นักดำน้ำผงะ เจอแมงกะพรุนแผงคอสิงโตหนวดยาว 15 เมตรกลางทะเลเวลส์ ยาวจนพ้นสายตา
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านบทความหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องราวจากชายฝั่งประเทศเวลส์ที่เห็นแล้วต้องยอมรับว่าเป็นภาพธรรมชาติที่ทั้งสวยงามและชวนให้ขนลุกไปพร้อมกัน เมื่อ Iestyn Morgan นักดำน้ำฟรีไดฟ์วัย 21 ปีจาก Pembrokeshire ลงไปสำรวจชีวิตใต้ทะเลบริเวณใกล้ชายหาด Trefin แล้วพบกับแมงกะพรุนขนาดใหญ่ชนิดหนึ่งที่เขาไม่เคยเห็นในน่านน้ำเวลส์มาก่อน
ตอนแรกสิ่งที่ปรากฏต่อสายตาไม่ได้ดูน่าตกใจนัก เพราะ Morgan เห็นเพียงหนวดของแมงกะพรุนลอยอยู่ในน้ำไม่กี่เส้น แต่ไม่นานจำนวนหนวดก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากสามเส้น กลายเป็นสิบเส้น และมากขึ้นจนเขาแทบมองไม่หมด
ยิ่งว่ายเข้าไปใกล้ เขาก็ยิ่งเห็นว่าหนวดเหล่านั้นไม่ได้สิ้นสุดอยู่ตรงหน้า แต่ทอดยาวออกไปจนเกินระยะที่สายตาจะมองเห็นใต้น้ำ
ในที่สุดจึงรู้ว่า สิ่งที่กำลังลอยอยู่ตรงหน้าคือ “แมงกะพรุนแผงคอสิงโต” (Lion's Mane Jellyfish) หรือ Cyanea capillata แมงกะพรุนที่มีชื่อเสียงเรื่องกลุ่มหนวดจำนวนมากและยาวราวกับแผงคอของสิงโต
Morgan ประเมินว่าความยาวของตัวที่พบครั้งนี้ เมื่อรวมส่วนหนวดที่ทอดยาวตามน้ำแล้ว อยู่ที่ประมาณ 10–15 เมตร หรือราว 33–49 ฟุต และเขาเปรียบเทียบภาพที่เห็นว่าใกล้เคียงกับความยาวของรถบัสหรือรถไฟขนาดเล็ก
รายงานข่าวจาก BBC Wales ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ Morgan พบแมงกะพรุนแผงคอสิงโตในน่านน้ำเวลส์ และเขาถึงกับบอกว่าแทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองกับสิ่งที่พบใต้ทะเลในครั้งนั้น
จากสามเส้นกลายเป็นยี่สิบเส้น ก่อนหายไปจากสายตา
สิ่งที่ทำให้การพบครั้งนี้น่าตื่นเต้นไม่ได้อยู่เพียงตัวเลข 10–15 เมตร แต่เป็นวิธีที่ Morgan ค่อย ๆ พบสัตว์ตัวนี้ด้วยตัวเอง
เขาเล่าว่า ขณะกำลังว่ายน้ำอยู่บริเวณชายฝั่ง Trefin ใน Pembrokeshire ตอนแรกเห็นหนวดอยู่เพียงประมาณสามเส้น จากนั้นจำนวนก็เพิ่มเป็นสิบ และต่อมากลายเป็นประมาณยี่สิบเส้น
หนวดเหล่านั้นยังคงปรากฏต่อเนื่องเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด จนส่วนหนึ่งทอดออกไปไกลเกินระยะที่เขาสามารถมองเห็นได้
ตอนแรก Morgan เข้าใจว่าอาจเป็น แมงกะพรุนเข็มทิศ (Compass Jellyfish) ซึ่งเป็นแมงกะพรุนที่พบในน่านน้ำสหราชอาณาจักรอยู่แล้ว แต่เมื่อเห็นขนาดและลักษณะของหนวดชัดขึ้น เขาจึงรู้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าใหญ่กว่าที่คาด และเป็นแมงกะพรุนแผงคอสิงโต
สำหรับคนที่ไม่ได้ดำน้ำ อาจนึกภาพไม่ออกว่าการเจอหนวดแมงกะพรุนจำนวนมากในทะเลจะรู้สึกอย่างไร แต่ลองนึกดูว่าเรากำลังอยู่ใต้น้ำ แล้วมองเห็นเส้นบาง ๆ สามเส้นอยู่ข้างหน้า ก่อนจะพบว่ามีเพิ่มขึ้นเป็นสิบ เป็นยี่สิบ และยังทอดยาวออกไปจนมองไม่เห็นปลาย
ความรู้สึกในตอนนั้นคงไม่ต่างจากการพบว่ามีบางสิ่งขนาดใหญ่กว่าที่คิดกำลังลอยอยู่รอบตัว
แต่ต้องเข้าใจให้ถูก “15 เมตร” ไม่ใช่ลำตัวแมงกะพรุน
ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะพาดหัวว่า “แมงกะพรุนยาว 10–15 เมตร” อาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่า ตัวแมงกะพรุนมีลำตัวยาวเท่ารถบัส ซึ่งไม่ตรงกับรายละเอียดของข่าว
ตัวเลข 10–15 เมตรที่ Morgan ประเมินนั้นหมายถึง ความยาวโดยรวมที่เห็นในน้ำ ซึ่งรวมกลุ่มหนวดที่ทอดยาวออกไป ไม่ใช่ความกว้างของกระดิ่ง หรือส่วนตัวหลักของแมงกะพรุน
ข้อมูลจาก The Wildlife Trusts ระบุว่า แมงกะพรุนแผงคอสิงโตในสหราชอาณาจักรมีส่วนกระดิ่งกว้างได้ประมาณ 50 เซนติเมตร ส่วนหนวดเป็นองค์ประกอบที่ทำให้มันดูมีขนาดมหึมา เพราะมีหนวดจำนวนมากห้อยออกมาจากใต้กระดิ่ง
ขณะเดียวกัน รายงานข่าวเกี่ยวกับการพบครั้งนี้ระบุว่า หนวดของแมงกะพรุนชนิดนี้สามารถยาวได้มากกว่า 30 เมตร ในบางตัว ดังนั้นการพบหนวดที่ทอดยาว 10–15 เมตรจึงไม่ใช่เรื่องที่ขัดกับลักษณะทางธรรมชาติของสัตว์ชนิดนี้
พูดให้เข้าใจง่ายที่สุดก็คือ ไม่ได้มีแมงกะพรุนที่มีลำตัวใหญ่เท่ารถบัส แต่เป็นหนวดจำนวนมากที่ทอดยาวออกไปจนมีระยะรวมมหาศาล
และนี่คือเหตุผลที่ชื่อ “แผงคอสิงโต” เหมาะกับมันอย่างยิ่ง เพราะเมื่อมองจากใต้น้ำ หนวดจำนวนมากที่ลอยระริกอยู่รอบตัวจะมีลักษณะคล้ายแผงขนของสิงโตอย่างชัดเจน
สวยก็จริง แต่หนวดของมันไม่ควรเข้าใกล้
แมงกะพรุนชนิดนี้ไม่ได้มีดีเพียงรูปลักษณ์แปลกตาเท่านั้น เพราะหนวดของมันเต็มไปด้วยเซลล์สำหรับต่อย ซึ่งใช้จับเหยื่อและช่วยในการดำรงชีวิต
The Wildlife Trusts ระบุว่า หนวดของแมงกะพรุนแผงคอสิงโตมีเซลล์ที่สามารถต่อยได้ และอาหารของมันรวมถึงปลาขนาดเล็กและแมงกะพรุนชนิดอื่น ๆ โดยองค์กรอนุรักษ์ดังกล่าวเตือนอย่างชัดเจนว่า ควรมอง แต่อย่าสัมผัส
สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้ก็คือ แม้หนวดจะหลุดออกจากตัวแมงกะพรุนแล้ว ก็ยังสามารถทำให้เกิดอาการถูกต่อยได้
นั่นหมายความว่า การเห็นแมงกะพรุนเกยตื้นอยู่บนชายหาดแล้วคิดว่า “มันตายแล้ว คงไม่เป็นอะไร” ก็ไม่ใช่ความคิดที่ปลอดภัยนัก เพราะเศษหนวดของมันยังสามารถสร้างความระคายเคืองและทำให้เกิดอาการเจ็บได้
ส่วนกรณีของ Morgan การพบครั้งนี้ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำ เพราะเขาไม่ได้ตั้งใจลงไปตามหาแมงกะพรุนยักษ์ แต่กำลังบันทึกภาพธรรมชาติใต้ทะเลอยู่ตามปกติ แล้วกลับมาเจอสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ชนิดนี้โดยบังเอิญ
พิษของมันน่ากลัวแค่ไหน?
คำว่า “แมงกะพรุนยักษ์” และ “หนวดยาวหลายเมตร” อาจทำให้หลายคนจินตนาการไปไกลถึงสัตว์ทะเลที่สามารถคร่าชีวิตมนุษย์ได้ แต่ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญในรายงานข่าวครั้งนี้ไม่ได้บอกเช่นนั้น
ดร. Cathy Lucas นักชีววิทยาทางทะเลจาก University of Southampton อธิบายว่า การถูกแมงกะพรุนแผงคอสิงโตต่อยนั้นมีความเจ็บปวดและไม่ใช่เรื่องที่ควรลอง แต่ไม่ได้ถือว่าเป็นพิษที่เป็นอันตรายถึงชีวิตสำหรับคนทั่วไป
ปัญหาสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่ว่าแมงกะพรุนตัวนี้จะเข้ามาไล่ทำร้ายคนหรือไม่ เพราะมันไม่ได้มีพฤติกรรมเช่นนั้น สิ่งที่ต้องระวังคือ การว่ายน้ำเข้าไปสัมผัสหนวดโดยไม่รู้ตัว
โดยเฉพาะหนวดที่มีขนาดเล็กและละเอียดมากจนบางครั้งมองเห็นได้ยาก
ดร. Lucas ยังอธิบายด้วยว่า ในการทำงานภาคสนาม นักดำน้ำอาจพบเศษหนวดติดตัวได้ แม้ในบริเวณนั้นจะมองไม่เห็นแมงกะพรุนอยู่ตรงหน้าแล้วก็ตาม เพราะหนวดที่หลุดออกมาก็ยังสามารถทำให้เกิดอาการต่อยได้
ดังนั้น สำหรับคนที่ลงเล่นน้ำทะเล สิ่งที่ควรจำจึงง่ายมาก คือ เห็นแมงกะพรุนก็เว้นระยะ ไม่จับ ไม่แหย่ และไม่ว่ายเข้าไปใกล้เพียงเพราะต้องการถ่ายรูป
แล้วทำไมแมงกะพรุนแผงคอสิงโตจึงมาอยู่ที่เวลส์?
แมงกะพรุนแผงคอสิงโตสามารถพบได้ตามชายฝั่งสหราชอาณาจักรในช่วงฤดูร้อน โดยข้อมูลของ The Wildlife Trusts ระบุช่วงที่สามารถพบได้ประมาณเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม และจัดสถานะของชนิดนี้ว่าเป็นสัตว์ที่พบได้ทั่วไป
อย่างไรก็ตาม มันมักถูกเชื่อมโยงกับน่านน้ำที่เย็นกว่า โดยรายงานเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ระบุว่าพบได้มากกว่าในบริเวณน่านน้ำรอบสกอตแลนด์ ขณะที่การพบในเวลส์สามารถเกิดขึ้นได้เป็นครั้งคราว โดยเฉพาะในช่วงปลายฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง
ตรงนี้จึงควรระมัดระวังในการสรุป
การพบแมงกะพรุนแผงคอสิงโตหนึ่งตัวในเวลส์ ยังไม่ใช่หลักฐานเพียงพอที่จะบอกว่าอุณหภูมิน้ำทะเลเปลี่ยนแปลงจนทำให้สัตว์ชนิดนี้ย้ายถิ่นฐานเข้ามา
Morgan เองกล่าวว่าเขาสังเกตเห็นแมงกะพรุนเพิ่มขึ้นในระหว่างการถ่ายทำ และยังพบสัตว์น้ำที่โดยปกติพบในเขตอบอุ่น เช่น ปลา Triggerfish ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แต่เขาก็ยอมรับว่าเขายังมีข้อมูลจากช่วงเวลาไม่มากพอที่จะใช้เปรียบเทียบแนวโน้มในระยะยาว
จุดนี้ถือว่าสำคัญ เพราะเรื่องธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศต้องอาศัยข้อมูลต่อเนื่องหลายปี ไม่ใช่การพบสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่งเพียงครั้งเดียวแล้วสรุปสาเหตุทันที
นักดำน้ำวัย 21 ปีไม่ได้แค่ถ่ายภาพสวย ๆ
เบื้องหลังภาพแมงกะพรุนยักษ์ครั้งนี้ยังมีอีกเรื่องที่น่าสนใจ
Morgan เป็นนักอนุรักษ์ที่บันทึกภาพสิ่งมีชีวิตทางทะเลและนำมาเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ จุดประสงค์ของเขาคือทำให้คนทั่วไปเข้าถึงและมองเห็นโลกใต้ทะเลได้ง่ายขึ้น พร้อมทั้งสร้างความตระหนักถึงภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับท้องทะเล
เขายังย้ำถึงความตั้งใจว่า ไม่ต้องการให้การทำคอนเทนต์กลายเป็นการออกไปไล่ล่าหรือรบกวนสัตว์ทะเล เพียงเพื่อให้ได้ภาพที่น่าตื่นเต้น
เรื่องนี้ถือว่าน่าสนใจ เพราะการถ่ายภาพธรรมชาติที่ดีไม่ได้หมายความว่าเราต้องเข้าไปใกล้สัตว์มากที่สุด แต่บางครั้งการรักษาระยะห่างและปล่อยให้สัตว์ใช้ชีวิตตามธรรมชาติกลับเป็นวิธีที่เหมาะสมกว่า
ใต้ทะเลที่ดูสงบ อาจมีสิ่งที่เรามองไม่เห็นอยู่รอบตัว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่ง Pembrokeshire จึงไม่ได้มีเพียงเรื่องของ “แมงกะพรุนยาวเท่ารถบัส” เท่านั้น
มันยังสะท้อนให้เห็นถึงโลกอีกใบที่อยู่ใต้ผิวน้ำ ซึ่งมนุษย์บนฝั่งแทบไม่มีโอกาสมองเห็น
ผิวน้ำทะเลอาจดูเรียบสงบ แสงแดดส่องลงมากระทบเป็นประกาย และไม่มีสิ่งใดดูผิดปกติ แต่เมื่อคนหนึ่งดำลงไปใต้ผิวน้ำ เขาอาจพบสัตว์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน รวมถึงหนวดใส ๆ ที่ทอดยาวอยู่รอบตัวโดยแทบมองไม่เห็น
แมงกะพรุนแผงคอสิงโตเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด เพราะสิ่งที่ทำให้มันดู “ยักษ์” ไม่ได้เกิดจากลำตัวขนาดมหึมา แต่เกิดจากหนวดจำนวนมากที่แผ่ออกไปในน้ำ
และบางครั้งสิ่งที่เราไม่เห็นนี่เอง อาจเป็นสิ่งที่เราควรระวังมากที่สุด
ในมุมมองของผู้เขียนมองว่า
เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่ ธรรมชาติสามารถสร้างความประหลาดใจให้เราได้เสมอ แม้ในสถานที่ที่มีคนศึกษามานานแล้วก็ตาม
ภาพแมงกะพรุนแผงคอสิงโตที่ถูกบันทึกบริเวณชายฝั่งเวลส์อาจดูเหมือนเรื่องแปลกประหลาด แต่เมื่อดูข้อมูลให้ละเอียดจะพบว่า แมงกะพรุนชนิดนี้เป็นสัตว์ที่พบได้ในน่านน้ำสหราชอาณาจักร เพียงแต่สิ่งที่ทำให้การพบครั้งนี้สะดุดตาคือขนาดของหนวดและภาพที่นักดำน้ำสามารถบันทึกเอาไว้ได้
ส่วนตัวผู้เขียนคิดว่า สิ่งหนึ่งที่ควรระวังคือการใช้คำว่า “ยาว 10–15 เมตร” โดยไม่อธิบายเพิ่มเติม เพราะคนอ่านอาจนึกภาพว่าแมงกะพรุนมีลำตัวใหญ่เท่ารถบัส ซึ่งไม่ใช่ข้อเท็จจริง
ความจริงน่าสนใจกว่านั้นเสียอีก เพราะส่วนที่ทอดยาวออกไปคือหนวดจำนวนมากที่ทำหน้าที่จับเหยื่อ และบางส่วนอาจยาวจนคนที่อยู่ใต้น้ำมองไม่เห็นปลาย
สำหรับคนทั่วไป เรื่องนี้จึงเป็นทั้งข่าวธรรมชาติที่น่าตื่นตาและบทเรียนเล็ก ๆ ว่า เมื่อเราอยู่ในทะเล อย่าประเมินสิ่งที่มองเห็นจากผิวน้ำเพียงอย่างเดียว
โดยเฉพาะแมงกะพรุน หากเห็นอยู่ใกล้ ๆ ก็ควรปล่อยให้มันลอยไปตามธรรมชาติ อย่าว่ายเข้าไปจับ อย่าใช้มือเขี่ย และอย่าคิดว่าหนวดที่มองไม่เห็นจะไม่มีอยู่จริง
เพราะในทะเลนั้น สิ่งที่อันตรายบางอย่างไม่ได้ส่งเสียง ไม่ได้วิ่งไล่ และไม่ได้มีรูปร่างน่ากลัว
มันอาจเป็นเพียงเส้นบาง ๆ ที่ลอยอยู่ในน้ำจนเราแทบมองไม่เห็นเท่านั้นเอง
แหล่งที่มาของข้อมูล :
BBC Wales — รายงานการพบแมงกะพรุนแผงคอสิงโตโดย Iestyn Morgan นักดำน้ำฟรีไดฟ์วัย 21 ปี บริเวณใกล้ Trefin Beach ใน Pembrokeshire ประเทศเวลส์ โดย Morgan ประเมินว่าหนวดที่ทอดอยู่ในน้ำมีความยาวโดยรวมประมาณ 10–15 เมตร และกล่าวว่าหนวดทอดออกไปจนพ้นระยะการมองเห็น นอกจากนี้ยังมีข้อมูลจาก ดร. Cathy Lucas นักชีววิทยาทางทะเลจาก University of Southampton เกี่ยวกับลักษณะหนวดและการถูกต่อย
The Wildlife Trusts — ข้อมูลทางธรรมชาติของแมงกะพรุนแผงคอสิงโต (Cyanea capillata) ระบุว่ากระดิ่งมีขนาดได้ถึงประมาณ 50 เซนติเมตร และมีหนวดจำนวนมากที่มีเซลล์สำหรับต่อย ใช้จับเหยื่อ รวมถึงเตือนว่าแม้เศษหนวดที่หลุดออกจากตัวแล้วก็ยังสามารถทำให้เกิดการต่อยได้
The Pembrokeshire Herald — รายงานรายละเอียดการพบแมงกะพรุนบริเวณชายฝั่ง Pembrokeshire และยืนยันว่าตัวเลข 10–15 เมตรเป็นการประเมินส่วนหนวดที่ทอดยาวอยู่ในน้ำ ไม่ใช่ขนาดของกระดิ่งแมงกะพรุนทั้งหมด
หมายเหตุสำคัญ : ตัวเลข 10–15 เมตร ในข่าวนี้ควรเข้าใจว่าเป็นการประเมินความยาวของแมงกะพรุนพร้อมส่วนหนวดที่ทอดยาวในน้ำจากการสังเกตของนักดำน้ำ ไม่ใช่การวัดทางวิทยาศาสตร์ของลำตัวแมงกะพรุน ดังนั้นการใช้คำว่า “หนวดยาว 10–15 เมตร” หรือ “มีส่วนหนวดทอดยาว 10–15 เมตร” จะตรงกับข้อมูลมากกว่า
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทย
ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 16 กันยายน 2569 รางวัลที่ 1 คือ 730640 เช็กผลครบทุกประเภท
รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟
ซานมารีโน: สาธารณรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในโลก บทเรียนการอยู่รอดกว่า 1,700 ปี ท่ามกลางวงล้อมมหาอำนาจ
มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?
เด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1
บัตรทองจะไปทางไหน เมื่อคำว่า ร่วมจ่าย กลับมาเขย่าความมั่นคงทางสุขภาพของคนไทย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
หาดกระดูก ทะเลสาบรัสเซียสร้างทับปมกูลัก คนยังเล่นน้ำทั้งที่กระดูกโผล่
เปิด 6 สีห้องนอนที่ควรระวัง เฉลย สีขาว ไม่ใช่ตัวร้ายอย่างที่คิด
ส่องกระแสตัวเลขก่อนหวยออก 16 ก.ย. 69 รวมเลขจากหลายแหล่งที่ถูกพูดถึง
จำแทบไม่ได้! “น้องน้ำเพชร” โตแล้ว เปิดตัวเป็นนักร้องวัย 16
บัตรทองจะไปทางไหน เมื่อคำว่า ร่วมจ่าย กลับมาเขย่าความมั่นคงทางสุขภาพของคนไทย
ซานมารีโน: สาธารณรัฐที่เก่าแก่ที่สุดในโลก บทเรียนการอยู่รอดกว่า 1,700 ปี ท่ามกลางวงล้อมมหาอำนาจ
วัดทั่วประเทศไทยต้องเรียนรู้ ไปทำการโอนซะ โฉนด 21 ไร่ วัดป่าอดุลยาราม ติดตรงไหน ถึงรอมา 35 ปี
เปิด 5 สายการบินในไทย รายได้แอร์-สจ๊วตเดือนละเท่าไร? ค่ายไหนจ่ายสูงสุด
“ทนายไก่” ถือกระเช้า-เงินเยียวยาขอโทษ “คุณแนน” แต่ถูกปฏิเสธ
แต่งงานกับสาวลาวควรคุยสินสอดกันอย่างไร
บัตรทองจะไปทางไหน เมื่อคำว่า ร่วมจ่าย กลับมาเขย่าความมั่นคงทางสุขภาพของคนไทย
เปิด 6 สีห้องนอนที่ควรระวัง เฉลย สีขาว ไม่ใช่ตัวร้ายอย่างที่คิด
หาดกระดูก ทะเลสาบรัสเซียสร้างทับปมกูลัก คนยังเล่นน้ำทั้งที่กระดูกโผล่
สุสานลับกลางซัคคารา ! พบหลุมศพขุนนางอียิปต์โบราณ ผู้ได้รับฉายา “ผู้รักษาความลับของราชโองการ”
