หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Unseen ถิ่นอีสาน “วัดป่าวังน้ำเย็น” อลังการอุโบสถไม้ตะเคียนแห่งมหาสารคาม

เขียนโดย dukedick

 

🙏✨ Unseen ถิ่นอีสาน “วัดป่าวังน้ำเย็น” อลังการอุโบสถไม้ตะเคียนแห่งมหาสารคาม

หากพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดมหาสารคาม หลายคนอาจนึกถึงแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ โบราณสถาน หรือสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่ท่ามกลางบรรยากาศอันเรียบง่ายของเมืองสารคาม ยังมีวัดแห่งหนึ่งที่โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมไม้ขนาดใหญ่และศิลปกรรมอันวิจิตร จนกลายเป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวสายบุญที่เดินทางมาเยือนจังหวัดมหาสารคาม นั่นคือ “วัดป่าวังน้ำเย็น” หรือ “วัดพุทธวนาราม” วัดสำคัญที่ตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่ราว 30 ไร่ ในบ้านวังน้ำเย็น ตำบลเกิ้ง อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม

เมื่อเดินทางมาถึงบริเวณวัด สิ่งหนึ่งที่สามารถสะดุดตาได้ตั้งแต่ระยะไกลคือ “เจดีย์ศรีมหาสารคาม” เจดีย์สีทองที่โดดเด่นท่ามกลางพื้นที่โดยรอบ ความงดงามของสีทองที่สะท้อนแสงแดดทำให้เจดีย์แห่งนี้กลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ที่ผู้มาเยือนมักแวะเข้าไปสักการะ ภายในเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และยังมีพระพุทธรูปหลายปาง รวมถึงพระเครื่องจำนวนมากที่จัดสร้างและรวบรวมไว้ภายในเจดีย์

อีกหนึ่งสิ่งที่สร้างความประทับใจให้กับผู้มาเยือนอย่างมากคือพระพุทธรูปทรงเครื่องที่จัดสร้างขึ้นอย่างวิจิตร รวมถึงพระพุทธรูปทองคำซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้มาเยือนให้ความสนใจ ความงดงามขององค์พระเมื่ออยู่ภายในพื้นที่ของเจดีย์ทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สำหรับการสักการะเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความศรัทธาและความตั้งใจของผู้คนที่ร่วมกันสร้างสรรค์ศาสนสถานให้มีความงดงาม

แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อของวัดป่าวังน้ำเย็นเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางมากที่สุดคงหนีไม่พ้น พระอุโบสถไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งมีเอกลักษณ์แตกต่างจากพระอุโบสถทั่วไปที่พบเห็นตามวัดต่าง ๆ เพราะภายในมีการนำไม้เนื้อแข็งขนาดใหญ่มาใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญ โดยเฉพาะเสาไม้ตะเคียนทองจำนวนมากที่เรียงรายอยู่ภายในอาคาร จนทำให้ผู้ที่เดินเข้าไปภายในต้องรู้สึกถึงความอลังการของโครงสร้างไม้ที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ

เสาไม้ตะเคียนทองเหล่านี้มีขนาดใหญ่จนบางต้นต้องใช้คนหลายคนโอบรอบ และเมื่อเรียงตัวกันเป็นจำนวนมากก็ทำให้บรรยากาศภายในพระอุโบสถมีความโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง ทั้งลวดลายของเนื้อไม้ ขนาดของเสา และโครงสร้างอาคารล้วนช่วยสร้างความรู้สึกสง่างามและหนักแน่น จนสถานที่แห่งนี้ได้รับการกล่าวถึงในชื่อ “อุโบสถไม้ตะเคียน” และเป็นหนึ่งในจุดเด่นด้านสถาปัตยกรรมของวัดป่าวังน้ำเย็น

ภายในพระอุโบสถยังเป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อพระเทพประทานพร” พระประธานซึ่งแกะสลักจากไม้สักทองทั้งองค์ มีขนาดหน้าตักประมาณ 69 นิ้ว องค์พระมีลักษณะสง่างามและกลมกลืนไปกับบรรยากาศของอาคารไม้โดยรอบ เมื่อแสงส่องผ่านเข้ามาภายในพระอุโบสถ จะช่วยขับเน้นสีและลวดลายของไม้ให้ดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ทำให้บริเวณที่ประดิษฐานพระประธานกลายเป็นจุดที่ผู้เดินทางมักเข้าไปกราบไหว้และขอพร

สำหรับพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาเยือน การได้กราบพระประธานและทำบุญภายในวัดถือเป็นโอกาสในการพักใจจากความวุ่นวายในชีวิต หลายคนตั้งจิตอธิษฐานขอให้ตนเองและครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรง พบเจอแต่สิ่งที่ดี และสามารถดำเนินชีวิตผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้ด้วยความสงบ

บริเวณด้านหน้าพระอุโบสถยังมี ท้าวเวสสุวรรณองค์ใหญ่ ประดิษฐานอยู่ เป็นอีกหนึ่งจุดที่ผู้มาเยือนนิยมเข้าไปสักการะตามความเชื่อส่วนบุคคล ทำให้พื้นที่โดยรอบพระอุโบสถมีผู้คนแวะเวียนเข้ามากราบไหว้อยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์และวันหยุดยาวที่บรรยากาศภายในวัดจะคึกคักเป็นพิเศษ

นอกจากพระอุโบสถและเจดีย์แล้ว วัดป่าวังน้ำเย็นยังมีสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นด้วยงานไม้ขนาดใหญ่อีกหลายแห่ง หนึ่งในนั้นคือ ศาลาการเปรียญไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งมีโครงสร้างที่ใช้เสาไม้จำนวนมาก และเลือกใช้ไม้เนื้อแข็งหลายชนิด เช่น ไม้แดงและไม้ประดู่ ตลอดจนไม้สักทองสำหรับงานตกแต่ง ความโดดเด่นของอาคารทำให้ศาลาแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งจุดที่ผู้มาเยือนมักหยุดชมรายละเอียดของงานไม้

ไม่ไกลกันยังมี หอระฆังไม้ และฆ้องขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นภายในบริเวณวัด เมื่อมองภาพรวมของศาสนสถาน จะเห็นได้ว่างานไม้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของวัดแห่งนี้ ตั้งแต่พระอุโบสถ ศาลาการเปรียญ ไปจนถึงสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ จนเกิดเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่างจากวัดทั่วไป

 

ความโดดเด่นทั้งหมดนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีจุดเริ่มต้นมาจากแรงศรัทธาของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2549 พระอาจารย์สุริยันต์ โฆสปัญโญ ซึ่งในเวลานั้นดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบูรพาเทพนิมิต จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้รับความเคารพศรัทธาจากพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก โดยท่านเป็นศิษย์ของ หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังของภาคอีสาน

ด้วยความศรัทธาที่มีต่อพระอาจารย์สุริยันต์ ญาติโยมในจังหวัดมหาสารคามจึงร่วมกันบริจาคที่ดินบริเวณบ้านวังน้ำเย็น เพื่อใช้เป็นสถานที่สร้างวัดขึ้น โดยมีความตั้งใจให้วัดแห่งนี้เป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรม ทำบุญ และประกอบกิจกรรมทางพระพุทธศาสนาของพุทธศาสนิกชนในพื้นที่

ต่อมา วัดแห่งนี้ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นวัดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555 และมีชื่อว่า วัดพุทธวนาราม โดยเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ “วัดป่าวังน้ำเย็น” ปัจจุบันวัดยังคงเป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาของจังหวัดมหาสารคาม และมีพุทธศาสนิกชนเดินทางเข้ามาทำบุญและเยี่ยมชมอย่างต่อเนื่อง

สิ่งที่น่าสนใจของวัดป่าวังน้ำเย็นจึงไม่ได้อยู่เพียงความใหญ่โตของอาคารหรือความงดงามของไม้เก่าแก่เท่านั้น แต่ยังอยู่ที่เรื่องราวเบื้องหลังการก่อสร้าง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลังของศรัทธาที่สามารถรวมผู้คนจำนวนมากให้มาร่วมกันสร้างศาสนสถานขึ้นจากจุดเริ่มต้นที่เรียบง่าย จนกลายเป็นสถานที่ที่มีความโดดเด่นและเป็นที่รู้จักในเวลาต่อมา

เมื่อเดินชมไปตามบริเวณต่าง ๆ ของวัด เราจึงไม่ได้เห็นเพียงอาคารไม้ขนาดใหญ่ แต่ยังได้เห็นงานฝีมือ รายละเอียดทางศิลปกรรม และความตั้งใจที่ถูกถ่ายทอดลงไปในแต่ละส่วนของศาสนสถาน ตั้งแต่เสาไม้ขนาดมหึมา องค์พระประธานที่แกะสลักจากไม้สักทอง ไปจนถึงเจดีย์สีทองที่ตั้งเด่นอยู่ภายในวัด ทุกองค์ประกอบล้วนช่วยสร้างบรรยากาศที่มีเอกลักษณ์ให้กับสถานที่แห่งนี้

วัดป่าวังน้ำเย็นจึงนับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สะท้อนเสน่ห์ของการท่องเที่ยวในภาคอีสานได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะได้เดินทางมาทำบุญและกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์แล้ว ผู้มาเยือนยังได้สัมผัสกับสถาปัตยกรรมไม้ขนาดใหญ่และงานศิลปกรรมที่หาชมได้ไม่ง่ายในชีวิตประจำวัน

ท่ามกลางความเรียบง่ายของเมืองมหาสารคาม วัดแห่งนี้จึงเปรียบเสมือนพื้นที่ที่รวมเอา ศรัทธา ศิลปะ งานช่าง และวิถีชุมชน เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน และนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมเมื่อใครสักคนได้มาเยือน “วัดป่าวังน้ำเย็น” แล้ว ภาพของพระอุโบสถไม้ขนาดใหญ่ เสาไม้ตะเคียนที่เรียงราย และพระประธานไม้สักทองอันสง่างาม จึงกลายเป็นภาพที่ยากจะลืมเลือนจากความทรงจำ

 

 

 

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 18 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดค่าใช้จ่ายจริงของนักเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่สมัครจนจบการศึกษา ต้องเตรียมเงินเท่าไรเปิด 4 วิธีหยุดเชื้อรา ห้องน้ำชื้นแค่ไหนก็ต้องระวัง หลายบ้านทำผิดมาตลอดเลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 16 ก.ย. 69เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนรวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/9/69ส่องสถิติ 16 ก.ย. ย้อนหลัง 10 ปี เลขไหนออกซ้ำไม่เลิก?จากบุรีรัมย์ถึงภูเก็ต “ลิซ่า–เนเน่” พลังเด็กไทยที่โลกจับตาการศึกษาของกัมพูชาพัฒนาไปถึงไหน? เปิดตัวเลข PISA เทียบประเทศเพื่อนบ้านเลขปิงปอง น้องเพชรกล้า งวด 16 ก.ย. 69 นักสืบเปิด 5 จุดซ่อน เครื่องติดตาม เจอ AirTag อย่าเพิ่งทิ้ง อาจมีข้อมูลสำคัญมหาสมุทรที่ซ่อนอยู่บนดาวอังคาร? น้ำของเหลวอาจถูกกักอยู่ลึกใต้พื้นผิว“ตัวกินมดซิลกี้” สัตว์จิ๋วแห่งพงไพร ผู้มีขนนุ่มเหมือนไหมและใช้ชีวิตอยู่บนยอดไม้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
การศึกษาของกัมพูชาพัฒนาไปถึงไหน? เปิดตัวเลข PISA เทียบประเทศเพื่อนบ้านเปิด 4 วิธีหยุดเชื้อรา ห้องน้ำชื้นแค่ไหนก็ต้องระวัง หลายบ้านทำผิดมาตลอดจากบุรีรัมย์ถึงภูเก็ต “ลิซ่า–เนเน่” พลังเด็กไทยที่โลกจับตามหาสมุทรที่ซ่อนอยู่บนดาวอังคาร? น้ำของเหลวอาจถูกกักอยู่ลึกใต้พื้นผิวจิตวิทยาการตลาด ทำไมเห็นคำว่า 'จำนวนจำกัด' แล้วชอบเผลอกดสั่งซื้อทันที?คำว่า สมี ใช้เรียกพระตอนไหน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
การศึกษาของกัมพูชาพัฒนาไปถึงไหน? เปิดตัวเลข PISA เทียบประเทศเพื่อนบ้านมหาสมุทรที่ซ่อนอยู่บนดาวอังคาร? น้ำของเหลวอาจถูกกักอยู่ลึกใต้พื้นผิวจิตวิทยาการตลาด ทำไมเห็นคำว่า 'จำนวนจำกัด' แล้วชอบเผลอกดสั่งซื้อทันที?คำว่า สมี ใช้เรียกพระตอนไหน
ตั้งกระทู้ใหม่