หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

💿 9 สิ่งประดิษฐ์ไร้สาระยุค Y2K ที่เคยโดนหัวเราะ แต่ทำเงินมหาศาลให้ผู้สร้าง

เขียนโดย C lover

💿 9 สิ่งประดิษฐ์ไร้สาระยุค Y2K ที่เคยโดนหัวเราะ

แต่ทำเงินมหาศาลให้ผู้สร้าง

ช่วงปลายยุค 90s ถึงต้น 2000s มีของแปลกเต็มตลาด ตั้งแต่ สัตว์เลี้ยงดิจิทัล ตุ๊กตาพูดได้ รองเท้ามีล้อ รองเท้าแตะหน้าตาประหลาด ไปจนถึงเสียงเรียกเข้ามือถือที่หลายคนบ่นว่าน่ารำคาญ

หลายชิ้นถูกมองว่าเป็นเพียงของเล่นชั่วคราว แต่กลับขายได้ระดับ หลายสิบล้านชิ้น หรือสร้างรายได้หลายร้อยล้านดอลลาร์

ที่น่าสนใจคือ บางอย่างไม่ได้ชนะเพราะใช้งานเก่ง แต่ชนะเพราะ คนเห็นแล้วอยากมีเหมือนคนอื่น

 

🥚 1. Tamagotchi  เลี้ยงสัตว์ที่ไม่มีตัวตน แต่ขายไปเกือบ 100 ล้านเครื่อง

Tamagotchi ของ Bandai เปิดตัวที่ญี่ปุ่นในปี 1996 เป็นเครื่องขนาดเล็กที่ให้ผู้เล่นให้อาหาร ดูแล และทำความสะอาดสัตว์เลี้ยงเสมือนจริง

ตอนเปิดตัว หลายคนมองว่าเป็นเพียงของเล่นจิ๋ว แต่เมื่อเข้าสหรัฐฯ ในปี 1997 กระแสกลับแรงจนร้านค้าขายแทบไม่ทัน ช่วงหนึ่งผู้ปกครองบางรายยอมจ่ายถึง 600 ดอลลาร์ ทั้งที่ราคาปกติในญี่ปุ่นอยู่ประมาณ 25 ดอลลาร์

ยอดขาย: 82 ล้านเครื่องทั่วโลกภายในปี 2017 และยังมีรุ่นใหม่ออกต่อเนื่อง
ราคาปัจจุบัน: Original Tamagotchi รุ่นใหม่ในญี่ปุ่นอยู่ที่ประมาณ 3,080 เยน และรุ่น Connection อยู่ที่ 4,180 เยน ตามรุ่นที่ประกาศขายในปี 2026
แบรนด์: Bandai

ของเล่นที่ดูเหมือนไม่มีอะไร กลับสร้างตลาด “สัตว์เลี้ยงดิจิทัล” ขึ้นมาอย่างจริงจัง

 

🐹 2. Furby  ตุ๊กตาตาโตที่พูดภาษาประหลาดจนเด็กแย่งกันซื้อ

Furby สร้างโดย David Hampton และ Caleb Chung และเปิดตัววันที่ 2 ตุลาคม 1998 โดย Tiger Electronics

รูปร่างเหมือนสัตว์ตัวเล็กขนฟู ตาโต และสามารถพูดโต้ตอบกับเจ้าของได้ ความนิยมช่วงคริสต์มาสปี 1998 รุนแรงจนราคาขายต่อจากประมาณ 30–35 ดอลลาร์ กระโดดเกิน 100 ดอลลาร์ และบางตัวขึ้นไปถึงหลายร้อยดอลลาร์

ยอดขาย: มากกว่า 40 ล้านตัวในปี 1998–1999
ราคาสูงช่วงกระแส: มากกว่า 300 ดอลลาร์ สำหรับบางตัวในตลาดมือสอง
ปัจจุบัน: รุ่นใหม่ยังมีขาย แต่ Furby รุ่นแรกกลายเป็นของสะสม ราคาขึ้นกับสี รุ่น และสภาพ

แบรนด์: Tiger Electronics / Hasbro

จากตุ๊กตาที่หลายคนมองว่า “หน้าตาประหลาด” กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของของเล่นยุค Y2K

 

🧸 3. Beanie Babies  ตุ๊กตาตัวละไม่กี่ดอลลาร์ที่เคยถูกซื้อขายเหมือนหุ้น

Beanie Babies ของ Ty Inc. เป็นตุ๊กตาสัตว์ตัวเล็กยัดไส้เม็ดพลาสติก เริ่มดังอย่างหนักในช่วงกลางยุค 1990s และพุ่งสุดในช่วงปลายทศวรรษ

ราคาหน้าร้านบางรุ่นอยู่เพียงประมาณ 6 ดอลลาร์ แต่ตลาดมือสองเคยมีตัวหายากขายถึง 6,000 ดอลลาร์ขึ้นไป

ปี 1998 Ty Inc. มีรายงานยอดขายปลีกมากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์ และสินค้าบางรุ่นถูกซื้อไปเก็บเพื่อหวังขายต่อ

ราคาปัจจุบัน: รุ่นทั่วไปมักอยู่ระดับไม่กี่ดอลลาร์ ส่วนรุ่นหายากขึ้นกับแท็ก รุ่นผลิต และสภาพ
แบรนด์: Ty

นี่คือหนึ่งในตัวอย่างชัดเจนของสินค้าที่ราคาไม่ได้ขึ้นเพราะวัสดุ แต่ขึ้นเพราะ ความหายากและกระแสสะสม

 

🛼 4. Heelys  รองเท้าที่มีล้อซ่อนอยู่ใต้ส้น

รองเท้า Heelys ของ Roger Adams ดูเหมือนรองเท้าธรรมดา แต่เมื่อถ่ายน้ำหนักไปที่ส้น ผู้ใส่สามารถไถลไปเหมือนเล่นสเกต

Adams ใช้เงินประมาณ 150,000 ดอลลาร์ ในการพัฒนารองเท้าและเรื่องสิทธิบัตร ก่อนสินค้าเริ่มระเบิดในตลาด

ยอดขายเพิ่มจาก 697,000 คู่ในปี 2004 เป็น 6.2 ล้านคู่ในปี 2006 และ 6.5 ล้านคู่ในปี 2007

รายได้บริษัทปี 2006: ประมาณ 188.2 ล้านดอลลาร์
รายได้ปี 2007: ประมาณ 183.5 ล้านดอลลาร์

แบรนด์: Heelys
ปัจจุบัน: ยังมีรองเท้ารุ่นใหม่ แต่รุ่นเก่ากลายเป็นของสะสมในตลาดมือสอง

รองเท้าที่ดูเหมือนของเล่นกลับสร้างธุรกิจระดับหลายร้อยล้านดอลลาร์ได้จริง

 

👟 5. Crocs  รองเท้าหน้าตาแปลกที่กลายเป็นธุรกิจระดับโลก

เมื่อ Crocs เริ่มขายในปี 2002 รองเท้าทรงตันรูพรุนจำนวนมากถูกมองว่าไม่สวยและเหมือนรองเท้าสำหรับทำสวน

แต่บริษัทกลับขายได้อย่างรวดเร็ว รายได้เพิ่มจากเพียง 24,000 ดอลลาร์ในปีแรก เป็น 108.6 ล้านดอลลาร์ ในปี 2005

ปี 2007 รายได้พุ่งเป็น 847.4 ล้านดอลลาร์ และกำไรสุทธิอยู่ที่ 168.2 ล้านดอลลาร์

ราคายุคแรก: ราว 29.99–59.99 ดอลลาร์
ราคาปัจจุบัน: Classic Clog ราคาเต็มประมาณ 49.99 ดอลลาร์ ในสหรัฐฯ
แบรนด์: Crocs

จากรองเท้าที่เคยโดนล้อ กลายเป็นแฟชั่นที่มีทั้งรุ่นพิเศษและคอลแลบกับแบรนด์ดัง

 

🛴 6. Razor Scooter  สกู๊ตเตอร์เด็กที่กลายเป็นของฮิตแห่งปี 2000

Razor กลายเป็นของเล่นแห่งยุคอย่างรวดเร็ว หลังเปิดตลาดสหรัฐฯ ในปี 2000

เพียงช่วงแรก บริษัทขายได้ถึง 5 ล้านคัน และราคาขายปลีกของรุ่นหลักอยู่ราว 80–120 ดอลลาร์

หากคิดจากยอด 5 ล้านคันที่ราคาประมาณ 100 ดอลลาร์ จะเท่ากับมูลค่าการขายปลีกประมาณ 500 ล้านดอลลาร์ ในปีนั้น

ผู้เกี่ยวข้องสำคัญ: Wim Ouboter, Gino Tsai และ Carlton Calvin
แบรนด์: Razor
ปัจจุบัน: ยังมีสกู๊ตเตอร์และรุ่นไฟฟ้าขายอยู่

สิ่งที่ดูเหมือนแค่ “ไม้กระดานติดล้อกับแฮนด์” กลับกลายเป็นหนึ่งในของเล่นยอดฮิตที่สุดของปี 2000

 

🥾 7. UGG  รองเท้าบูตที่เคยถูกมองว่าเชย แต่ยอดขายพุ่งแรง

UGG เริ่มต้นจากรองเท้าบูตหนังแกะ แต่ในช่วงต้น 2000s รองเท้าทรงบูตนุ่ม ๆ กลับถูกบางกลุ่มมองว่าเชยและใส่แล้วดูประหลาด

แต่กระแสแฟชั่นและคนดังช่วยผลักดันแบรนด์อย่างมาก

บริษัทมีรายได้จากสินค้า UGG เพิ่มจากประมาณ 101.8 ล้านดอลลาร์ในปี 2004 เป็น 150.3 ล้านดอลลาร์ในปี 2005 เพิ่มขึ้นถึง 47.6%

ราคาปัจจุบัน: UGG รุ่นยอดนิยมในตลาดเอเชียอยู่ราว 5,980–6,680 ดอลลาร์ไต้หวัน ตามรุ่นที่จำหน่ายในปี 2026
แบรนด์: UGG

จากรองเท้าที่เคยถูกล้อ กลายเป็นแฟชั่นที่วนกลับมาได้รับความนิยมซ้ำหลายยุค

 

🐸 8. Crazy Frog  เสียงมอเตอร์ไซค์ที่น่ารำคาญ แต่ทำเงินมหาศาล

ก่อนกลายเป็นตัวการ์ตูน Crazy Frog เริ่มจากเสียงเรียกเข้าที่เลียนเสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์

ในปี 2005 เพลง “Crazy Frog” กลายเป็นริงโทนขายดีที่สุดของอังกฤษ รายได้ทะลุ 40 ล้านปอนด์ และตัวเพลงยังขึ้นอันดับ 1 บนชาร์ตอังกฤษด้วย

CBS รายงานในเดือนมิถุนายน 2005 ว่ามีการขายเพลงในรูปแบบซิงเกิลถึง 150,000 ชุดในเวลาไม่กี่วัน และบริษัทผู้ขายริงโทนทำเงินจากกระแสนี้มากกว่า 18 ล้านดอลลาร์ ในช่วงนั้น

แบรนด์: Jamba / Crazy Frog
ราคายุคฮิต: ริงโทนขายเป็นรายดาวน์โหลด
ปัจจุบัน: กลายเป็นไอคอนอินเทอร์เน็ตและของสะสมยุคโทรศัพท์มือถือเฟื่องฟู

สิ่งที่หลายคนกดปิดเพราะรำคาญ กลับกลายเป็นเสียงที่ทำเงินระดับหลายสิบล้านปอนด์

 

🛋️ 9. Snuggie ผ้าห่มมีแขนที่ดูตลก แต่ขาย 20 ล้านผืน

Snuggie เปิดตัวในปี 2008 หลังยุค Y2K เล็กน้อย แต่เป็นตัวแทนของกระแสสินค้าแปลกในช่วงต้นศตวรรษที่ 21 ได้ชัดเจน

แนวคิดง่ายมาก คือ ผ้าห่มที่มีแขนเสื้อ เพื่อให้คนดูโทรทัศน์ อ่านหนังสือ หรือใช้มือทำงานขณะห่มผ้า

ราคาปกติอยู่ประมาณ 14.99 ดอลลาร์ และภายในปี 2009 มีการขายไปประมาณ 20 ล้านผืน

แบรนด์: Snuggie / Allstar Products Group
ราคาปัจจุบัน: สินค้ารุ่นใหม่ของแบรนด์มีหลายรูปแบบและราคาต่างกันมาก ส่วนรุ่นดั้งเดิมพบได้ในตลาดมือสอง

จากสินค้าที่ถูกล้อว่าเป็น “ผ้าห่มใส่แขน” กลายเป็นหนึ่งในความสำเร็จของธุรกิจโฆษณาทางโทรทัศน์



เนื้อหาโดย: C lover
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
C lover's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 5 ครั้ง
เขียนโดย C lover
ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบวาด
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: C lover
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ส่องสถิติ 16 ก.ย. ย้อนหลัง 10 ปี เลขไหนออกซ้ำไม่เลิก?เปิดรายได้คนไทยไปทำงานญี่ปุ่น เงินเดือนเท่าไร หักค่าที่พักและค่าใช้จ่ายแล้วเหลือกลับบ้านกี่บาท“หลุมดักรถถัง” ที่ชายแดน อวสาน T-59 เขมรจอดเดี้ยงที่ช่องจอมโพยซองซุ่มรวย! 'ทรัพย์ในซอง' งวด 16 ก.ย. 69 บนฟัน 7 ล่างฟัน 5 ชนสำนักใหญ่เต็มๆ!หลุดมาอีกสำนัก! 'อาจารย์ ก.' งวด 16 ก.ย. 69 อัด 3 ตัวตรงเน้นๆ ระวังเลขเบิ้ลแตก!"ตายก่อนตาย" คืออะไร? ทำไมคนเราต้องยอม "ตาย" ทั้งที่ยังหายใจอยู่10 แนวทางสลากพารวย งวด 16 ก.ย. 69 หวยออกวันพุธ อัดเลขเด่น 2 ตัวเน้นๆ!งวด 16 ก.ย. 69 จัดไปเน้นๆ! เสือตกถังพลังเงินดี รอบนี้ 2-9 มาแรงเกินต้านมาแล้ว เลขเด็ดจากปฏิทินจีน ปฏิทินครอบครัวข่าว 3 งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2569คนไทยใช้ Android หรือ iPhone มากกว่ากัน เปิดตัวเลขล่าสุด 20265 บริษัทประกันชีวิต ที่คนไทยซื้อมากที่สุดรวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/9/69
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
🎱 7 โต๊ะบิลเลียดยุคโบราณที่คนสมัยก่อนนิยมเล่น อันดับ 1 ราคาพุ่งหลักล้าน!ฝรั่งเศสมีเขตเวลามากกว่ารัสเซียได้อย่างไร? คำตอบซ่อนอยู่นอกยุโรปเคยสงสัยไหม ทำไมตู้ATM ไม่มีแบงค์20 50 ให้กดเงิน5 เศษอะไหล่พลาสติกในรถยนต์ยุค 90 ที่ราคาแรงจนคนเห็นแล้วต้องเหลียว
ตั้งกระทู้ใหม่