หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมเข้าห้องใหม่ ๆ กลิ่นแรงมาก แต่ผ่านไปไม่นานเรากลับแทบไม่รู้สึก?

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

เวลาเดินเข้าไปในห้องที่มีกลิ่นชัด ๆ เรามักจับกลิ่นได้ทันที

อาจเป็นกลิ่นอาหาร กลิ่นน้ำหอม กลิ่นอับ กลิ่นสัตว์เลี้ยง หรือกลิ่นประจำห้องที่เจ้าของห้องเองแทบไม่ทันสังเกตแล้ว

ช่วงแรกกลิ่นอาจเด่นมาก แต่พอนั่งอยู่ในห้องนั้นไปสักพัก ความรู้สึกกลับค่อย ๆ เบาลง

บางครั้งถึงขั้นเหมือนกลิ่นหายไป

แล้วพอมีคนเพิ่งเดินเข้ามาใหม่ เขากลับพูดทันทีว่า

“ห้องนี้มีกลิ่นนะ”

ตรงนี้น่าสนใจ เพราะส่วนใหญ่แล้วกลิ่นไม่ได้หายไปไหนทันที

สิ่งที่เปลี่ยนก่อน คือการตอบสนองของระบบรับกลิ่นและสมองของเรา

👃 อยู่กับกลิ่นเดิมนาน ๆ เราจะเริ่มชิน

ปรากฏการณ์นี้เกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า olfactory adaptation และ habituation หรือการปรับตัวและการชินต่อกลิ่น

เมื่อจมูกและสมองได้รับกลิ่นเดิมต่อเนื่อง การรับรู้ความเข้มของกลิ่นมักค่อย ๆ ลดลง

ไม่ได้หมายความว่าจมูกหยุดทำงาน แต่ระบบประสาทเริ่มตอบสนองต่อสิ่งเร้าเดิมน้อยลง

ถ้าจะพูดให้นึกภาพง่าย ๆ ก็เหมือนสมองรับทราบว่า

“กลิ่นนี้ยังอยู่เหมือนเดิม ถ้ามีอะไรเปลี่ยนค่อยสนใจอีกที”

🧠 ทำไมเราไม่ค่อยรู้สึกถึงกลิ่นบ้านตัวเอง?

ลองนึกถึงห้องนอน บ้าน รถ หรือเสื้อผ้าที่เราใช้เป็นประจำ

เจ้าของอาจรู้สึกว่าไม่มีกลิ่นอะไรเป็นพิเศษ เพราะอยู่กับกลิ่นพื้นหลังนั้นมานาน

แต่คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ยังไม่ได้ผ่านการปรับตัวแบบเดียวกัน จึงรับรู้กลิ่นได้เด่นกว่า

เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่าคนใหม่จมูกดีกว่าเจ้าของห้องเสมอไป

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ ระยะเวลาที่แต่ละคนสัมผัสกลิ่นนั้นไม่เท่ากัน

🔄 ออกจากห้องแล้วกลับมา ทำไมได้กลิ่นอีก?

ถ้าอยู่ในห้องนานจนแทบไม่ได้กลิ่น แล้วเดินออกไปอยู่ในอากาศอื่นสักระยะ พอกลับเข้ามาใหม่ กลิ่นเดิมอาจกลับมาชัดขึ้นอีกครั้ง

เพราะเมื่อหยุดสัมผัสกลิ่นนั้น ระบบรับกลิ่นมีโอกาสฟื้นความไวกลับมาบางส่วน

พอกลับมาเจออีกครั้งจึงรู้สึกเหมือนกลิ่นที่เคยหายไปกลับมาใหม่

ทั้งที่จริงกลิ่นอาจอยู่ในห้องมาตลอด

🌸 แล้วน้ำหอมล่ะ?

ตอนฉีดน้ำหอมใหม่ ๆ เรามักได้กลิ่นชัดมาก

แต่คนที่ฉีดเองต้องอยู่กับกลิ่นนั้นต่อเนื่องเป็นเวลานาน จึงอาจเริ่มรู้สึกว่าน้ำหอมเบาลงหรือแทบไม่ได้กลิ่น

ตรงนี้ทำให้บางคนเผลอฉีดเพิ่ม เพราะคิดว่ากลิ่นหมดแล้ว

ในขณะที่คนที่เพิ่งเดินเข้ามาใกล้อาจยังได้กลิ่นชัดอยู่

ดังนั้น

“ฉันไม่ได้กลิ่นแล้ว” ไม่ได้มีความหมายเท่ากับ “ไม่มีกลิ่นแล้ว”

กลิ่นแต่ละแบบก็ไม่ได้ชินเร็วเท่ากัน

การปรับตัวต่อกลิ่นไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความเร็วเท่ากันทุกกรณี

ความเข้มข้นของกลิ่น ระยะเวลาที่สัมผัส ชนิดของสารให้กลิ่น รวมถึงการประมวลผลของระบบประสาท ล้วนมีส่วนทำให้ประสบการณ์แตกต่างกันได้

จึงไม่มีกฎง่าย ๆ ว่าอยู่กี่นาทีแล้วทุกคนจะหยุดรับรู้กลิ่นเหมือนกันหมด

⚠️ ไม่ได้กลิ่นแล้ว ไม่ได้แปลว่าอากาศปลอดภัย

จุดนี้ควรแยกให้ชัด

ถ้าเราอยู่ในบริเวณที่มีควัน กลิ่นสารเคมี หรือสิ่งผิดปกติ แล้วผ่านไปสักพักรู้สึกว่ากลิ่นเบาลง ไม่ควรใช้ความรู้สึกนั้นยืนยันว่าสิ่งที่เป็นต้นเหตุหายไปแล้ว

สิ่งที่ลดลงอาจเป็นเพียงการรับรู้ของเรา ไม่ใช่ปริมาณสารในอากาศ

จมูกจึงเป็นเครื่องเตือนที่มีประโยชน์ แต่ไม่ใช่เครื่องตรวจวัดความปลอดภัยของอากาศ

👀 ครั้งหน้าลองสังเกตตัวเอง

ถ้าเดินเข้าไปในห้องแล้วได้กลิ่นบางอย่างชัด ลองจำความรู้สึกในนาทีแรกเอาไว้

ผ่านไปสักพักค่อยถามตัวเองใหม่ว่า

กลิ่นหายไปจริง ๆ หรือเราเพียงเริ่มชินกับมัน?

ถ้าอยากลองต่อ ให้ออกจากห้องไปอยู่ในอากาศอื่นสักพัก แล้วค่อยกลับเข้ามาใหม่

บางทีสิ่งที่กลับมาให้เราสังเกตเห็นอีกครั้ง ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นใหม่

มันอาจอยู่ตรงนั้นมาตลอด

สิ่งที่เปลี่ยนไปก่อนหน้านั้น คือการรับรู้ของเราเอง


เนื้อหาโดย: พีรพัฒน์ พีพี

อ้างอิง:

Pellegrino R. และคณะ, Habituation and adaptation to odors in humans, Physiology & Behavior, 2017.
PubMed

Dalton P., Psychophysical and behavioral characteristics of olfactory adaptation, Chemical Senses, 2000.
PubMed

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 30 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
พีรพัฒน์ พีพี | นักเขียนเรื่องใกล้ตัวและมุมที่คนมักมองข้าม
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4บ้านของคนโบราณเย็นได้อย่างไรโดยไม่ต้องใช้แอร์ ? ภูมิปัญญาการออกแบบที่น่าทึ่งดุ่ย ภรัญฯ เปิดแนวทางงวดใหม่ 1 ต.ค. 69 รอบนี้มีเลขไหนให้ตามต่อพื้นที่มหาศาล แต่คนอยู่น้อย: ศรีสวัสดิ์ อำเภอที่ประชากรเบาบางมากของไทยมารู้จัก“ชมพู่สีม่วงดำ”ผลไม้หน้าตาแปลก สีเข้มจนเกือบดำกาพย์ยานี 11 ฝีมือนักเรียนยุคนี้ อ่านแล้วครูยังต้องขำ ไอเดียแต่ละบทไม่ธรรมดาเด็ก 6 ขวบปวดหัว ปากเบี้ยว ก่อนพบเส้นเลือดในสมองตีบ แพทย์เร่งหาสาเหตุโรคหายากดีใจด้วยเด้อ…คุณเฟย! จากพนักงานโออิชิ สู่เศรษฐี 12 ล้านบาทกัมพูชาเนรเทศต่างชาติ 7 หมื่นกว่าคนในช่วง 3 ปี เรื่องนี้สะท้อนอะไรบ้าง?โรงเรียนรัฐที่ค่าเทอมแพงที่สุดอันดับ 1 ของไทย เปิดตัวเลขจริง ปี 2569เปิด 5 จังหวัดอีสานที่ชาวต่างชาติมาเยือนมากที่สุด อันดับ 1 คนต่างชาติมาเพียบ!เทียบ 3 ตาราง งวด 1 ต.ค. 69 “ไทยราษฎร์–บางกอกทูเดย์–เดลินิวส์” เลขไหนโผล่ซ้ำ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เด็ก 6 ขวบปวดหัว ปากเบี้ยว ก่อนพบเส้นเลือดในสมองตีบ แพทย์เร่งหาสาเหตุโรคหายากบ้านของคนโบราณเย็นได้อย่างไรโดยไม่ต้องใช้แอร์ ? ภูมิปัญญาการออกแบบที่น่าทึ่งกาพย์ยานี 11 ฝีมือนักเรียนยุคนี้ อ่านแล้วครูยังต้องขำ ไอเดียแต่ละบทไม่ธรรมดาเหลือบ แมลงวันตัวใหญ่ เปิดความจริงตัวเมียต้องดูดเลือด หลายคนเคยเจอแต่ไม่รู้ไขปริศนาตาร์เตสโซส จากดินแดนมั่งคั่งสู่ร่องรอยพิธีกรรมโบราณกัมพูชาเนรเทศต่างชาติ 7 หมื่นกว่าคนในช่วง 3 ปี เรื่องนี้สะท้อนอะไรบ้าง?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ใช้ AI ทำคอนเทนต์อย่างไรให้มีโอกาสกลายเป็นรายได้ประเทศไหนซื้อลำไยไทยมากที่สุด อันดับ 1 ตัวเลขส่งออกชัดเจนตุ่นหนูไร้ขนมีอะไรให้วิทยาศาสตร์เรียนรู้ปอมเปอี คือ
ตั้งกระทู้ใหม่