ไทยจ่อ 78 จังหวัด เปิดเบื้องหลัง แม่สะเรียง ผลักดันแยกแม่ฮ่องสอน ย้อนรอยบึงกาฬ
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่งเกี่ยวกับข้อเสนอการจัดตั้ง “จังหวัดแม่สะเรียง” ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจและควรนำมาพูดถึงกันอีกครั้ง เพราะแม้เรื่องนี้จะเคยเป็นข่าวมาตั้งแต่ปี 2564 แต่ปัจจุบันยังมีคนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่า ประเทศไทยกำลังจะมีจังหวัดที่ 78 หรือบางคนเข้าใจไปแล้วว่า “แม่สะเรียง” กลายเป็นจังหวัดใหม่เรียบร้อยแล้ว
ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น
ประเทศไทยยังคงมี 77 จังหวัด และจังหวัดบึงกาฬยังเป็นจังหวัดล่าสุดที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2554
ส่วน “จังหวัดแม่สะเรียง” เป็นชื่อของข้อเสนอที่ภาคประชาชนในพื้นที่เคยผลักดัน โดยมีการยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 เพื่อขอแยกอำเภอแม่สะเรียงออกจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน และจัดตั้งเป็นจังหวัดใหม่
ประเด็นสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่คำถามเพียงว่า “ไทยจะมี 78 จังหวัดหรือไม่” แต่อยู่ที่ว่า ทำไมคนในพื้นที่จึงต้องการให้มีจังหวัดใหม่ และเหตุใดการตั้งจังหวัดหนึ่งจังหวัดจึงไม่ใช่เรื่องที่สามารถทำได้เพียงแค่มีประชาชนออกมาเสนอ
“แม่สะเรียง” ไม่ใช่ข่าวลือ แต่เป็นข้อเสนอที่เคยยื่นเรื่องจริง
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 นายอดุลย์ ศุภลักษณ์ ประธานคณะก่อตั้งจังหวัดแม่สะเรียง พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อนายอำเภอแม่สะเรียง เพื่อเสนอให้แยกอำเภอแม่สะเรียงออกจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน และจัดตั้งเป็นจังหวัดแห่งใหม่
ข่าวในขณะนั้นระบุว่า คณะผู้ผลักดันต้องการให้พื้นที่ได้รับการยกระดับ เพราะเห็นว่าพื้นที่อยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางจังหวัด และการเดินทางไปติดต่อราชการมีข้อจำกัดจากสภาพภูมิประเทศ
ข้อเสนอจึงไม่ได้เกิดขึ้นจากการพูดคุยกันในโลกออนไลน์เพียงอย่างเดียว แต่มีการรวมตัวของบุคคลในพื้นที่และมีการยื่นหนังสือผ่านฝ่ายปกครองจริง
ตรงนี้จึงเป็นจุดที่ควรทำความเข้าใจให้ถูกต้อง
“มีการเสนอจัดตั้งจังหวัดแม่สะเรียง” เป็นเรื่องจริง
แต่
“ประเทศไทยมีจังหวัดแม่สะเรียงแล้ว” ยังไม่ใช่ข้อเท็จจริง
สองประโยคนี้มีความหมายแตกต่างกันอย่างมาก
ทำไมจึงมีแนวคิดแยกแม่สะเรียงออกมาเป็นจังหวัดใหม่?
หัวใจสำคัญของข้อเสนออยู่ที่เรื่อง “ระยะทาง” และ “ความสะดวกในการเข้าถึงราชการ”
แม่ฮ่องสอนเป็นจังหวัดที่มีภูมิประเทศเป็นภูเขาและมีพื้นที่ห่างไกลหลายแห่ง การเดินทางระหว่างพื้นที่ต่าง ๆ จึงไม่ได้สะดวกเหมือนจังหวัดที่มีภูมิประเทศเป็นที่ราบและมีโครงข่ายถนนเชื่อมต่อกันอย่างหนาแน่น
สำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล การเดินทางไปยังศูนย์กลางจังหวัดเพื่อทำธุระราชการแต่ละครั้งจึงอาจหมายถึงทั้งเวลา ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่ตามมา
คณะผู้ผลักดันจังหวัดแม่สะเรียงจึงมองว่า หากพื้นที่ตอนใต้ของแม่ฮ่องสอนมีศูนย์กลางการบริหารอยู่ใกล้ประชาชนมากขึ้น ก็อาจช่วยให้การติดต่อราชการ การให้บริการของรัฐ และการวางแผนพัฒนาพื้นที่ทำได้สะดวกขึ้น
ข่าวในปี 2564 ระบุถึงแนวคิดในการยกระดับพื้นที่เพื่อสร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มความสะดวกในการติดต่อราชการของประชาชนในพื้นที่ด้วย
ไม่ได้มีเพียงแม่สะเรียง แต่ข้อเสนอเคยพูดถึงการจัดพื้นที่ใหม่ด้วย
รายละเอียดของข้อเสนอในช่วงนั้นไม่ได้หยุดอยู่เพียงการขอเปลี่ยนสถานะ “อำเภอแม่สะเรียง” เป็น “จังหวัดแม่สะเรียง”
ยังมีแนวคิดเกี่ยวกับการจัดเขตการปกครองใหม่ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับอำเภอแม่สะเรียงและอำเภอสบเมยด้วย
มีการเสนอแนวคิดจัดตั้งอำเภอใหม่และตั้งชื่อว่า “อำเภอศรีสังวาลย์” โดยรายละเอียดดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางที่คณะทำงานนำเสนอในเวลานั้น
เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า การจัดตั้งจังหวัดไม่ได้หมายถึงเพียงการเปลี่ยนป้ายหน้าที่ว่าการอำเภอแล้วจบ แต่เกี่ยวข้องกับการจัดโครงสร้างพื้นที่ การแบ่งเขตการปกครอง และการวางระบบราชการใหม่ทั้งชุด
ถ้ามีจังหวัดใหม่ ประชาชนจะได้อะไร?
เหตุผลที่ผู้สนับสนุนแนวคิดนี้หยิบยกขึ้นมาพูดถึง มีตั้งแต่การเดินทางไปติดต่อราชการ ไปจนถึงการพัฒนาพื้นที่ในระยะยาว
เมื่อมีจังหวัดเป็นศูนย์กลางของตนเอง หน่วยงานราชการระดับจังหวัดต่าง ๆ ก็สามารถเข้ามารองรับพื้นที่โดยตรงมากขึ้น ทั้งในด้านการศึกษา สาธารณสุข การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การเกษตร การท่องเที่ยว ตลอดจนการส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่
แต่ต้องทำความเข้าใจด้วยว่า สิ่งเหล่านี้เป็น เหตุผลและความคาดหวังของฝ่ายที่สนับสนุนการจัดตั้งจังหวัด ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าการแยกจังหวัดจะสามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่องโดยอัตโนมัติ
เพราะเมื่อมีจังหวัดใหม่ รัฐก็ต้องมีค่าใช้จ่ายและโครงสร้างราชการเพิ่มเติมตามมาเช่นกัน
ตั้งแต่ศาล หน่วยงานราชการ สำนักงานต่าง ๆ บุคลากร งบประมาณ อาคารสถานที่ ไปจนถึงระบบการบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น การตัดสินใจเรื่องจังหวัดใหม่จึงต้องพิจารณาทั้ง ประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับและความพร้อมของพื้นที่ในการรองรับโครงสร้างใหม่
แล้วการตั้งจังหวัดใหม่ทำได้ง่ายหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่ง่าย
กรณีของจังหวัดแม่สะเรียงที่มีการยื่นหนังสือในปี 2564 ถือเป็นการเริ่มต้นของข้อเสนอจากพื้นที่ แต่การยื่นหนังสือไม่ได้ทำให้เกิดจังหวัดใหม่ในทันที
การจัดตั้งจังหวัดจำเป็นต้องผ่านกระบวนการของภาครัฐและต้องพิจารณาหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความเหมาะสมของพื้นที่ การบริหารราชการ ความพร้อมของหน่วยงาน ตลอดจนเหตุผลความจำเป็นของการแยกพื้นที่ออกจากจังหวัดเดิม
และที่สำคัญที่สุดคือ การจัดตั้งจังหวัดใหม่ในระดับที่มีผลทางกฎหมายต้องมีการดำเนินการตามกระบวนการตรากฎหมาย ไม่ใช่เพียงการประกาศหรือมติของคนในพื้นที่เท่านั้น
เรื่องนี้เห็นได้ชัดจากกรณี “บึงกาฬ” ซึ่งมีพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นทางการ
บึงกาฬคือคำตอบว่า “จังหวัดใหม่” ต้องเกิดขึ้นอย่างไร
หากถามว่าจังหวัดใดคือจังหวัดล่าสุดของประเทศไทย คำตอบคือ จังหวัดบึงกาฬ
พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2554 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2554
กฎหมายฉบับดังกล่าวกำหนดให้แยก 8 อำเภอออกจากจังหวัดหนองคาย ได้แก่
- อำเภอบึงกาฬ
- อำเภอเซกา
- อำเภอโซ่พิสัย
- อำเภอบุ่งคล้า
- อำเภอบึงโขงหลง
- อำเภอปากคาด
- อำเภอพรเจริญ
- อำเภอศรีวิไล
แล้วรวมพื้นที่ดังกล่าวจัดตั้งเป็น จังหวัดบึงกาฬ
กฎหมายยังระบุให้เปลี่ยนชื่อ “อำเภอบึงกาฬ” เป็น “อำเภอเมืองบึงกาฬ” และมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการโอนกิจการ ทรัพย์สิน หนี้ สิทธิ และงบประมาณจากจังหวัดหนองคายในส่วนที่เกี่ยวข้องมายังจังหวัดบึงกาฬ รวมถึงการจัดตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดบึงกาฬด้วย
รายละเอียดเหล่านี้ทำให้เห็นภาพชัดว่า การตั้งจังหวัดหนึ่งจังหวัดไม่ได้มีเพียงเรื่อง “แบ่งพื้นที่ออกจากจังหวัดเดิม” เท่านั้น แต่ยังต้องจัดระบบราชการและทรัพย์สินต่าง ๆ ให้สามารถเดินหน้าต่อได้ด้วย
เหตุผลตั้งบึงกาฬก็มีเรื่อง “ระยะทาง” เช่นกัน
เรื่องที่น่าสนใจคือ เหตุผลในการจัดตั้งจังหวัดบึงกาฬเมื่อปี 2554 ก็มีประเด็นที่คล้ายกับเหตุผลที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในกรณีแม่สะเรียง
พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬระบุว่า จังหวัดหนองคายในขณะนั้นมีพื้นที่ติดชายแดนและมีลักษณะภูมิประเทศเป็นแนวยาว ทำให้การติดต่อระหว่างอำเภอที่อยู่ห่างไกลกับจังหวัดเป็นไปด้วยความยากลำบากและใช้เวลาเดินทางมากเกินควร
เหตุผลของกฎหมายยังระบุถึงประโยชน์ด้านการจัดระเบียบการปกครอง การรักษาความมั่นคง และการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนในพื้นที่ด้วย
จึงอาจกล่าวได้ว่า “ระยะทางและการเข้าถึงบริการของรัฐ” เป็นหนึ่งในประเด็นที่สามารถปรากฏอยู่ในการพิจารณาเรื่องการจัดโครงสร้างการปกครองได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าพื้นที่ใดที่เดินทางไกลจะได้รับการจัดตั้งเป็นจังหวัดใหม่โดยอัตโนมัติ
จากบึงกาฬสู่แม่สะเรียง ความเหมือนที่ต้องมองให้รอบด้าน
เมื่อย้อนดูกรณีบึงกาฬ จะเห็นว่ามีข้อเท็จจริงทางกฎหมายรองรับอย่างชัดเจน นั่นคือมีพระราชบัญญัติประกาศในราชกิจจานุเบกษาและกำหนดเขตจังหวัดใหม่ไว้อย่างเป็นทางการ
ส่วนแม่สะเรียงในข้อมูลที่ปรากฏต่อสาธารณะ เป็นคนละสถานะกัน
แม่สะเรียงมี คณะผู้ผลักดัน มีการเสนอแนวคิด และมีการยื่นหนังสือจริง
แต่ยังไม่ใช่ พระราชบัญญัติจัดตั้งจังหวัดแม่สะเรียง
ดังนั้น การนำคำว่า “จังหวัดแม่สะเรียง” มาใช้ในบทความสามารถทำได้ หากหมายถึงชื่อของข้อเสนอหรือแนวคิดของคณะผู้ผลักดัน แต่ไม่ควรเขียนจนทำให้คนอ่านเข้าใจว่าแม่สะเรียงได้รับสถานะจังหวัดใหม่แล้ว
ถ้าแม่สะเรียงได้จริง ไทยก็จะมี 78 จังหวัด?
ในทางตัวเลข หากวันหนึ่งมีการจัดตั้งจังหวัดแม่สะเรียงอย่างเป็นทางการ และไม่มีการเปลี่ยนแปลงจำนวนจังหวัดในส่วนอื่น ประเทศไทยก็จะมีจังหวัดเพิ่มจาก 77 เป็น 78 จังหวัด
แต่คำว่า “ถ้าวันหนึ่ง” เป็นคำสำคัญ
เพราะ ณ ข้อมูลที่ตรวจสอบได้ เรื่องนี้ยังอยู่ในระดับข้อเสนอเดิม ไม่ควรนำตัวเลข 78 จังหวัดมาเขียนเป็นข้อเท็จจริงในปัจจุบัน
ปัจจุบันจำนวนจังหวัดของไทยยังอยู่ที่ 77 จังหวัด และบึงกาฬยังเป็นจังหวัดล่าสุดที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมาย
พูดให้เข้าใจง่ายที่สุดคือ
77 จังหวัด = ข้อเท็จจริงในปัจจุบัน
78 จังหวัด = จำนวนที่อาจเกิดขึ้น หากมีการจัดตั้งจังหวัดใหม่อย่างเป็นทางการในอนาคต
ส่วน
“จังหวัดแม่สะเรียง” = ข้อเสนอที่ภาคประชาชนเคยยื่นผลักดัน ไม่ใช่จังหวัดที่ 78 ในเวลานี้
เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อบนแผนที่
ในมุมมองของผู้เขียนเห็นว่า เรื่องจังหวัดแม่สะเรียงน่าสนใจตรงที่ทำให้เราเห็นภาพอีกด้านหนึ่งของประเทศไทย เพราะเมื่อพูดถึงคำว่า “จังหวัด” คนส่วนใหญ่อาจนึกถึงเพียงเขตการปกครองบนแผนที่ แต่สำหรับคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล เส้นทางระหว่างบ้านกับศูนย์กลางราชการอาจเป็นเรื่องสำคัญที่กระทบชีวิตประจำวันโดยตรง
การเดินทางหลายชั่วโมงเพื่อไปติดต่อราชการเพียงเรื่องเดียว ย่อมมีทั้งค่าใช้จ่าย เวลา และภาระของประชาชนเข้ามาเกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มจังหวัดก็ไม่ใช่คำตอบที่ควรถูกมองเพียงด้านเดียว เพราะการมีจังหวัดเพิ่มขึ้นหนึ่งจังหวัดหมายถึงการสร้างระบบราชการและโครงสร้างการบริหารใหม่ตามมาอีกมาก
สิ่งที่ควรพิจารณาจึงมีทั้งความสะดวกของประชาชน ความพร้อมของพื้นที่ ความคุ้มค่าด้านงบประมาณ ประสิทธิภาพของการบริหาร และผลกระทบต่อจังหวัดเดิม
กรณีแม่สะเรียงจึงน่าสนใจตรงที่เป็นตัวอย่างของความต้องการจากคนในพื้นที่ที่ต้องการให้ศูนย์กลางการบริหารเข้าใกล้ประชาชนมากขึ้น แต่เส้นทางจาก “ข้อเสนอ” ไปสู่ “จังหวัดใหม่” ยังเป็นคนละขั้นตอนกัน
สรุปชัด ๆ ไทยยังไม่ถึง 78 จังหวัด
สุดท้ายแล้ว หากใครเห็นข้อความว่า “ประเทศไทยมีจังหวัดที่ 78 แล้ว” หรือ “แม่สะเรียงกลายเป็นจังหวัดใหม่แล้ว” ก็ควรตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนส่งต่อ
ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้คือ ประเทศไทยยังมี 77 จังหวัด
จังหวัดบึงกาฬเป็นจังหวัดล่าสุด โดยจัดตั้งขึ้นจากการแยก 8 อำเภอของจังหวัดหนองคาย และมีพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554 รองรับอย่างเป็นทางการ
ส่วน “จังหวัดแม่สะเรียง” มีที่มาจากข้อเสนอของภาคประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีการยื่นหนังสือเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 เพื่อขอแยกอำเภอแม่สะเรียงออกจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนและจัดตั้งเป็นจังหวัดใหม่
ดังนั้น วันนี้ยังไม่มี “จังหวัดที่ 78” ในกรณีแม่สะเรียง
แต่เรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะเบื้องหลังข้อเสนอหนึ่งจังหวัด มีทั้งเรื่องระยะทาง การเข้าถึงบริการรัฐ การพัฒนาท้องถิ่น งบประมาณ และอนาคตของคนในพื้นที่อยู่ด้วย
จาก “แม่สะเรียง” ถึง “บึงกาฬ” จึงเป็นเรื่องเดียวกันในแง่หนึ่ง คือการตั้งคำถามว่า โครงสร้างการปกครองควรอยู่ใกล้ประชาชนมากเพียงใด
และหากวันหนึ่งประเทศไทยจะมีจังหวัดที่ 78 จริง วันนั้นย่อมต้องมีหลักฐานทางกฎหมายและประกาศอย่างเป็นทางการให้ประชาชนตรวจสอบได้ ไม่ใช่เพียงพาดหัวข่าวหรือข้อความที่ถูกส่งต่อกันในโลกออนไลน์
แหล่งที่มาของข้อมูล :
ข่าวช่อง 8 รายงานการยื่นหนังสือของคณะก่อตั้งจังหวัดแม่สะเรียงเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 และรายละเอียดข้อเสนอแยกอำเภอแม่สะเรียงออกจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน (thaich8.com); Nation TV รายงานการยื่นข้อเสนอจัดตั้งจังหวัดแม่สะเรียงและเหตุผลเรื่องพื้นที่ห่างไกล การสร้างงานและรายได้ (nationtv.tv); สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เผยแพร่พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554 (ocs.go.th); ราชกิจจานุเบกษา พระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬ พ.ศ. 2554 ซึ่งกำหนดให้แยก 8 อำเภอจากจังหวัดหนองคาย รวมตั้งเป็นจังหวัดบึงกาฬ และกำหนดเหตุผลเกี่ยวกับการจัดระเบียบการปกครอง ความมั่นคง และการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน (ratchakitcha.soc.go.th); สำนักงานพาณิชย์จังหวัดบึงกาฬ และข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐเกี่ยวกับการมีผลบังคับใช้ของพระราชบัญญัติตั้งจังหวัดบึงกาฬเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2554 (buengkan.moc.go.th)
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
สปอร์ตบราพาขึ้นเครื่องไม่ได้? อินฟลูฯ เยอรมันเจอ Lufthansa สั่งคลุมมิดชิด
10 โรงเรียนชั้นนำในไทยที่มีจุดเด่นต่างกัน เปิดมุมมองก่อนเลือกโรงเรียนให้เหมาะกับเด็ก
รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
ถูกหลอกเงินยังไม่พอ ไปโรงพักหวังพึ่งตำรวจ เจอฟุบหลับ-เล่นเกมจนสาวกลั้นน้ำตาไม่อยู่
รวมเลขเด็ด 10 สำนักดัง หวยลาวพัฒนา งวดประจำวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2569
สะเดาะกุญแจมือก่อนถึงห้องขัง! ผู้ต้องหาคดีมีดหนีเข้าป่าเกาะสมุย ตำรวจระดมค้น
เลขเด็ด "ปฏิทินท้าวเวสสุวรรณโณ" งวด 1 ต.ค. 69 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัว
5 เครื่องวิทยุสื่อสาร Walkie Talkie รุ่นทหาร ที่เลิกผลิตแต่ราคาสูง! จากสนามรบสู่ของสะสมหายาก
นั่งรถข้ามจังหวัดตามหาหนุ่มนักบิน ก่อนพบภาพคนที่รักเป็น AI
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 16 กันยายน 2569 รางวัลที่ 1 คือ 730640 เช็กผลครบทุกประเภท
ย้อนดูยุค 90 กว่าจะจบปริญญาตรี ต้องใช้เงินเท่าไหร่ (ปี 2535–2540)
ถูกหลอกเงินยังไม่พอ ไปโรงพักหวังพึ่งตำรวจ เจอฟุบหลับ-เล่นเกมจนสาวกลั้นน้ำตาไม่อยู่
สปอร์ตบราพาขึ้นเครื่องไม่ได้? อินฟลูฯ เยอรมันเจอ Lufthansa สั่งคลุมมิดชิด
10 วิธีคลายเครียดง่าย ๆ ทำได้ทันที เมื่อใจเริ่มหนัก ก่อนความเครียดสะสมจนกระทบชีวิต
ย้อนรอยกว่า 100 ปี ใครคือ คนไทยคนแรกที่ถือกรมธรรม์ประกันชีวิต
พญาบึ้งคาบเลขให้โชคจริงหรือ เปิดความลับสัตว์ใต้ดิน จากพฤติกรรมธรรมชาติสู่ตำนานเลขเด็ด
บอล เชิญยิ้ม เปิดเลขธูป 172 ล้วงไหได้ 7-1-0 เลข 7-1 ตรงกัน พร้อมเผยชุดเลขที่ชอบ
