เรียนทหารต้องเก่งวิชาอะไรบ้าง คณิต วิทย์ ภาษา และพลศึกษาสำคัญแค่ไหน
เรียนทหารต้องเก่งวิชาอะไรบ้าง คณิต วิทย์ ภาษา และพลศึกษาสำคัญแค่ไหน
ถ้าพูดถึงการสอบเข้าเส้นทางทหาร หลายคนอาจคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือร่างกายต้องแข็งแรง วิ่งเร็ว วิดพื้นเก่ง หรือฝึกหนักได้ แต่ความจริงแล้วเส้นทางเข้าสู่การเป็นนักเรียนเตรียมทหารไม่ได้วัดกันด้วยกำลังเพียงอย่างเดียว
ตัวอย่างการสอบคัดเลือกนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพบก ปีการศึกษา 2569 ของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า แบ่งการสอบออกเป็นทั้ง ภาควิชาการและการทดสอบด้านร่างกาย โดยภาควิชาการมีทั้งคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนตรวจร่างกาย สัมภาษณ์ และสอบพลศึกษา
เพราะฉะนั้นเด็กที่ตั้งเป้าสายทหารจึงไม่ควรทิ้งวิชาการแล้วไปเน้นออกกำลังกายอย่างเดียว แต่ควรเตรียมทั้งสมองและร่างกายไปพร้อมกัน
คณิตศาสตร์ สำคัญเพราะต้องใช้การคิดอย่างเป็นระบบ
คณิตศาสตร์เป็นหนึ่งในวิชาที่อยู่ในภาควิชาการของการสอบเข้า ดังนั้นคนที่ตั้งเป้าสอบควรให้ความสำคัญตั้งแต่พื้นฐาน
สิ่งที่ควรฝึกไม่ใช่แค่การจำสูตร แต่ต้องฝึกทำโจทย์ให้เร็วและแม่น เพราะการสอบแข่งขันไม่ได้วัดเพียงว่า “ทำได้หรือไม่” แต่ยังเกี่ยวข้องกับการบริหารเวลาในการทำข้อสอบด้วย
เด็กที่คณิตไม่แข็งแรงจึงไม่ควรรีบสรุปว่าตัวเองไม่เหมาะกับสายทหาร แต่ควรย้อนกลับไปเก็บพื้นฐานเรื่องที่ยังไม่แม่น แล้วฝึกโจทย์อย่างต่อเนื่อง
วิทยาศาสตร์ ก็เป็นอีกวิชาที่ขาดไม่ได้
วิทยาศาสตร์เป็นอีกหนึ่งวิชาที่อยู่ในภาควิชาการของการสอบนักเรียนเตรียมทหาร
การเตรียมตัวจึงควรครอบคลุมทั้งความเข้าใจแนวคิดและการนำความรู้ไปแก้โจทย์ ไม่ใช่อ่านหนังสืออย่างเดียว
สำหรับคนที่ชอบวิทยาศาสตร์อยู่แล้ว จุดนี้อาจกลายเป็นข้อได้เปรียบ เพราะการเรียนในเส้นทางทหารไม่ได้มีเพียงการฝึกระเบียบวินัยและร่างกาย แต่ยังต้องเรียนวิชาการด้วย
ภาษาไทย สำคัญกว่าที่หลายคนคิด
บางคนอาจสงสัยว่า “จะสอบทหาร ทำไมต้องเก่งภาษาไทย?”
คำตอบคือภาษาไทยเป็นหนึ่งในวิชาที่ใช้สอบภาควิชาการ และยังเป็นพื้นฐานของการอ่านคำสั่ง การทำความเข้าใจเอกสาร การสื่อสาร และการเขียนอย่างถูกต้อง
ดังนั้นอย่ามองว่าภาษาไทยเป็นวิชาที่อ่านไว้สอบอย่างเดียว แต่ควรฝึกอ่านจับใจความ วิเคราะห์ข้อความ และทำความเข้าใจสิ่งที่อ่านให้ได้รวดเร็ว
ทักษะเหล่านี้สามารถนำไปใช้ในการเรียนและการทำงานภายหลังได้ด้วย
ภาษาอังกฤษ ยิ่งเก่งยิ่งได้เปรียบ
ภาษาอังกฤษก็อยู่ในกลุ่มวิชาที่ใช้สอบภาควิชาการเช่นกัน
นอกจากการเตรียมตัวเพื่อสอบแล้ว ภาษาอังกฤษยังเป็นทักษะที่มีประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการเติบโตในสายทหาร เพราะองค์ความรู้ เทคโนโลยี เอกสาร และการติดต่อกับต่างประเทศจำนวนหนึ่งเกี่ยวข้องกับภาษาอังกฤษ
ดังนั้นคนที่ยังอ่อนภาษาอังกฤษไม่ควรรอใกล้สอบแล้วค่อยเริ่ม แต่ควรสะสมคำศัพท์ ฝึกอ่าน และฝึกทำข้อสอบเป็นประจำ
สังคมศึกษา ก็อยู่ในข้อสอบ
อีกวิชาที่บางคนอาจมองข้ามคือสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในวิชาภาควิชาการตามข้อมูลการรับสมัครของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า
ดังนั้นการเตรียมสอบไม่ควรอ่านเฉพาะคณิต วิทย์ และภาษา แต่ควรแบ่งเวลาให้วิชาสังคมด้วย
นอกจากนี้โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ายังรวบรวมแนวข้อสอบเก่าและหัวข้อความรู้ที่เกี่ยวข้องกับกองทัพบก ประวัติศาสตร์ชาติไทย หน้าที่พลเมือง และศาสตร์พระราชาไว้สำหรับผู้สนใจเตรียมตัวสอบด้วย
แล้วพลศึกษาสำคัญแค่ไหน?
คำตอบคือ สำคัญมาก แต่ไม่สามารถใช้แทนคะแนนวิชาการได้
เพราะกระบวนการคัดเลือกมีการสอบพลศึกษาหลังผ่านภาควิชาการ รวมถึงมีการตรวจร่างกายและสัมภาษณ์ด้วย
พูดง่าย ๆ คือ คนที่อ่านหนังสือเก่งแต่ร่างกายไม่พร้อมก็อาจมีปัญหาในขั้นตอนถัดไป ขณะเดียวกันคนที่ร่างกายแข็งแรงมากแต่คะแนนวิชาการไม่ถึง ก็ไม่สามารถใช้ความฟิตมาชดเชยทุกอย่างได้
การเตรียมตัวจึงควรแบ่งเวลาออกเป็นสองส่วน คือ ฝึกสมองให้พร้อมสำหรับข้อสอบ และฝึกร่างกายให้พร้อมสำหรับการทดสอบ
ถ้าอยากสอบทหาร ควรแบ่งเวลาอ่านหนังสืออย่างไร?
สำหรับนักเรียนที่ยังมีเวลาเตรียมตัว สิ่งสำคัญไม่ใช่การอ่านวันละหลายชั่วโมงจนหมดแรง แต่คือการทำอย่างสม่ำเสมอ
วันหนึ่งอาจแบ่งเวลาเป็นช่วง ๆ เช่น คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์สำหรับการทำโจทย์ ภาษาไทยและภาษาอังกฤษสำหรับการอ่านและจับใจความ และสังคมศึกษาสำหรับการทบทวนเนื้อหา
ขณะเดียวกันควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรรอจนใกล้สอบแล้วค่อยเริ่ม เพราะสมรรถภาพร่างกายต้องใช้เวลาในการสร้าง
สรุปง่าย ๆ วิชาไหนควรให้ความสำคัญ?
คณิตศาสตร์ — ฝึกคิด วิเคราะห์ และทำโจทย์ให้เร็ว
วิทยาศาสตร์ — เน้นความเข้าใจและการประยุกต์ใช้ความรู้
ภาษาไทย — ฝึกอ่านจับใจความและวิเคราะห์ข้อความ
ภาษาอังกฤษ — สะสมศัพท์และฝึกอ่านอย่างต่อเนื่อง
สังคมศึกษา — อย่าทิ้ง เพราะเป็นส่วนหนึ่งของภาควิชาการ
พลศึกษา — ต้องเตรียมร่างกายควบคู่กับการอ่านหนังสือ
ที่สำคัญ การสอบเข้าเส้นทางทหารไม่ได้มีแค่เรื่อง “เรียนเก่ง” หรือ “ร่างกายแข็งแรง” อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่เป็นการเตรียมตัวหลายด้านพร้อมกัน และรายละเอียดการรับสมัครอาจเปลี่ยนไปในแต่ละปี ผู้สมัครจึงควรตรวจสอบประกาศของสถาบันที่ต้องการสมัครโดยตรง
สำหรับปีการศึกษา 2569 โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าเปิดรับสมัครนักเรียนเตรียมทหารในส่วนของกองทัพบกช่วงวันที่ 5 มกราคม–27 กุมภาพันธ์ 2569 และมีการประกาศผลรอบสุดท้ายในเดือนพฤษภาคม 2569 แล้ว
ดังนั้นถ้าความฝันคือการเป็นทหาร อย่ารอให้ถึงช่วงใกล้สอบแล้วค่อยเริ่มเตรียมตัว เพราะสิ่งที่ต้องสร้างมีทั้ง คะแนนวิชาการ ความฟิตของร่างกาย วินัย และความพร้อมด้านจิตใจ การเริ่มสะสมทีละอย่างตั้งแต่เนิ่น ๆ ย่อมมีโอกาสเตรียมตัวได้รอบด้านกว่าการเร่งทุกอย่างในช่วงสุดท้าย
10 แนวทางสลากพารวย งวด 16 ก.ย. 69 หวยออกวันพุธ อัดเลขเด่น 2 ตัวเน้นๆ!
"ตายก่อนตาย" คืออะไร? ทำไมคนเราต้องยอม "ตาย" ทั้งที่ยังหายใจอยู่
“หลุมดักรถถัง” ที่ชายแดน อวสาน T-59 เขมรจอดเดี้ยงที่ช่องจอม
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
ส่องสถิติ 16 ก.ย. ย้อนหลัง 10 ปี เลขไหนออกซ้ำไม่เลิก?
เปิดรายได้คนไทยไปทำงานญี่ปุ่น เงินเดือนเท่าไร หักค่าที่พักและค่าใช้จ่ายแล้วเหลือกลับบ้านกี่บาท
คนไทยใช้ Android หรือ iPhone มากกว่ากัน เปิดตัวเลขล่าสุด 2026
เลขปฏิทินหลวงพ่อรวย งวด 16 ก.ย. 69
มาแล้ว เลขเด็ดจากปฏิทินจีน ปฏิทินครอบครัวข่าว 3 งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2569
งวด 16 ก.ย. 69 จัดไปเน้นๆ! เสือตกถังพลังเงินดี รอบนี้ 2-9 มาแรงเกินต้าน
เปิดค่าใช้จ่ายจริงของนักเรียนเตรียมทหาร ตั้งแต่สมัครจนจบการศึกษา ต้องเตรียมเงินเท่าไร
โพยซองซุ่มรวย! 'ทรัพย์ในซอง' งวด 16 ก.ย. 69 บนฟัน 7 ล่างฟัน 5 ชนสำนักใหญ่เต็มๆ!
💿 9 สิ่งประดิษฐ์ไร้สาระยุค Y2K ที่เคยโดนหัวเราะ แต่ทำเงินมหาศาลให้ผู้สร้าง
เรียนมหาวิทยาลัย 4 ปี จบแล้วมีอาชีพอะไรให้เลือกมากที่สุด?
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย
6 อาชีพที่คนมักเข้าใจผิดว่าต้องเรียนตรงสายเท่านั้น แต่จริง ๆ มีหลายเส้นทางเข้าสู่งาน