หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รีวิวหนังสือ แค่ใช้คำให้ฉลาด ก็เพิ่มโอกาสจาก 0 เป็น 100

เขียนโดย machete007

 

สมมุติว่าเรากำลังแอบชอบผู้หญิงคนหนึ่ง แต่เธอไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยจะชวนเธอออกเดทอย่างไรดีคำว่าไปเดทกันนะครับ...การชวนออกเดทไปทื่อๆแบบนี้ย่อมมีโอกาสสูงที่จะถูกปฏิเสธ...แต่เราสามารถเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้ด้วยการเปลี่ยนคำพูดใหม่

...เรารู้จักร้านพาสต้ารสเด็ดอยู่ร้านหนึ่งลองไปทานด้วยกันไหมครับ...

หากเราลองชวนแบบนี้โอกาสที่เธอจะตอบตกลงย่อมเพิ่มขึ้นเพราะไม่ว่าจะใช้คำพูดแบบไหนก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันนั่นคือไปเดทกันไหม...นี่คือตัวอย่างคำพูดที่มีจุดมุ่งหมายเดียวกันแต่เพียงแค่ใช้วิธีการพูดแตกต่างกันก็ทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนแปลงไปได้ ผลงานการเขียนโดย ซาซากิ เคอิจิ ที่จะทำให้เรารู้จักใช้คำพูดมากกว่าที่เคย

 

ความรู้ความประทับใจของครีเอเตอร์

1.คนเราจะไม่ค่อยปฏิเสธคํา “ขอบคุณ” เนื่องจากความรู้สึก “อยากจะช่วยเหลือ” คน ที่เห็นคุณค่าของตัวเองเป็นสัญชาตญาณที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่เกิด และคนเราจะตอบสนองเวลาถูกเรียกชื่อ เช่น “คุณยามาดะ” ด้วยเหตุนี้ คุณยามาดะจึงรู้สึกว่า “ตัวเอง” ได้รับคําขอบคุณ และรู้สึกสนิทสนมกับคุณ ยิ่งขึ้น คนเราจะปฏิเสธคนที่ไม่รู้สึกผูกพันด้วยได้ง่าย แต่จะ ลปฏิเสธคนใกล้ชิดได้ยาก....แน่นอนว่าวิธีนี้อาจไม่ได้ผลเสมอไป แต่ถ้าคุณสามารถเปลี่ยนถ้อยคําเพื่อเพิ่มโอกาส ชีวิตคุณก็จะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด คุณจะได้รับการยอมรับจากผู้อื่นและทําทุกอย่างได้ผ่านฉลุย

2.ไม่ว่าคุณจะหางาน นําเสนอผลงาน สารภาพรัก หรือ ขอร้องเพื่อนให้ทําอะไรก็ตาม สิ่งเหล่านั้นจะสําเร็จหรือไม่ล้วนขึ้นอยู่กับวิธีการใช้คำ การสัมภาษณ์งานก็เช่นกัน ผู้สัมภาษณ์จะตัดสินจากวิธีการใช้คําพูดของคุณ เพราะคุณไม่สามารถเปิดเผยตัวตนทั้งหมด ออกมาในช่วงที่สัมภาษณ์งาน ตั้งแต่เล็กจนโต ชีวิตคนเราเปลี่ยนแปลงไปตามวิธีการใช้คำ และยิ่งเรื่องนั้นมี ความสำคัญมากเท่าไหร่ วิธีการใช้คําก็จะยิ่งส่งผลกระทบ โดยตรงต่อผลลัพธ์มากขึ้นตามไปด้วย จนดูเหมือนเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตได้เลยทีเดียว

 

3.สิ่งสําคัญในขั้นตอนนี้คือ การสร้างคําพูดจากบริบทของอีกฝ่าย พูดง่าย ๆ คือให้ขอร้องในสิ่งที่อีกฝ่ายจะตอบ “ตกลง” ในขณะที่คุณเองก็ได้ผลลัพธ์อย่างที่ต้อง

การ ถ้าอีกฝ่าย “ชอบอะไรแปลกใหม่” และ “ชอบอาหาร อิตาเลียน” ก็ให้สร้างคําพูดที่เติมเต็มความปรารถนาของเขา เช่น“พอดีว่ารู้จักร้านพาสต้ารสเด็ดอยู่ร้านนึง ลองไปทานด้วยกันไหม”ถ้าสิ่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่อีกฝ่ายปรารถนาจริง ๆ ก็มีความ เป็นไปได้สูงที่จะ “ตอบตกลง”

 

ซึ่งจริง ๆ แล้วในคําชวนนี้มีคําพูดที่คุณต้องการสื่อแฝง

“พอดีว่ารู้จักร้านพาสต้ารสเด็ดอยู่ร้านนึง ลองทาน ด้วยกันไหม (ไปเดตกันนะ)" เป้าหมายของคุณคือการออกเดต แต่ถ้าคุณพูดคำว่าเดตออกไป อีกฝ่ายจะ “ปฏิเสธ” ทันที คุณจึงห้ามพูดคำนี้เด็ดขาด เพราะการไปทานพาสต้าด้วยกันก็เท่ากับเป็นการไปเดตอยู่แล้ว

 

4.วิธีง่าย ๆ ที่จะเปลี่ยน “การปฏิเสธ” ให้เป็น “การตอบตกลง” คือคุณไม่ควรพูดสิ่งที่คุณต้องการไปตรง ๆ ควรเปลี่ยนสิ่งที่คุณต้องการให้เป็นประโยชน์ของอีกฝ่าย การสร้างคําขอร้องจาก “เรื่องที่อีกฝ่ายชอบ” เมื่อคุณเปลี่ยนคำขอร้องเสียใหม่ โอกาสที่อีกฝ่ายจะ “ตอบตกลง” ย่อมเพิ่มสูงขึ้น

สมมุติว่าปัญหาคือมีคนเหยียบสนามหญ้า คุณจะ เขียนป้ายห้ามอย่างไรดีเพื่อให้คนทําตาม

“ห้ามเดินลัดสนาม".......เป็นคําพูดที่เอื้อประโยชน์แก่คุณฝ่ายเดียว “ถ้าคุณเดินลัดสนาม กลิ่นยาฆ่าแมลงจะติดตัว” (สร้างคําพูดจากสิ่งที่อีกฝ่ายไม่ชอบ) แล้วคำขอร้องของคุณ (ห้ามเดินลัดสนาม) จะกลายเป็นสิ่งที่เอื้อประโยชน์แก่อีกฝ่าย

 

5.ช่วยทำงานล่วงเวลาได้มั้ย เป็นคำพูดที่เอื้อประโยชน์แก่คุณฝ่ายเดียว ให้เปลี่ยนเป็นเราประทับใจโครงการของนายมาก ช่วยทำงานล่วงเวลาได้มั้ย ....มันเป็นการเริ่มขอร้องด้วยคำชมซึ่งทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอยากช่วยเหลือ

6.การนําเสนอว่า “ไอเดีย A กับไอเดีย B ไอเดีย A ไหนดีกว่ากันครับ” จะช่วยให้อีกฝ่ายตัดสินใจได้ง่ายกว่า

การนำเสนอว่า “ไอเดียนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ” เพราะมนุษย์มีสัญชาตญาณที่ต้องการจะเลือกอยู่แล้ว จึงสามารถเปรียบ เทียบได้ว่า “ไอเดีย B ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากกว่าไอเดีย A” แม้การบอกว่า “ไอเดีย B ดีกว่า” จะเป็นแค่การเปรียบเทียบ แต่ในความคิดจะเกิดภาพลวงว่าได้ตัดสินใจไปแล้ว...อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราต้องการคือให้ลูกค้าตกลงเซ็นสัญญา ดังนั้น ไม่ว่าเขาจะเลือกไอเดีย A หรือไอเดีย B ก็เหมือนกันทั้งนั้น

 

7."อ่านหนังสือเดี๋ยวนี้”....ถึงจะบอกลูกไปก็ไม่ได้ทำให้ลูกไปอ่านหนังสือ เด็กส่วนใหญ่นั้นดื้อและไม่ยอมทำสิ่งที่ตัวเองไม่อยากทํา พ่อแม่จํานวนไม่น้อยจึงปวดหัวกับเรื่องนี้ ถ้าอย่างนั้นแค่พูดให้ลูกรู้สึกอยากทําก็พอ ซึ่งคําพูดมหัศจรรย์ที่กระตุ้นให้ลูกอยากอ่านหนังสือคือ

“ไปอ่านหนังสือกันเถอะ”.....นี่คือคําขอร้องที่ใช้เทคนิค “ทํากันเป็นทีม” สําหรับเด็กบางคน ถ้าสั่งให้ไปอ่านหนังสือเดี๋ยวนี้จะไม่ยอมทําตาม หรือแม้จะยอมเดินเข้าห้องตัวเอง แต่อาจจะไปอ่านหนังสือการ์ตูนก็ได้

8.มนุษย์มีสัญชาตญาณที่ต้องการทําอะไรบางอย่างร่วมกับใครสักคนอยู่แล้ว นี่คือภูมิปัญญาที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่สมัยโบราณ เวลาใครสักคนจะไปล่าสัตว์ อีกคนก็เต็มใจไปด้วยกัน เวลาไปเก็บผลไม้ อีกคนก็จะไปด้วยเพื่อป้องกันศัตรูจู่โจม...ซึ่งสัญชาตญาณเหล่านั้นยังคงฝังอยู่ในส่วนลึกของจิตใจเรา

อย่างไรก็ตาม เทคนิคข้อนี้มีเงื่อนไขว่า ต้องเริ่มต้นที่ตัวเราก่อน ถ้าคุณอยากกระตุ้นลูก คุณก็แค่ทําสิ่งที่คุณชอบอย่างเอาจริงเอาจังบนโต๊ะตัวเดียวกับลูกก็พอ

 

9."โปรดรักษาความสะอาด" เป็นประโยคที่ห้องน้ำในร้านสะดวกซื้อเคยใช้มาก่อน แล้วต้องยกเลิกไป เพราะใช้ไม่ได้ผล..คำพูดนี้เอื้อประโยชน์แก่คุณซึ่งเป็นผู้บริหารร้านสะดวก ซื้อเพียงฝ่ายเดียว และก็มีเพียงบางคนที่ใช้ห้องน้ําแล้วรักษา ความสะอาด ตอนนี้ข้อความได้เปลี่ยนเป็นแบบนี้แล้ว....“ขอขอบคุณที่ช่วยรักษาความสะอาด”.....พอเพิ่มคําขอบคุณลงไป มนุษย์ก็จะไม่ค่อยปฏิเสธคำขอร้อง ตอนนี้ร้านสะดวกซื้อส่วนใหญ่เปลี่ยนมาใช้ข้อความนี้แล้ว ซึ่งมันก็ได้ผลจริง ๆ ครับ

 

ซาซากิ เคอิจิ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เคยทำงานเป็น Copywriter มาก่อน และเป็นคนใช้คำพูดไม่เก่ง ทำให้ลำบากในการทำงานมาก การเข้าใจเทคนิคการใช้คำแบบสูตรสำเร็จ ทำให้เขาประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ไม่เครียด อีกทั้งยังผันตัวเองเป็นนักแต่งเพลงและอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยอีกด้วย นับว่าเรื่องการรู้จักใช้คำศัพท์ในการพูดและเขียนเพื่อสื่อสานออกไปนั้นสำคัญมาก ทั้งๆที่เนื้อหาอย่างเดียวกันกลับสร้างผลลัพธ์ต่างกันมาก

เนื้อหาโดย: machete007
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
machete007's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 9 ครั้ง
เขียนโดย machete007
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: machete007
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4ทำไมเสื้อผ้าตากกลางแดดถึงมีกลิ่นต่างจากเสื้อผ้าที่ตากในร่ม ?4 โรงเรียนชายล้วนเก่าแก่ของไทย ที่ยังเปิดสอนถึงปัจจุบันทำไมกาแฟถึงมีกลิ่นหอมตอนชง แต่รสชาติกลับขม ? เบื้องหลังเคมีที่เกิดขึ้นในแก้วกาแฟมหันตภัยซุปเปอร์เอลนีโญ ค.ศ. 1877: ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่คร่าชีวิตผู้คนมากที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติพื้นที่มหาศาล แต่คนอยู่น้อย: ศรีสวัสดิ์ อำเภอที่ประชากรเบาบางมากของไทยมารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำสถิติเลขเด่น "เลขมือทอง" งวด 1 ต.ค. 69 แนวทางสองตัวตรงจากสำนักดังข่าวการบินล่าสุดที่คนเดินทางควรรู้ มีอะไรเปลี่ยนแปลงบ้าง ?เทียบ 3 ตาราง งวด 1 ต.ค. 69 “ไทยราษฎร์–บางกอกทูเดย์–เดลินิวส์” เลขไหนโผล่ซ้ำ10 โรงเรียนในไทยน่าสนใจ จุดเด่นต่างกันทั้งวิทย์ ภาษา นวัตกรรม และกิจกรรม10 อันดับเลขหวยจากสูตรเซียนหวย งวด 1 ตุลาคม 2569: รวมเลขที่ถูกพูดถึงจากกระแสค้นหาและข่าวหลายสำนัก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทยเปิด 5 จังหวัดอีสานที่ชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุด อันดับ 1 คนต่างชาติมาเพียบ!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
ความเด็ดขาดในแบบ Volkerสถานที่ประดิษฐานพระบรมศพของพระพุทธเจ้า สาลวโนทยาน เมืองกุสินารา ประเทศอินเดียสมการในสงครามมาแจกวอลเปเปอร์ Miraculous ladybug ชุดที่ 1 ค่ะ ^_^
ตั้งกระทู้ใหม่