฏการณ์อุทกภัยแบบทวีคูณ (Compound Flooding) ซึ่งน้ำเหนือหลาก ฝนตกหนักในพื้นที่ และน้ำทะเลหนุนสูงเกิดขึ้นพร้อมกัน ทำให้ระบบประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำล้มเหลวลงอย่างสิ้นเชิงเนื่องจากมวลน้ำไม่สามารถไหลออกจากเมืองได้ตามแรงโน้มถ่วงอีกต่อไปการประเมินผลกระทบเชิงพื้นที่ ประชากร และเศรษฐกิจสังคมการขยายตัวของเส้นชายฝั่งและการรุกรานของน้ำเค็มจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างกายภาพของกรุงเทพมหานครและจังหวัดบริวารอย่างเป็นลำดับขั้น

โดยพื้นที่ชายฝั่งทะเลของอ่าวไทยตอนบนจะเป็นด่านแรกที่สูญเสียสภาพแวดล้อมทางบกอย่างถาวร ก่อนจะขยายวงกว้างเข้าสู่ใจกลางเมืองและพื้นที่ลุ่มต่ำตอนบนจังหวัด / เขตพื้นที่ระดับความสูงเฉลี่ยจากน้ำทะเลอัตราการทรุดตัว / กัดเซาะฉากทัศน์ผลกระทบภายในปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050)บางขุนเทียน (กทม.), อ.พระสมุทรเจดีย์ (สมุทรปราการ)0.5 – 1.0 เมตรกัดเซาะชายฝั่ง > 10–20 เมตร/ปีชายฝั่งเดิมจมใต้ทะเลถาวร ชุมชนและสิ่งปลูกสร้าง (เช่น วัดขุนสมุทรจีน) ถูกทะเลกลืนหายสมุทรสาคร, สมุทรปราการ (เขตอุตสาหกรรม)0.8 – 1.2 เมตรทรุดตัว 1.5–2.0 ซม./ปีพื้นที่อุตสาหกรรมและเกษตรกรรมชายฝั่งจมน้ำถาวร เกิดการแพร่กระจายของน้ำเค็มเข้าสู่ชั้นน้ำใต้ดินกทม. ชั้นใน (พระนคร, บางรัก, คลองเตย, ยานนาวา)1.0 – 1.5 เมตรทรุดตัว 1.0 ซม./ปีเผชิญน้ำท่วมขังเรื้อรังจากน้ำทะเลหนุนย้อนเข้าท่อระบายน้ำ แม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นคันกั้นน้ำถาวรกทม. ฝั่งตะวันออก (ประเวศ, ลาดกระบัง, หนองจอก)0.5 – 1.0 เมตร (ที่ลุ่มต่ำ)ทรุดตัว 1.0–1.5 ซม./ปีกลายสภาพเป็นหนองน้ำรับน้ำหลากถาวร

ไร้ศักยภาพในการระบายน้ำออกสู่อ่าวไทยนนทบุรี, ปทุมธานี, พระนครศรีอยุธยา1.5 – 2.5 เมตรทรุดตัวตามสภาพดินเหนียวอ่อนลิ่มน้ำเค็มรุกสูงถึงอยุธยา แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่างเปลี่ยนสภาพเป็นแหล่งน้ำกร่อยและเค็มถาวรการสูญเสียพื้นที่กายภาพดังกล่าวจะส่งผลให้ประชากรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมากกว่า 11 ถึง 12 ล้านคน กลายเป็นผู้พลัดถิ่นจากภัยสภาพภูมิอากาศ

การย้ายถิ่นฐานของประชากรขนาดใหญ่นี้จะสร้างแรงกดดันมหาศาลต่อโครงสร้างพื้นฐาน ที่ดินอุตสาหกรรม และทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่สูงของประเทศไทย โดยกลุ่มประชากรรายได้น้อยในชุมชนเปราะบางตามแนวคลองและชายฝั่งจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เนื่องจากขาดทุนทรัพย์ในการปรับปรุงที่อยู่อาศัยหรือดีดอาคารหนีระดับน้ำทะเลการประเมินยุทธศาสตร์การปรับตัว ทางรอด และข้อจำกัดเชิงนโยบายการยับยั้งวิกฤตการณ์น้ำท่วมถาวรจำเป็นต้องอาศัยการตัดสินใจเชิงนโยบายและวิศวกรรมระดับยุทธศาสตร์ ซึ่งมีทั้งข้อดี ข้อจำกัด และมูลค่าการลงทุนที่สูงมหาศาลการสร้างโครงสร้างวิศวกรรมป้องกันชายฝั่งขนาดใหญ่ เช่น โครงการสร้อยไข่มุกอ่าวไทย ซึ่งเสนอให้สร้างเกาะเทียม 9 เกาะ เชื่อมต่อกันด้วยเขื่อนกั้นน้ำทะเลความยาวกว่า 100 กิโลเมตร ตั้งแต่ชายฝั่งบางขุนเทียนถึงชลบุรี พร้อมติดตั้งประตูกั้นน้ำขนาดใหญ่ เป็นทางเลือกหนึ่งในการกั้นน้ำทะเลหนุน

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ต้องใช้วงเงินลงทุนสูง มารตฐานวิศวกรรมขั้นสูง และระยะเวลาก่อสร้างไม่น้อยกว่า 20 ปี อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศการตกตะกอนบริเวณปากแม่น้ำ ในขณะเดียวกัน รัฐบาลได้อนุมัติโครงการระบายน้ำหลากชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย วงเงิน 1.65 แสนล้านบาท เพื่อขุดคลองผันน้ำขนาดใหญ่ที่สามารถตัดยอดน้ำหลากลงสู่อ่าวไทยได้ 430 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

ซึ่งช่วยลดปริมาณน้ำเหนือที่จะไหลเข้าสู่กรุงเทพมหานครได้ระดับหนึ่ง แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาระดับน้ำทะเลหนุนสูงโดยตรงได้ในมิติของการผังเมืองและการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานเชิงนิเวศ การปรับเปลี่ยนเมืองตามโมเดลเมืองฟองน้ำ โดยการเพิ่มพื้นที่ซับน้ำ

สวนสาธารณะรองรับน้ำขัง และวัสดุซึมน้ำให้ได้ร้อยละ 20 ของพื้นที่เมืองภายในปี พ.ศ. 2573 ถือเป็นทางออกในการชะลออุทกภัยจากฝนตกหนัก อย่างไรก็ดี ปัญหาสำคัญในปัจจุบันคือ ร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร ฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 มีแนวโน้มปรับลดพื้นที่รับน้ำและอนุรักษ์ชนบท (แก้มลิงธรรมชาติ) ฝั่งตะวันออกและตะวันตกลงเกือบร้อยละ 80 เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ การลดพื้นที่พังน้ำธรรมชาติดังกล่าวจะเพิ่มความเสี่ยงให้อุโมงค์ระบายน้ำคอนกรีตไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนสุดขั้วได้หากการป้องกันเชิงโครงสร้างและการปรับผังเมืองไม่สามารถชะลอการสูงขึ้นของระดับน้ำทะเลได้ ยุทธศาสตร์ทางรอดระยะยาวเกินกว่าปี พ.ศ. 2593 คือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการตั้งถิ่นฐานอย่างสิ้นเชิง ซึ่งรวมถึงการย้ายศูนย์กลางการบริหารราชการและเศรษฐกิจขึ้นสู่พื้นที่สูงทางตอนเหนือ เช่น จังหวัดสระบุรี นครราชสีมา หรือเพชรบูรณ์ หรือการปรับเปลี่ยนโครงสร้างสถาปัตยกรรมของกรุงเทพมหานครให้กลายเป็นเมืองลอยน้ำ โดยใช้อาคารสะเทินน้ำสะเทินบกและการขนส่งทางน้ำเป็นหลัก ซึ่งต้องยอมรับการสูญเสียมูลค่าอสังหาริมทรัพย์และสิ่งก่อสร้างเดิมบนดินอย่างมหาศาลยุทธศาสตร์การรับมือความคุ้มค่าและศักยภาพข้อจำกัดและอุปสรรคสำคัญระยะเวลาดำเนินงานเขื่อนกั้นอ่าวไทย / เกาะเทียมสูงมาก (ป้องกันน้ำทะเลท่วม กทม. และปริมณฑลได้ทั้งหมด)งบประมาณสูงมาก ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและประมงชายฝั่ง20 – 30 ปีคลองผันน้ำ ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทยปานกลาง-สูง (บรรเทาน้ำเหนือหลากลง กทม. ฝั่งตะวันออก)ไม่สามารถป้องกันปัญหาระดับน้ำทะเลหนุนสูงตรงจากปากอ่าวไทยได้5 – 10 ปี (เริ่มงบประมาณปี 2570)ผังเมือง Sponge City & แก้มลิงปานกลาง (บรรเทาน้ำท่วมฉับพลันจากฝนตกหนักในเมือง)ขัดแย้งกับการขยายตัวของอสังหาริมทรัพย์ ที่ดินมีราคาสูงดำเนินการได้ทันที – 10 ปีการย้ายเมืองหลวง / เมืองลอยน้ำสูงสุดในระยะยาว (รอดพ้นจากการจมน้ำถาวรร้อยละ 100)สูญเสียมูลค่าสินทรัพย์เดิมใน กทม. มหาศาล สร้างผลกระทบทางสังคม30 – 50 ปีสรุปประเมินภาพรวมและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายจากการสังเคราะห์ข้อมูลอุทกวิทยา ธรณีวิทยา และแบบจำลองสภาพภูมิอากาศ สามารถสรุปคำตอบของกรอบเวลาได้อย่างแน่ชัดว่า ประเทศไทยจะเริ่มต้นเผชิญวิกฤตการณ์น้ำท่วมกรุงเทพมหานครอย่างเรื้อรังตั้งแต่ปี พ.ศ. 2573 (ค.ศ. 2030) เป็นต้นไป

โดยสภาวะการจมใต้ระดับน้ำทะเลอย่างถาวรจะเริ่มปรากฏชัดเจนในพื้นที่ชายฝั่งและที่ลุ่มต่ำชั้นในตั้งแต่ปี พ.ศ. 2593 (ค.ศ. 2050) หากไม่มีการลงทุนในโครงสร้างป้องกันระดับเมกะโปรเจกต์อย่างทันท่วงทีเพื่อป้องกันการสูญเสียกรุงเทพมหานครและพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศ ภาครัฐและหน่วยงานระดับนโยบายจำเป็นต้องเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์รับมือ 4 ประการอย่างเร่งด่วน ประการแรกคือการยกระดับภัยคุกคามจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลให้เป็นวาระแห่งชาติตามกรอบ IPCC AR6

โดยบูรณาการข้อมูลระดับความสูงภูมิประเทศและอุทกวิทยาจากทุกหน่วยงานให้เป็นเอกภาพ ประการที่สองคือการทบทวนร่างผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครเพื่อสงวนพื้นที่รับน้ำธรรมชาติและบังคับใช้มาตรการเมืองฟองน้ำอย่างเคร่งครัด ประการที่สามคือการเร่งตัดสินใจเชิงนโยบายต่อการก่อสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งและการผันน้ำขนาดใหญ่ เช่น คลองผันน้ำชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย และการศึกษาเขื่อนกั้นอ่าวไทย และประการสุดท้ายคือการจัดทำแผนแม่บทการย้ายศูนย์กลางบริหารและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญไปสู่พื้นที่สูงเพื่อรองรับฉากทัศน์ที่ไม่สามารถเลี่ยงได้ในอนาคต

เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้แน่นอนเพราะในอนาคตสภาพแวดล้อมสภาวะอากาศต่างๆมันเปลี่ยนแปลงไปหมดแล้วความเจริญเข้ามาแทนที่ก็จริงแต่ความเสื่อมและการสูญสลายก็ตามมาติดๆสภาวะจิตใจของแต่ละคนการเกิดของประชากรลดน้อยลงสุดท้ายแล้วมันก็อยู่กับมนุษย์ในยุคอนาคตว่าคุณจะตัดสินใจอย่างไรจะยอมแพ้หรือว่าจะสู้ต่อไปแต่สำหรับผมแล้วกรุงเทพฯและเมืองต่างๆที่อยู่ในที่ราบลุ่มต่ำจมน้ำทะเลแน่นอน

อ้างอิง: วิกิพีเดีย,google และ facebook
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Man's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7 ครั้ง
เขียนโดย Man
Man บอร์ดรวมสาระความรู้แบ่งปันกัน สาระที่นำเสนอมาเพื่อแบ่งปันความรู้ และเป็น ข้อมูล เพื่อ เป็นสาธารณประโยชน์ หวังว่า สาระความรู้ ต่างๆ คงจะมี ประโยชน์พอสมควร.. นะครับ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หมู่บ้านที่มีบ้านร้างจำนวนมากเกิดขึ้นได้อย่างไร ? เมื่อคนหายไป แต่บ้านยังอยู่ย้อนดู 10 งวด แม่น้ำหนึ่ง เลขไหนกลับมาซ้ำบ่อยที่สุดทาร์ตเชอร์รีและกีวี อาจช่วยให้นอนดีขึ้น แต่หลักฐานยังมีข้อจำกัดสถิติ vs ม้าสีหมอก vs ปฏิทิน vs วันศุกร์ แนวทางไหนให้เลขซ้ำกันมากที่สุดเปิดอันดับกองทัพที่แข็งแกร่งที่สุดในเอเชีย ปี 2569จังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?เปิดพิกัด 5 จังหวัดของไทย ที่ไกลจากกรุงเทพฯมากที่สุด เดินทางข้ามวันบทเรียนเลือดของซุนวู: เมื่อการฝึกนางสนมกลายเป็นตำนานแห่งยุทธศาสตร์และวินัยทัพเปิด 10 จังหวัด คนถูกรางวัลที่ 1 มากที่สุด จังหวัดไหนมีเศรษฐีใหม่บ่อยที่สุด?รู้ไหมพู่ถุงเท้าลูกเสือ มีประโยชน์อะไรคะน้าราคาพุ่งแตะ 250 บาท/กก. น้ำท่วม-ค่าขนส่งสูง ทำผักสดแพงขึ้น ใครไปตลาดช่วงนี้ต้องเตรียมใจ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?ย้อนดู 10 งวด แม่น้ำหนึ่ง เลขไหนกลับมาซ้ำบ่อยที่สุดสถิติ vs ม้าสีหมอก vs ปฏิทิน vs วันศุกร์ แนวทางไหนให้เลขซ้ำกันมากที่สุดทำไม “สัปดาห์อวกาศโลก” ต้องเป็นวันที่ 4–10 ตุลาคม และปี 2026 ทำไมถึงพูดเรื่อง “Rocket Revolution”?ชายจาก Taured (The Man from Taured): มหาตำนานข้ามมิติ หรือเรื่องจริงของนักต้มตุ๋นระดับโลก?บทเรียนเลือดของซุนวู: เมื่อการฝึกนางสนมกลายเป็นตำนานแห่งยุทธศาสตร์และวินัยทัพ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด รวมสาระบทความแบ่งปั่นกัน
ต้นกระบองเพชร (Cactus) ที่เราเห็นเจริญเติบโตอยู่กลางทะเลทรายอันแห้งแล้ง มีที่มาที่ไปอย่างไรเรามีคำตอบฝนเจลลี่แห่งโอ๊ควิลล์ เรื่องเล่าปี 1994 ที่ยังมีข้อสงสัยเรื่องต้นกำเนิดจักวาลที่น่ากลัวที่นอกเหนือจากสุริยะจักรวาลมีจริงหรือไม่ภาพจินตนาการนรกสวรรค์ของจิตรกรโบนาณ"Dante's Hell under Mont Saint Michel"
ตั้งกระทู้ใหม่